พล.ต.อ.ธัชชัย ลงพื้นที่ระยอง-เกาะเสม็ด ขับเคลื่อนนโยบายนายกรัฐมนตรีในการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว เดินหน้าเทคโนโลยี IBOC เต็มพื้นที่
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายด้านความมั่นคงพื้นที่ จ.ระยอง ร่วมกับ พล.ต.ท.นพดล ศรสำราญ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง, นายกำธร เวหน รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง, พล.ต.ต.ปราโมทย์ งามประดิษฐ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง โดยมีผู้แทนหน่วยฝ่ายปกครอง และหัวหน้าสถานีตำรวจในพื้นที่ ร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสุนทรภู่ ชั้น 3 ตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ตามนโยบาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้มอบนโยบายเร่งด่วนด้านความมั่นคงให้กับกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. บูรณาการทำงานร่วมกัน “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล” 9 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การบุกรุกที่ดินสาธารณะ 2.อาชญากรรมทางเทคโนโลยี 3.ธุรกิจที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนแบบอำพราง 4. ยาเสพติด 5.การฟอกเงิน 6.ผู้มีอิทธิพล 7.หนี้นอกระบบ 8.ความปลอดภัยนักท่องเที่ยว และ 9.การเชื่อมโยงฐานข้อมูลด้านความมั่นคง
พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวว่า จังหวัดระยองเป็นพื้นที่จุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งของประเทศไทย ทั้งในด้านการลงทุนที่สร้างรายได้ทางเศรษฐกิจสูงเป็นลำดับที่ 3 ของประเทศ และเป็นพื้นที่หลักในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ดึงดูดชาวต่างชาติเข้ามาในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ซึ่งทางจังหวัดระยองโดยผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังคับการได้ขับเคลื่อนการดูแลความปลอดภัยของชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนทำงานและคนที่เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดระยอง ด้วยการนำเอาระบบเทคโนโลยี AI (IBOC) มาใช้เพื่อเฝ้าระวัง ติดตามบุคคลกลุ่มเสี่ยงและสกัดกั้นเหตุร้าย และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูลเพื่อความปลอดภัยในพื้นที่ ซึ่งมีการนำร่องติดตั้งไปแล้วบางส่วน และขณะนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดได้ขับเคลื่อนนำงบประมาณอีกส่วนหนึ่งเข้ามาเพื่อจะขยายให้ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อมีการดำเนินการแล้วจะทำให้เกิดการขับเคลื่อนทางด้านเศรษฐกิจ มีการลงทุนมากขึ้นเพราะเชื่อมั่นในความปลอดภัย รวมทั้งจะทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดระยองมากขึ้นด้วย
จากนั้น พล.ต.อ.ธัชชัยได้ปล่อยแถวบูรณาการตรวจร่วมเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะเสม็ด โดยพื้นที่เกาะเสม็ดมีการวางแผนที่จะทำเป็นเกาะต้นแบบของความปลอดภัยในทุกด้าน ซึ่งการปล่อยแถวครั้งนี้เป็นการปฏิบัติร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายปกครองและตำรวจ
พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.ธัชชัย และคณะที่เข้าร่วมปล่อยแถว ได้ออกเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ พบว่าถึงแม้เป็นช่วง Low season แต่ก็จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งมีเทศกาลเลิฟเกาะเสม็ด ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก และในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวเกาะเสม็ดมากกว่า 1 ล้านคน
ทั้งนี้ ในอนาคต จ.ระยอง จะมีการลงทุนอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น การก่อสร้างสนามบินอู่ตะเภา การลงทุนขนาดใหญ่ของการบินไทยในการสร้าง ศูนย์ซ่อมเครื่องบินขนาดใหญ่ของเอเชีย และการลงทุนใน รูปแบบต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้น ก็จะทำให้เกาะเสม็ดเป็นซึ่งแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนสำคัญและเป็นจุดเด่นของคนที่มาทำงาน มาลงทุน หรือมาท่องเที่ยวในพื้นที่ จ.ระยอง โดยทางผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยองมีแนวความคิดในการยกระดับให้ทางเกาะเสม็ดเป็นต้นแบบในเรื่องของเกาะที่ปลอดภัย โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้สนับสนุนการติดตั้งระบบ IBOC ของสำนักต่างชาติให้ครอบคลุมทั้งเกาะ
พล.ต.อ.ธัชชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายของนายกรัฐมนตรีในการบูรณาการการทำงานร่วมกันกับทางฝ่ายปกครองและตำรวจ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งแนวทางสู่ป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการกำหนดจังหวัดต้นแบบในแต่ละภาคขึ้น เพื่อให้เกิดแรงผลักดันและขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจังหวัดระยองเป็นจังหวัดหนึ่งที่นำมาเป็นต้นแบบและสามารถขับเคลื่อนการบริการทำงานร่วมกันอย่างเห็นได้ชัดระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บังการตำรวจภูธรจังหวัด ซึ่งในขณะนี้ จังหวัดระยองได้นำ AI เข้ามาใช้ครอบคลุมทั้งพื้นที่ ก็จะทำให้เกิดการขยายตัวของการลงทุนและการท่องเที่ยวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเมื่อเทียบสัดส่วนการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีกับรายได้ทางเศรษฐกิจแล้วมีความคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง



