เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2560 เวลา 08.30 น. ที่บริเวณภายในวัดวังตะวันตก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช สามเณรจากวัดสระเรียง กว่า 20 รูป เร่งพัฒนาปรับปรุงพื้นที่บริเวณลานวัดวังตะวันตก ด้านหน้า หอไตรอินทสุวรรณ จุดบริเวณที่มีการนำศพสามเณรปลื้มมาฝังไว้ โดยการนำทรายถมมาปกปิดร่องรอยพื้นผิวเดิม ให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงามมากขึ้น ท่ามกลางผู้สื่อข่าวและประชาชนที่ยังคงให้ความสนใจมาติดตามความคืบหน้าอยู่อย่างต่อเนื่อง
เวลา 10.00 น. ที่กุฏิวัดวังตะวันตก ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พระครูพรหมเขตคณารักษ์ รก.เจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก พร้อมด้วย พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช นายจรัญ มารัตน์ ผอ.สำนักพระพุทธศาสนา จ.นครศรีธรรมราช ได้ร่วมกันขึ้นไปตรวจสอบบนชั้น 2 ของกุฏิเจ้าอาวาส เนื่องจากมีพระพุทธรูปและวัตถุโบราณของวัดจำนวนมากเก็บไว้จำนวนมาก รวมทั้งชั้น 2 มีรังนกนางแอ่นจำนวนมากอีกด้วย เพื่อทำการตรวจสอบว่าทรัพย์สินมีค่าดังกล่าวของวัดยังอยู่ครบหรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้ติดต่อช่างกุญแจมาทำการตัดกุญแจบริเวณบันไดชั้นล่าง ก่อนขึ้นไปสำรวจพร้อมกัน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนขึ้นตามไปทำข่าว ใช้เวลาในการสำรวจอยู่นานประมาณ 30 นาที ก่อนที่คณะจะเดินกลับลงมา และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่รอทำข่าวอยู่ด้านล่าง

จากการสอบถามฆราวาสที่ขึ้นไปตรวจสอบได้บันทึกภาพส่วนหนึ่งลงมาให้ดู พบว่ามีงาช้างแกะสลักศิลปะแบบจีนอายุหลายร้อยปียังอยู่ พร้อมกับตะบันหมากของพระครูกาชาด อดีตพระเถราจารย์รูปสำคัญของเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อกว่า 100 ปีก่อน รวมทั้งมีพระพุทธรูปโบราณ และเครื่องถ้วยโบราณอีกหลายรายการ แต่ไม่ยืนยันว่าอยู่ครบหรือไม่เนื่องจากไม่มีใครรู้ว่าของเดิมนั้นมีอยู่มากน้อยแค่ไหน
ด้านพระครูพรหมเขตคณารักษ์ รก.เจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าพระลาก จำนวน 3องค์ยังอยู่ครบและ พระพุทธสิหิงส์ พระพุทธรูปบูชา และ วัตถุโบราณต่างๆ ผ้าไตรจีวร จากการตรวจสอบอย่างละเอียดทั้งสองห้องเชื่อว่าทุกอย่างยังอยู่ครบ และไม่พบร่องรอยการเคลื่อนย้ายแต่อย่างใด เนื่องจากภายในห้องเต็มไปด้วยขี้ฝุ่น และขี้นกนางแอ่นเต็มไปหมด
ต่อข้อถามทางวัดมีการลงทะเบียนวัตถุและสมบัติมีค่าของทางวัดหรือไม่ว่า ยังไม่มีข้อมูล แต่จากตรวจสอบเบื้องต้นเชื่อว่าจะยังอยู่ครบทุกชิ้น หลังจากนี้ทางวัดจะร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนานครศรีธรรมราช จัดทำลงเลขทะเบียนและจัดดูแลเก็บให้ดีให้เรียบร้อย และทำบันทึกกันให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ ซึ่งคงจะใช้เวลาดำเนินการไม่นาน สำหรับรังนกนางแอ่น บนชั้นลอยของชั้น 2นั้น พบว่ามีจำนวนมากพอสมควร เพราะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทุกปี เป็นรายได้ของวัดอีกทางหนึ่ง แต่ยังไม่มีข้อมูลว่ามีรายได้เข้าวัดเท่าไหร่จะได้ตรวจสอบรวบรวมสรุปอีกครั้งหนึ่ง
พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า จากการตรวจสอบร่วมกันพบว่าไม่มีพระพุทธรูปหรือสิ่งของมีค่าสูญหายไปตามกระแสข่าวแต่อย่างใด ทุกอย่างยังอยู่ครบสมบูรณ์ ซึ่งตนได้แนะนำให้ทางวัดทำบัญชีทะเบียนถ่ายรูปเก็บไว้ทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินที่มีค่ายิ่งของวัด โดยเฉพาะรังนกนางแอ่นก็จะเป็นรายได้ของวัดในการนำเงินมาทะนุบำรุงวัดต่อไป
ต่อข้อถามมีกระแสข่าวว่า ผ้าโบราณห่อพระไตรปิฎกซึ่งเป็นผ้าจากสมัยอยุธยาได้หายไป เนื่องจากมีใบสั่งจาก กทม.ถึง น.ส.ปิยฉัตรว่า ยังไม่ทราบ ไม่เห็นมีใครบอก ไม่เป็นไร หากตรวจสอบพบและมีหลักฐานยืนยันว่าในวัดมีสิ่งนี้จริงๆ เราสามารถตามหามาคืนได้ เพราะวัตถุโบราณของวัดใครเอาไปไว้ในครอบครองโดยไม่ถูกกฎหมายก็ไม่มีความสุข หาไม่ยากขอเวลาให้ทางวัดกับสำนักพุทธฯจัดการเรื่องให้เรียบร้อย และหากใครรู้เบาะแสอะไรก็ให้แจ้ง จนท.รับทราบด้วย จะได้ร่วมกันตรวจสอบกันไปในคราวเดียวกัน
ทั้งนี้รายได้ของวัดที่ น.ส.ปิยฉัตรเป็นผุ้ดูแล ประกอบด้วย รายได้จากค่าที่จอดรถ ค่าจอด คันละ 30 บาท โดยไม่มีใบเสร็จ จะมีรถหมุนเวียนเข้า – ออก ตลอดทั้งวัน ถ้าจอดเต็มได้ประมาณ 40-50 คัน โดยยังไม่นับการหมุนเวียนเข้าออก ค่าเช่าจากแผงเช่าพระ มีค่าเช่าแผงรายวัน แผงใหญ่ 15 แผง วันละ 200 บาท หรือเดือนละ 6 พันบาท รวม 15 แผง เดือนละ 9 หมื่นบาท แผงเล็ก 20 แผง วันละ 100 บาท หรือเดือนละ 3 พันบาท รวม 20 แผง เดือนละ 6 หมื่นบาท ดังนั้น รายได้จากส่วนนี้ รวมประมาณ 150,000 บาทต่อเดือน ยังไม่รวม ค่าแรกเข้า ที่จะมาเช่าแผง มีค่าเข้าแผงใหญ่ 6 หมื่นบาท แผงเล็ก 3 หมื่นบาท ค่าเช่าทั้งหมดไม่มีใบเสร็จรับเงิน
รายได้อีกอย่าง คือ การขายรังนกนางแอ่น บนชั้นลอยใต้หลังคากุฏิ ขายได้ราวเดือนละ 350,000 บาท และรายได้ ส่วนที่ 3 มาจากค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ รอบๆวัด เป็นอาคารพาณิชย์ที่เช่าที่จากวัด มี 84 คูหา แบ่งเป็นด้านหน้าติดถนน 49 คูหา ค่าเช่าเดือนละ 1 พันบาท และด้านหลัง 35 คูหา ค่าเช่าเดือนละ 500 บาท รวมต่อเดือน 66,500 บาท ยังไม่รวมค่าแป๊ะเจี๊ยะรายปี ที่ผู้เช่าบริจาคให้วัดอีกรายละ 5 หมื่น ถึง 1 แสนบาท ต่อปี รายได้ตรงนี้ ผู้เช่าจะจ่ายด้วยการโอนเข้าบัญชีธนาคารโดยตรง และไม่มีใบเสร็จแต่อย่างใด
ส่วนความคืบหน้าในทางสืบสวนสอบสวนการคลี่คลายคดีสามเณรปลื้มนั้น พ.ต.อ.อดิศักดิ์ เทพวรรณ์ ผกก.สภ.เมือง นครศรีธรรมราช เผยว่า ยังเหลือติดตามผู้ร่วมก่อเหตุ อีก 1 คน ที่ยังหลบหนีคือ นายคิงส์ อายุ 17 ปี อยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบปากคำว่ามีว่ามีเกี่ยวในคดีนี้แค่ไหนต่อไป ส่วนการเปิดตู้เซฟของ นส.ปิยฉัตรหรือบิว ที่ทางตำรวจอายัดไว้แล้วนั้น กำลังรอทางทนายความของ น.ส.ปิยฉัตร ไปติดต่อขอรหัสเปิดตู้เซฟจาก นส.ปิยฉัตรหรือบิว ที่ถูกฝากขังอยู่ในเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช หากพร้อมเมื่อไหร่ก็จะเปิดตู้เซฟต่อหน้าญาติๆของผู้ต้องหา และทนายความต่อไป

