DSI รับคดีหลอกลงทุน Forex เป็นคดีพิเศษ ฐานความผิด พ.ร.บ.คอมพ์ ส่วน ภาวุธ-ฟิล์ม ยังไม่เรียกแจง
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นำโดยกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 24 จุด โดยเป็นพื้นที่ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดในปริมณฑล ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.69 ภายใต้ชื่อ “Shutdown the laundering” ซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมกับมีการตรวจยึดเงินสด กว่า 65 ล้านบาท และทรัพย์สินมูลค่าสูงอีกหลายรายการ
ไม่ว่าจะเป็นรถหรูซูเปอร์คาร์ รถยนต์ทั่วไป วัตถุคล้ายทองคำแท่งและทองรูปพรรณ เครื่องประดับทองคำและเครื่องประดับเพชร กระเป๋าแบรนด์เนม เงินแท่ง เงินสกุลต่างประเทศ อาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน เครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ Hardware Wallet สินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Bitcoin และสกุล USDT เอกสารและข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างการดำเนินงานของเครือข่ายการลงทุน ซึ่งจากการขยายผลเส้นทางการเงินพบว่ามีนักการเมืองและดาราชื่อดังเกี่ยวข้องรับโอนเงินจากบริษัทกลุ่มโบรกเกอร์ซึ่งผู้เสียหายกว่า 500 ราย ความเสียหายรวมพันล้านบาทได้ร้องทุกข์กล่าวโทษไว้
ทั้งนี้ คณะพนักงานสืบสวนที่ 52/2569 ยังไม่ได้มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาแก่บุคคลใด เนื่องจากยังอยู่ระหว่างสอบปากคำพยานผู้เสียหาย รวบรวมหลักฐานเพื่อเสนออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พิจารณารับสอบสวนเป็นคดีพิเศษ ในความผิดฐาน พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343
รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะพนักงานสืบสวนที่ 52/2569 กรณีตรวจสอบการซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต ได้ดำเนินการสอบสวนปากคำพยานผู้เสียหาย และรับคำร้องทุกข์กล่าวโทษ และนำพยานหลักฐานทั้งหมดที่ได้จากการเข้าพื้นที่ตรวจค้น ไปตรวจสอบ และวิเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นบัญชีธนาคาร โทรศัพท์มือถือ เครื่องคอมพิวเตอร์ สินทรัพย์ดิจิทัลประเภท Bitcoin และสกุล USDT เอกสาร และข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างการดำเนินงานของเครือข่ายการลงทุน
โดยล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 22 มิ.ย.69 ได้มีการเสนอขอให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พิจารณารับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 เนื่องด้วยมีพฤติการณ์ทางคดีที่เข้าข่ายกฎหมาย ในความผิดฐาน พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343
อย่างไรก็ตาม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการเซ็นลงนามรับเป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้วในฐานความผิด “พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550” และจะได้มีการขยายผลดูความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนกรณีที่อธิบดีฯ รับสอบสวนไว้เป็นคดีพิเศษในฐานความผิดดังกล่าวไว้ก่อนนั้น เนื่องด้วยพบว่ามีการชักชวน เชิญชวน แนะนำการลงทุนเทรดซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ลงในอินเทอร์เน็ตซึ่งเป็นการเข้าถึงคนจำนวนมาก แต่มีลักษณะเป็นการหลอกลงทุน เพราะมีความเสียหายเกิดขึ้น ไม่เป็นไปตามที่กล่าวอ้างไว้
ขณะที่นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ หรือป้อม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม กรณีพบความเกี่ยวข้องในเรื่องเส้นทางการเงินและความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ ล่าสุดทั้งคู่ยังไม่ได้มีการประสานขอเข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอเพื่อชี้แจงแต่อย่างใด และทางพนักงานสอบสวนก็ยังไม่ได้มีการออกหมายเรียกพยานเพื่อให้ทั้งคู่เข้าชี้แจง
เนื่องจากยังอยู่ระหว่างกระบวนการสอบปากคำผู้เสียหายในคดีจำนวนมากที่ได้มีการประกาศประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนและขอความร่วมมือผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุนกับกลุ่มโบรกเกอร์ ผู้แนะนำการลงทุน (IB) และบริษัทช่องทางการชำระเงินที่เกี่ยวข้องกับคดีหลอกลวงลงทุนเงินตราต่างประเทศ (Forex) นอกระบบ ให้เร่งติดต่อเข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินคดีตามกฎหมาย
อาทิ ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากโบรกเกอร์ FOREX เช่น QRS Global, HFM, GOFX, Eterwealth และกลุ่มผู้แนะนำโบรกเกอร์ (IB) ประกอบด้วย อาจารย์พี, โค้ชเจมส์, JP Global, แอคมี่ และบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการรับ – ส่งเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์อีก 2 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด และ 2.บริษัท เพย์โซลูชั่น จำกัด



