ศาลจังหวัดจันทบุรีนำระบบ e-Filing ช่วยประชาชนพื้นที่ห่างไกล ‘จัดการมรดกออนไลน์ ง่ายนิดเดียว’ ลดภาระค่าใช้จ่าย เดินหน้าประสานหน่วยงานรัฐในจังหวัดติดตามผลพัฒนาต่อไป
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน นางสรสิริ จันทรา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยกรณี ศาลจังหวัดจันทบุรีได้รับแจ้งปัญหาข้อขัดข้องของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เช่น ในเขตอำเภอโป่งน้ำร้อน ในเรื่องของการยื่นคำร้องขอจัดการมรดก ที่ต้องเดินทางมาศาล มีภาระค่าใช้จ่ายที่สูงในการดำเนินการ และไม่มีผู้ให้คำแนะนำ ต่อมาได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาและดำเนินการประชุมหารือเพื่อพิจารณา ร่วมกันในการให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยคณะทำงานมีมติให้นำระบบการยื่นคำร้องขอจัดการมรดกผ่านระบบ e-Filing Version 3 มาใช้ แต่ต้องเข้าเงื่อนไขในการดำเนินการ 2 กรณี ได้แก่ กรณีที่ทายาททุกคนยินยอม โดยไม่มีผู้คัดค้าน และกรณีที่มีพินัยกรรมของเจ้ามรดกแต่งตั้งผู้จัดการมรดกไว้ ว่า
จากการเข้าพบ นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีในโอกาสที่ย้ายมาดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดจันทบุรี ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน ทำให้ทราบว่าในเขตจังหวัดจันทบุรีมี 10 อำเภอ แต่ละอำเภอมีปลัดอำเภอประจำศูนย์ดำรงธรรรมที่คอยดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน รวมถึงมีอุปกรณ์เครื่องมือด้านเทคโนโลยีสารสนเทศพร้อมในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
เมื่อศาลจังหวัดจันทบุรีมีระบบ e-Filing ของสำนักงานศาลยุติธรรม ที่รองรับการยื่นคำร้องขอจัดการมรดกโดยประชาชนไม่ต้องเดินทางไปยังศาล ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีจึงพร้อมสั่งการให้ทั้ง 10 อำเภอในจังหวัดนำระบบบการยื่นคำร้องขอจัดการมรดกระบบ e-Filing มาเป็นเครื่องมือหนึ่งในการช่วยเหลือประชาชนไปพร้อมกับศาลจังหวัดจันทบุรี โดยเห็นด้วยที่จะจัดทำ MOU ร่วมกัน โดยมีการลงนามเมื่อ วันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนในคดีจัดการมรดกผ่านระบบออนไลน์

โดยเปิดให้ประชาชนสามารถยื่นคำร้องขอจัดการมรดกผ่านระบบ e-Filing เริ่มขั้นตอนด้วยการยืนตัวตนผ่านเเอปพลิเคชัน ThaID ลงทะเบียนเข้าระบบ e-Filing ของศาลยุติธรรม เมื่อยื่นคำร้องเสร็จ ชำระค่าธรรมเนียมศาล 200 บาท จะได้วันนัดไต่สวน เมื่อถึงวันนัดสามารถเข้าสู่กระบวนการ “ไต่สวนออนไลน์ ” และสามารถคัดถ่ายคำสั่งรวมถึงหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดได้เมื่อครบกำหนดทันที ซึ่งตลอดขั้นตอน ผู้ร้องไม่ต้องเดินทางมาศาล โดยจังหวัดจันทบุรีเป็นผู้ประสานงานร่วมกับอำเภอในเขตความรับผิดชอบทั้ง 10 อำเภอ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้มาติดต่อราชการและสนับสนุนเครื่องมือ อุปกรณ์ ตลอดจนให้ข้อมูลแก่ประชาชนที่ประสงค์ยื่นคำร้องขอจัดการมรดก เช่น ผู้ที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ผู้ที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือ ผู้ที่ไม่มีโทรศัพท์ หรือเข้าระบบไม่เป็น ไม่คล่อง ผู้ที่ไม่มีเวลาเดินทางมาศาล นอกจากนี้ศาลจังหวัดจันทบุรียังจัดตั้งกลุ่มไลน์ เพื่อสนับสนุนแลกเปลี่ยนข้อมูล และให้คำแนะนำแก่ทางอำเภอในการร่วมกันช่วยเหลือประชาชน

โดยเรามีการติดตามผลการดำเนินการและให้ความรู้เกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอจัดการมรดก ผ่านระบบ e-Filing รวมทั้งวิธีดำเนินการเกี่ยวกับการร้องขอจัดการมรดก ให้แก่หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ตลอดจนรับฟังปัญหาข้อขัดข้องของประชาชนที่มาติดต่อกับหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สำนักงานที่ดินจังหวัดจันทบุรี สำนักงานขนส่งจังหวัดจันทบุรี ธนาคารออมสิน สาขาจันทบุรี และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาจันทบุรีและมีโครงการขยายผลไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อสม เครือข่ายภาคประชาชนอื่นๆ ฯลฯ เพื่อสร้างการรับรู้ให้ถึงประชาชนเป็นวงกว้างที่สุด
ซึ่งผลลัพธ์จากโครงการนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางของประชาชนอย่างมหาศาล แต่ยังช่วยลดช่องว่าง เสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดี และความศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างยั่งยืน
ศาลจังหวัดจันทบุรีจะยังคงมุ่งมั่น นำเทคโนโลยีและคุณธรรมมาร่วมขับเคลื่อน เพื่อส่งมอบความยุติธรรมที่โปร่งใสและเข้าถึงง่ายให้แก่ประชาชนทุกคน
เพื่อลดช่องว่างระหว่างศาลกับประชาชนเพื่อความยุติธรรมที่สะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม ภายใต้นโยบายประธานศาลฎีกา ”คุณธรรมนำทาง สร้างศรัทธา พัฒนาคุณภาพ“ และแผนยุทธศาสตร์ ศาลยุติธรรม พ.ศ.2569-2572 SMART ยุทธศาสตร์T ความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชน สู่ความสำเร็จในโครงการศาลยุติธรรมเพื่อประชาชน ประจำปี พ.ศ.2569
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับระบบ e-Filing เวอร์ชั่น 3 ของศาลยุติธรรม เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการยื่นคำฟ้อง คำร้อง และส่งคำคู่ความผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเดินทางไปที่ศาล ซึ่งความจริงเเล้วระบบ e-Filing เวอร์ชั่น 3 ของศาลยุติธรรมเปิดใช้เเล้วในศาลทั่วประเทศ เเต่จุดเด่นสำหรับการดำเนินงานครั้งนี้ของศาลจังหวัดจันทบุรีที่ถือเป็นตัวอย่างที่ดีมาก จะเป็นเรื่องการสร้างเครือข่ายหน่วยงานรัฐในการช่วยเหลือประชาชาชนในการยื่นคำร้องหรือการเข้าถึงระบบ ซึ่งหากศาลทุกจังหวัดเห็นประโยชน์เเล้วทำเเบบนี้จะถือว่าดีมาก เป็นการนำเทคโนโลยีมาอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายขึ้น

