DSI เตรียมสอบปากคำคดี Forex ป้อม ภาวุธ พฤหัสบดี ปมเส้นเงินรับโอน 28 ล้านบาทจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด
เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ความคืบหน้าคดีหลอกลงทุน Forex ซึ่งดีเอสไอได้สนธิกำลังปูพรมตรวจค้น 24 จุดในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก โดยมีกระแสข่าวเชื่อมโยงถึงนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จึงต้องการทราบขั้นตอนสืบสวนและการเยียวยาผู้เสียหาย ซึ่ง พล.ต.ท.รุทธพล ได้ชี้แจงว่าดีเอสไอร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) หรือตำรวจไซเบอร์ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และธนาคารแห่งประเทศไทย ติดตามคดีมานานกว่า 6 เดือน เนื่องจากมีความซับซ้อน แบ่งหน้าที่กันทำ มีการใช้นอมินีและสินทรัพย์ดิจิทัลโอนเงินเป็นทอด ๆ ไปยังต่างประเทศ
โดยรูปคดีแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มชักชวนลงทุน (IB : Introducing Broker) กลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ และกลุ่มบริษัทรับ-ส่งเงิน หรือ Payment เบื้องต้นตรวจพบบริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด และบริษัท เรนนี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด อย่างไรก็ดี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดให้มาพบในวันที่ 2 ก.ค.69 พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาแก่บุคคลใด และเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องนำพยานหลักฐานเข้าชี้แจง
รายงานข่าวในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีการออกหมายเรียกพยานแก่นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้เดินทางเข้าชี้แจงในวันพฤหัสบดีที่ 2 ก.ค.69 ณ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เพื่อให้ชี้แจงกรณีที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษพบเส้นทางการเงินระหว่างบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด โอนเงิน 28 ล้านบาท ในวันเดียว คือ วันที่ 18 ก.ค.67 จำนวน 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท เข้าไปยังบัญชีธนาคารส่วนตัวของนายภาวุธ ว่าเป็นการทำธุรกรรมในเรื่องใด
โดยเฉพาะหากนายภาวุธจะมีการชี้แจงว่าเป็นการเทรดทองคำ ก็ต้องมีหลักฐานการทำธุรกรรมการเทรดทองคำทั้งหมดมาแสดงต่อพนักงานสอบสวนด้วย ว่าเป็นการเทรดทองคำกับบริษัทใด ไทม์ไลน์การเทรด และผลตอบแทนในการเทรดที่ผ่านมา และนอกจากนี้ยังมีประเด็นที่นายภาวุธ เคยเป็นกรรมการบริษัท หรือถือหุ้นในบริษัทที่ปรากฏความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงในเส้นทางการเงินในแผนผังรูปภาพการสืบสวนของดีเอสไอ เนื่องจากแต่ละบริษัทต่าง ๆ เหล่านี้ที่อยู่ทั้งในกลุ่มของไอบี (IB) ผู้ชักชวนการลงทุน, กลุ่มของบริษัทโบรกเกอร์ และกลุ่มบริษัทเพย์เมนท์ ล้วนมีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องระหว่างกันทั้งสิ้น
อีกทั้งนายภาวุธยังมีเรื่องคลิปวิดีโอร่วมประชาสัมพันธ์บอกเล่าประสบการณ์การเทรดกับบริษัท QRS Global สะสมแต้มคะแนนแลกรับโทรศัพท์อีกด้วย ส่วนกรณีของนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม (ดาราชื่อดัง) พนักงานสอบสวนก็ได้มีการออกหมายเรียกพยานเรียบร้อยแล้วเช่นเดียวกัน เพื่อขอให้เข้ามาชี้แจงกรณีพบความเชื่อมโยงเส้นทางการเงินกับกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ชื่อดัง 2 ราย คือ บริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด และบริษัท HFM ซึ่งหากเจ้าตัวสะดวกที่จะเดินทางเข้าพบก่อนกำหนดนัดหมาย หรือจะขอเลื่อน ก็สามารถประสานแจ้งความประสงค์กับพนักงานสอบสวนได้เช่นเดียวกัน
แต่เบื้องต้นในการนัดหมายสอบปากคำในฐานะพยาน ทั้งกรณีของนายรัฐภูมิ และนายภาวุธจะอยู่ในกรอบสัปดาห์ของต้นเดือน ก.ค.69 พร้อมยืนยันว่า ในคดีการหลอกลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) พนักงานสอบสวนยังคงมีเพียงแค่หมายเรียกพยานเท่านั้น ยังไม่ได้มีการแจ้งดำเนินคดี หรือออกหมายเรียกผู้ต้องหาแต่อย่างใด แต่เป็นเพียงการออกหมายเรียกพยานเพื่อให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อความเป็นธรรม
รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยอีกว่า นอกจากการขยายผลรวบรวมพยานหลักฐานที่นำไปวิเคราะห์ตรวจสอบแล้วนั้น ปัจจุบันคณะพนักงานสอบสวนก็อยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติมในคดี ภายหลังจากที่ได้มีการประกาศประชาสัมพันธ์รับแจ้งข้อมูล คำร้องทุกข์ของผู้เสียหายลงในเพจเฟสบุ๊คกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งในตอนนี้มีจำนวนเกือบ 100 รายแล้วที่เข้ามาให้ข้อมูล ซึ่งผู้เสียหายแต่ละรายก็ได้เดินทางเข้ามาให้รายละเอียดกับพนักงานสอบสวน อาทิ พฤติการณ์ทางคดี มูลค่าความเสียหายจากการลงทุน การเข้าถึงการเทรดเงินตราต่างประเทศ (Forex)
ช่องทางผู้แนะนำการลงทุน ระยะเวลาการเทรด การได้ผลตอบแทนจากการเทรดเป็นต้น ส่วนการออกหมายเรียกพยานแก่คน 3 กลุ่มให้เข้ามาชี้แจง คือ 1.กลุ่มไอบี (IB : Introducing Broker) ผู้ชักชวนการลงทุน 2.กลุ่มบริษัทโบรกเกอร์ และ 3.กลุ่มบริษัทเพย์เมนท์ต่าง ๆ เหล่านี้ เนื่องด้วยพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้เสียหาย และขยายผลรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม จึงคาดว่าจะมีการออกหมายเรียกพยานแก่ 3 กลุ่มดังกล่าวนี้ในภายหลังจากที่มีข้อเท็จจริงครบถ้วนแล้ว
รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้อธิบดีดีเอสไอยังคงให้มีการสอบสวนคดีหลอกลงทุน Forex เป็นคดีพิเศษในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เท่านั้น ส่วนถ้าหากระหว่างการสอบสวน พบข้อเท็จจริงของกลุ่มบุคคลใด ที่เป็นการกระทำความผิดตามกฎหมายอื่นเพิ่มเติม เช่น พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527 หรือแชร์ลูกโซ่ พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 พ.ร.บ.สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 พนักงานสอบสวนก็สามารถพิจารณาดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาตามพยานหลักฐานได้ เพื่อให้ครอบคลุมการกระทำความผิดที่ตรวจพบ

