นพดล หัวหน้าทีม ลุยยกระดับ กต.ตร. ปั้นอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่

28.06.26 | 12:00 น.

“อนุทิน” ตั้งทีมยกระดับ กต.ตร. ปั้นอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่ เสริมความมั่นคงชาติ-สร้างความปลอดภัยให้ประชาชน

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนภาคประชาชน ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (อ.ก.ต.ช.) ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ในฐานะประธานก.ต.ช. ได้แต่งตั้งตน ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (อ.ก.ต.ช.) ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ตามอำนาจหน้าที่ในพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญในการยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนและเสริมความเข้มแข็ง ของคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) ทุกระดับ ให้เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงประชาชนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างเป็นระบบ

ผศ.ดร.นพดล กล่าวว่า นโยบายนี้มุ่งต่อยอด “อาสาตำรวจบ้าน” ตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการส่งเสริมให้ประชาชน ชุมชน ท้องถิ่นและองค์กรมีส่วนร่วมในกิจการตำรวจ พ.ศ. 2551 ให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมในปัจจุบัน โดยมี กต.ตร. ทุกสถานีตำรวจ และผู้นำชุมชน เป็นศูนย์กลางในการร่วมคัดเลือก พัฒนา สนับสนุน ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานของอาสาตำรวจบ้านร่วมกับสถานีตำรวจและประชาชนในพื้นที่ ทำให้ กต.ตร. ไม่เพียงทำหน้าที่ให้คำปรึกษาหรือติดตามการบริหารงานตำรวจเท่านั้น แต่ยังเป็น กลไกเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐในการสร้างความร่วมมือระหว่างประชาชนกับตำรวจ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชนจากระดับชุมชนสู่ระดับประเทศ

ภายใต้นโยบายของนายกรัฐมนตรีดังกล่าว อาสาตำรวจบ้านจะได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านการคัดเลือก การฝึกอบรม การรับรองมาตรฐาน สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และการศึกษารูปแบบค่าตอบแทนที่เหมาะสมและยั่งยืน พร้อมทั้งมีระบบติดตามและประเมินผลที่เปิดโอกาสให้ กต.ตร. ผู้นำชุมชน ภาคประชาชนในพื้นที่ และหน่วยงานส่วนกลาง ร่วมกันประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างโปร่งใส เพื่อให้อาสาตำรวจบ้านเป็นพลังภาคประชาชนที่มีคุณภาพ ช่วยแบ่งเบาภารกิจของตำรวจ และสร้างความปลอดภัยให้กับทุกชุมชนทั่วประเทศอย่างยั่งยืน

“กต.ตร. ทุกระดับคือหัวใจของการเชื่อมโยงตำรวจกับประชาชน และจะเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนนโยบายอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่ให้ประสบความสำเร็จทั่วประเทศ ทั้งนี้รัฐบาลไม่ได้กำลังสร้างกลไกใหม่มาแทน กต.ตร. แต่กำลังยกระดับ กต.ตร. และผู้นำชุมชนให้เป็นศูนย์กลางของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชน”ผศ.ดร.นพดล กล่าว

ผศ.ดร.นพดล กล่าวว่า นี่คือแนวคิดสำคัญที่รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน กำลังผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการพัฒนา “ระบบอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่” เพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนทั่วประเทศ

Advertisement

อาสาตำรวจบ้านยุคใหม่ รัฐบาลจะยกระดับสิทธิประโยชน์ ประชาชนร่วมคิด ตำรวจร่วมทำ ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนปลอดภัย แนวคิดนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนอาสาสมัคร แต่เป็นการวาง “ระบบ” ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างมีเกียรติ มีมาตรฐาน และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ควบคู่ไปกับการเสริมศักยภาพการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เพื่อขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธาน ก.ต.ช.ได้แต่งตั้งให้ตน กรรมการ ก.ต.ช. ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนภาคประชาชน เป็น ประธานคณะอนุกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมี พล.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี ที่ปรึกษาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นรองประธานคณะอนุฯ เพื่อร่วมกำหนดนโยบาย พัฒนากลไก และสร้างระบบการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ผศ.ดร.นพดล กล่าวด้วยว่า ในเวลาเดียวกัน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้จัดตั้ง คณะทำงานขับเคลื่อนอาสาตำรวจบ้าน โดยมี รองศาสตราจารย์ พล.ต.อ.ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนอาสาตำรวจบ้าน เพื่อพัฒนาหลักสูตร มาตรฐาน และแนวทางการปฏิบัติให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในทุกพื้นที่

ทั้งสองกลไกจะทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิด โดยมีคณะอนุ ก.ต.ช. ชุดนี้จะรับผิดชอบด้านนโยบาย รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และกำหนดกรอบการมีส่วนร่วมของประชาชน ในขณะที่ คณะทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรับผิดชอบการขับเคลื่อน การพัฒนาหลักสูตร การฝึกอบรม และการขยายผลสู่การปฏิบัติทั่วประเทศ

จุดเด่นของ “อาสาตำรวจบ้านยุคใหม่” ยึดหลัก “5 ไม่ และ 5 เป็น” 5 ไม่ ของ อาสาตำรวจบ้าน ได้แก่ 1.ไม่ใช่ตำรวจแทนตำรวจ 2.ไม่ใช่ผู้มีและใช้อำนาจรัฐโดยอิสระ 3.ไม่ใช่ผู้กร่าง วางอำนาจ อิทธิพล 4.ไม่ใช่ภาระของสถานีตำรวจ และ
5.ไม่แสวงหาผลประโยชน์โดยประพฤติมิชอบจากการเป็นอาสาตำรวจบ้าน ส่วน 5 เป็น ของ อาสาตำรวจบ้าน ได้แก่ 1.เป็นผู้ช่วยตำรวจ เป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแส ภายใต้การกำกับดูแลของสตช.2.

เป็นผู้รับใช้ประชาชนและชุมชน ด้านความปลอดภัยของประชาชน 3.เป็นผู้ประสานความร่วมมือ เชื่อมโยงประชาชน กต.ตร.สถานีตำรวจ ผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานของรัฐเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา 4.เป็นผู้ช่วยเหลือประชาชน ผู้ประสบภัย ปฐมพยาบาลเบื้องต้น บริการสาธารณะด้วยจิตอาสา และ5.เป็นหุ้นส่วนของตำรวจในการเสริมสร้างความมั่นคงของชาติและความปลอดภัยของประชาชน

ผศ.ดร.นพดล กล่าวว่า ระบบใหม่นี้เปิดโอกาสให้กับผู้สนใจที่เป็นคนไทยอายุ 20 ปีขึ้นไป มีสิทธิสมัครเข้าหลักสูตรอาสาตำรวจบ้านและยังให้ความสำคัญกับการคัดเลือกผู้สมัครจากภาคประชาชนในชุมชนแท้จริงการฝึกอบรม การรับรองมาตรฐาน การมีค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ครบถ้วนตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึง การติดตามและประเมินผลร่วมกัน โดยประชาชนในพื้นที่ กต.ตร. ผู้นำชุมชนและคณะกรรมการจากส่วนกลาง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และได้รับความเชื่อมั่นจากทุกฝ่าย

ผศ.ดร.นพดล กล่าวด้วยว่า เป้าหมายสำคัญของการทำงานครั้งนี้ คือการทำให้คนไทยทุกคนรู้สึกว่า “ความปลอดภัยเป็นเรื่องของเราทุกคน” เมื่อประชาชน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และร่วมกันรับผิดชอบ ประเทศไทยจะมีระบบความปลอดภัยที่เข้มแข็งกว่าการพึ่งพาหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง
การขับเคลื่อนครั้งนี้สะท้อนแนวทางของรัฐบาลโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มุ่งสร้าง “ความร่วมมือ” มากกว่าการสั่งการ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีบทบาทในการดูแลสังคมของตนเอง และยกระดับการบริหารความปลอดภัยด้วยข้อมูล การมีส่วนร่วม และความไว้วางใจ เพราะความมั่นคงของชาติ เริ่มต้นจากความปลอดภัยของชุมชน

ผศ.ดร.นพดล กล่าวต่อว่า ทั้งหมดนี้เป็นกรอบแนวนโยบายและข้อเสนอเชิงระบบ จะถูกส่งต่อให้ คณะทำงานขับเคลื่อนอาสาตำรวจบ้าน ซึ่งสตช.แต่งตั้ง โดยมี รองศาสตราจารย์ พล.ต.อ.ดร.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผบ.ตร.เป็นหัวหน้าคณะทำงาน เพื่อพิจารณาออกแบบหลักสูตร กำหนดมาตรฐาน แนวทางปฏิบัติ รูปแบบการดำเนินงานที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และอื่น ๆ พร้อมนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้การกำกับดูแลของสตช.

โดยเป้าหมายสูงสุดของการทำงานร่วมกันระหว่างคณะอนุกรรมการกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน กับ คณะทำงานขับเคลื่อนอาสาตำรวจบ้าน สตช. กต.ตร. ทุกระดับ ผู้นำชุมชนและภาคประชาชนในพื้นที่ คือ การสร้าง ระบบอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่ ที่มีมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานของ สถานีตำรวจทั้ง 1,483 แห่ง และเชื่อมโยงความร่วมมือกับชุมชนประมาณ 80,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และความเข้มแข็งของชุมชนอย่างยั่งยืน

“ความสำเร็จของอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่ จะไม่ได้วัดจากจำนวนอาสาสมัครที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดจากจำนวนชุมชนที่ปลอดภัยมากขึ้น การจัดระเบียบสังคมระดับชุมชน คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยทั้งประเทศ และความเชื่อมั่นศรัทธาที่เพิ่มขึ้นจากประชาชน สู่ตำรวจ และรัฐบาลผู้สนใจเข้ารับการอบรมในหลักสูตรอาสาตำรวจบ้านยุคใหม่ เชิญสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม เพิ่มเพื่อนไลน์ ได้ที่ Line id: @police.policy“ผศ.ดร.นพดล กล่าว

พล.ต.อ.อัคราเดช นั่งเก้าอี้ รองประธานอนุฯ ก.ต.ช.