ป.ป.ส.ค้นคอนโดฯ แอร์สาวบินไทย ขนเฮโรอีน พบกล่องพัสดุปริศนา-ชายส่งของก่อนบิน

30.06.26 | 11:49 น.

ป.ป.ส. ค้นคอนโดแอร์สาว พบ “กล่องพัสดุปริศนา” ไม่ระบุผู้ส่ง ส่งถึงก่อนบิน 2 วัน ไม่ชัดใช่กล่องบรรจุถุงผ้า 12 ใบหรือไม่ เร่งแกะรอยชายสวมเสื้อแจ็กเก็ตนำกล่องเข้าคอนโดก่อน ยังไม่ฟันธงแอร์สาวถูกหลอกหิ้วยา หรือร่วมขบวนการ ขอเวลาขยายผลหาความเชื่อมโยง

นางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และโฆษกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีแอร์โฮสเตสสาวชาวไทยถูกจับกุมฐานลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศออสเตรเลีย โดยระบุว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้เข้าทำการตรวจค้นห้องพักภายในคอนโดมิเนียมของแอร์สาวแล้ว เบื้องต้นยังไม่พบสิ่งผิดกฎหมายหรือสิ่งต้องสงสัยใดๆ มีเพียงกล่องพัสดุเปล่าปริศนา 1 ใบ ไม่ระบุผู้ส่ง มาส่งของเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ก่อนบิน 2 วัน ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด ตามที่เราเองก็สันนิษฐานว่าเกี่ยวข้องกับถุงผ้า 12 ใบหรือไม่


จากการสอบปากคำแฟนหนุ่มของแอร์สาว ซึ่งเป็นผู้อาศัยร่วมกัน และเป็นเจ้าของห้องพัก ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี โดยให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเพิ่งมาทราบเรื่องจากกระแสข่าวภายหลัง ก่อนจะพยายามติดต่อหาแฟนสาวจากเพื่อน โดยเขาทราบเพียงว่ากล่องพัสดุดังกล่าวเป็นกล่องใหม่ที่เพิ่งมาส่ง ซึ่งจากการตรวจสอบย้อนหลังจากกล้องวงจรปิดของทางนิติบุคคลคอนโดมิเนียม พบภาพบุคคลสวมเสื้อแจ็กเก็ตเดินอุ้มกล่องพัสดุนี้เข้ามาส่งที่นิติบุคคล โดยเดินเท้าเข้ามา และไม่ได้ผ่านไม้กั้น เพื่อแลกบัตรยานพาหนะตามขั้นตอนปกติ ขณะนี้ ป.ป.ส. อยู่ระหว่างการสืบสวนย้อนกลับไปว่าบุคคลดังกล่าวเป็นใคร และกล่องพัสดุนี้เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดหรือไม่

“ทางฝั่งไทยเรากำลังตรวจสอบขยายผลเพื่อนำข้อมูลไปประกอบกับเครือข่ายที่ทางตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (AFP) มีอยู่ แต่ในขณะนี้เรายังไม่สามารถปรักปรำได้ว่าตัวแอร์โฮสเตส มีเจตนาร่วมกระทำความผิด หรือทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพราะถูกหลอกให้หิ้วของ ต้องรอข้อมูลและหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้” นางสาวอารีภักดิ์ กล่าว

Advertisement

สำหรับสถานการณ์ของแอร์สาวในปัจจุบัน ทางการออสเตรเลียยังปฏิเสธการให้ประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีสำคัญที่ทาง AFP ต้องการขยายผลร่วมกัน โดย ป.ป.ส. ได้ประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี 2559 เนื่องจากออสเตรเลียถือเป็นประเทศปลายทางที่ขบวนการมักใช้ไทยเป็นทางผ่าน ในส่วนของการช่วยเหลือทางกฎหมาย ขณะนี้ผู้ต้องหาได้ประสานงานกับทนายความและมารดา เพื่อเข้ามาดูแลในเรื่องคดีความแล้ว

พร้อมกันนี้ โฆษก ป.ป.ส. ได้ฝากเตือนไปยังพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ ให้ระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการรับฝากหรือรับหิ้วสิ่งของข้ามประเทศเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่รู้จักหรือไม่รู้จักก็ตาม เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะตกเป็นเครื่องมือของขบวนการค้ายาเสพติด หรือสิ่งของผิดกฎหมายอื่นๆ ซึ่งมีโทษร้ายแรงในต่างประเทศ