8 ขวบโดนลูกหลงปืนปากกาเจาะโหนกแก้ม เหตุโจ๋ปะทะคู่อริ ย่าวอนช่วย เผยร.ร.ไม่มีประกันอุบัติเหตุ

10.06.17 | 17:43 น.

วันที่ 10 มิย. 60 พ.ต.อ.คมสัน พฤศวานิช ผกก.สภ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ได้นำกำลังจับกุมตัว นายสันติ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี บ้านอยู่ ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง พร้อมของกลางอาวุธปืนปากกา 1 กระบอก โดยจับกุมตัวได้ที่บ้านพักตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ลงวันที่ 8 มิ.ย.นี้ ในข้อหา พยายามฆ่าผู้อื่น จึงควบคุมไปสอบสวนเบื้องต้นให้การรับสารภาพ

ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น.วันที่ 7 มิ.ย.นี้ ตำรวจ สภ.ทุ่งสง ได้รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บเหตุเกิดในบริเวณโรงเรียนวัดสำโรง ต.นาหลวงเสน ให้ไปตรวจสอบและสอบสวนด้วยหลังรับแจ้งจึงไปที่เกิดเหตุซึ่งอยู่บริเวณโรงเรียนและมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บหนึ่งคนทราบชื่อ ด.ญ.มนัณญา หาบหา อายุ 8 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66 ต.ปากแพรก เขตเทศบาลเมืองทุ่งสง นักเรียนชั้น ป.3 โรงเรียนดังมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนปากกาเข้าที่บริเวณโหนกแก้มซ้าย 1 แผล กระสุนฝังในถูกนำส่ง รพ.ทุ่งสง แล้วแพทย์ต้องนำเข้าห้องผ่าตัดด่วนเพื่อผ่าหัวกระสุนออก

จากการสอบสวนของตำรวจทราบว่า ด.ญ.มนัณญา นั้นพักอาศัยอยู่กับ นางลมัย สามารถ อายุ 62 ปี ผู้เป็นย่า ซึ่งไม่มีอาชีพอะไรส่วนพ่อแม่เด็กทำงานก่อสร้างอยู่ที่ จ.สงขลา ส่งเงินมาให้ใช้ ซึ่งนางลมัยรับเลี้ยงหลาน 2 คนคือ คนที่บาดเจ็บ และ ด.ญ.มนัสนันส์ หาบหา อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นพี่สาวโดยก่อนเกิดเหตุ นางลมัยได้ขับรถจักรยานยนต์ไปจอดรับหลานทั้งสองในโรงเรียนขณะที่ ด.ญ.มนัณญา คนเจ็บกำลังเดินมาหาย่าเพื่อขึ้นรถกลับบ้านปรากฏว่ามีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จากถนนนอกโรงเรียนกระสุนเจาะเข้าโหนกแก้ม ดญ.มนัณญา ซึ่งตอนนั้นยังไม่รู้ว่าถูกยิง ด.ญ.มนัณญา ได้วิ่งมาหาย่าพร้อมมือกุมบาดแผลที่เลือดไหลโชกพร้อมร้องบอกว่าไม่รู้โดนอะไรเจ็บแล้วเมื่อนางลมัยเห็นเช่นนั้นจึงตะโกนร้องให้คนช่วยนำส่ง รพ.ทุ่งสง จนถูกนำส่ง รพ.อาการสาหัสแพทย์รับเข้ารักษาด้วยการผ่าตัดเอาหัวกระสุนนออกมาและพักอยู่ รพ. 2 คืน แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้

ทางด้านนายสันติคนยิงที่ถูกจับได้รับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้มาที่ตลาดนัดซึ่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุและได้เห็นคู่อริที่เคยมีเรื่องกันมาก่อนขับ จยย.อยู่ตนจึงชักปืนปากกาที่พกติดตัวอยู่ยิงใส่คู่อริ 1 นัด กระสุนไม่ถูกคู่อริโดยที่ตนไม่รู้ว่ากระสูนปืนถูกนักเรียนได้รับบาดเจ็บหลังจากยิงแล้วได้หลบหนีไปอยู่ที่บ้านจนกระทั่งตำรวจมาจับกุมตัวได้

ต่อมาเช้าวันนี้ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปเยี่ยม ด.ญ.มนัณญา ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บซึ่งกลับมาพักฟื้นที่บ้านแล้วปรากฏว่ายังมีอาการเจ็บปวดที่บาดแผลและมีอาการหวาดผวากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและกินอะไรก็ไม่ได้และนางลมัยจะพา ดญ.มนัณญา นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปให้แพทย์ล้างแผลทุกวันซึ่งนางลมัยผู้เป็นย่าเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ฐานะทางบ้านยากจนพ่อแม่ของหลานต้องไปทำงานต่างจังหวัดและหลานเพิ่งย้ายมาจาก อ.กันตัง จ.ตรัง มาเรียนที่โรงเรียนนี้เมื่อเทอมสองของปีนี้ซึ่งทางโรงเรียนก็ไม่ได้ทำประกันอุบัติเหตุให้หลานต้องรอปีการศึกษาหน้าจึงจะได้ทำประกันซึ่งการรักษาตัวในการถูกยิงครั้งนี้เห็นทางเจ้าหน้าที่ของ รพ.บอกว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาซึ่งตนไม่ทราบจะหาเงินที่ไหนมารักษาหลานได้และหลังจากเกิดเรื่องแล้วยังไม่มีใครหรือหน่วยงานไหนเข้ามาดูแลหรือให้การช่วยเหลือแต่อย่างใดนอกจากครูที่โรงเรียนไปเยี่ยมหลานที่ รพ.แล้วแต่ก็ไม่เห็นพูดถึงการช่วยเหลือแต่อย่างใด นางลมัย กล่าวในที่สุด.

Advertisement