ป.ป.ส. รู้ต้นทางเฮโรอีนแล้ว ปมแอร์สาวลอบขนข้ามชาติ ยันที่มาจากต่างประเทศแน่นอน แต่ใช้ไทยเป็นจุดบรรจุ-เปลี่ยนพัสดุ ก่อนส่งถึงแอร์สาว เหตุไทยไม่มีแหล่งผลิตยาชนิดนี้
ทราบต้นทางของยาเสพติดประเภทเฮโรอีนที่แอร์สาวนำมาแล้ว ซึ่งมีต้นทางมาจากต่างประเทศอย่างแน่นอน ส่วนจะเป็นพื้นที่ใดนั้น อยู่ระหว่างไล่เส้นทาง เนื่องจากขบวนการค้ายาเสพติดใช้เส้นทางลำเลียงหลัก 3 เส้นทาง ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สามเหลี่ยมทองคำ) และจังหวัดกาญจนบุรี เพราะประเทศไทยไม่มีแหล่งผลิตยาเสพติดประเภทนี้
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ในฐานะโฆษกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 1 ก.ค.69 เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายยาเสพติดทั่วประเทศ และจากการตรวจค้นพบว่าเป็นเครือข่ายยาเสพติดที่มีต้นตอมาจากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนจะเกี่ยวข้องกับคดีแอร์สาวหรือไม่นั้น เบื้องต้นพบว่ามีทั้งส่วนที่เกี่ยวข้องและไม่เกี่ยวข้อง จึงขอเวลาช่วงเช้าวันนี้ให้เจ้าหน้าที่ชุดทำงานได้รวบรวมผลการตรวจค้นทั้งหมดมาตรวจสอบอย่างละเอียด ก่อนจะแถลงข่าวในช่วงบ่ายวันนี้ต่อไป
เมื่อถามถึงกระแสข่าวการจับกุมกลุ่มบุคคลที่คาดว่าเป็นคนขับรถยนต์เก๋ง หรือผู้เกี่ยวข้องในซอยรางน้ำช่วงกลางดึกวันที่ 1 ก.ค.69 ที่ผ่านมา ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนั้น น.ส.อารีภักดิ์กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นเพียงคดีทั่วไปตามพฤติการณ์ที่ปรากฏเป็นข่าว ยังไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับคดีของ น.ส.มีนา โดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม ป.ป.ส. กำลังเร่งขยายผลขบวนการนี้ในอีกหลายส่วน ขอให้รออีกหน่อย คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้จะมีความชัดเจน ตามที่เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้เน้นย้ำให้ดำเนินการอย่างเต็มที่
เมื่อถามถึงกรณีรถยนต์ต้องสงสัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่อาจเกี่ยวข้องกับการขนส่งพัสดุยาเสพติดเฮโรอีนนั้น น.ส.อารีภักดิ์กล่าวว่า มั่นใจว่าพื้นที่กรุงเทพฯ มีกล้องวงจรปิด (CCTV) จำนวนมาก แม้เจ้าตัวจะไม่เข้ามารายงานตัว เจ้าหน้าที่ก็สามารถติดตามตัวมาสอบสวน เพื่อพิสูจน์ความเชื่อมโยงได้อย่างแน่นอน สำหรับเป้าหมายสำคัญของการขยายผลภายใน 1-2 วันนี้ คือ การตัดวงจรและหาเส้นทางลำเลียงยาเสพติดจากประเทศไทยไปยังประเทศปลายทางออสเตรเลีย โดยพฤติการณ์ของเครือข่ายนี้จะมีกลุ่มที่ทำหน้าที่เป็น “นักบิน” หรือคนวิ่งของคอยลำเลียงยาเสพติดมาพักไว้ ก่อนส่งออกนอกประเทศ ขณะนี้ ป.ป.ส. ทราบข้อมูลและเส้นทางบางส่วนแล้ว รวมทั้งทราบตัวกลุ่มผู้ร่วมขบวนการและผู้รับปลายทางในออสเตรเลีย ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะนำไปต่อจิ๊กซอว์ร่วมกับทางการออสเตรเลียต่อไป
เมื่อถามถึงประเด็นที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดแอร์สาวจึงหลงเชื่อและไว้วางใจเพจเฟซบุ๊ก “Rose Rose” จนยอมรับหิ้วกระเป๋าเดินทางข้ามประเทศ ทั้งที่มีกฎเหล็กห้ามลูกเรือรับหิ้วของโดยเด็ดขาด น.ส.อารีภักดิ์ กล่าวว่า เราเองก็ตั้งข้อสังเกตมาโดยตลอด เนื่องจากสินค้าที่ส่งมา ไม่มีการระบุที่มาของเจ้าของอย่างชัดเจน ซึ่งผู้ที่จะให้คำตอบได้ดีที่สุดคือตัวแอร์สาว โดยขณะนี้ทางการออสเตรเลียกำลังอยู่ระหว่างสรุปและรวบรวมคำให้การส่งมาให้ ป.ป.ส. เช่นกัน ขณะนี้ ป.ป.ส. ทราบแหล่งที่มาของขบวนการยาเสพติดและกระเป๋าผ้าที่เกี่ยวข้องกับคดีของแอร์สาวแล้ว แต่อยู่ระหว่างปฏิบัติการเชิงลึก จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้ โดยยืนยันได้เพียงว่า ทราบต้นทางของยาเสพติดประเภทเฮโรอีนที่แอร์สาวนำมาแล้ว ซึ่งมีต้นทางมาจากต่างประเทศอย่างแน่นอน ส่วนจะเป็นพื้นที่ใดนั้น อยู่ระหว่างไล่เส้นทาง เนื่องจากขบวนการค้ายาเสพติดใช้เส้นทางลำเลียงหลัก 3 เส้นทาง ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สามเหลี่ยมทองคำ) และจังหวัดกาญจนบุรี เพราะประเทศไทยไม่มีแหล่งผลิตยาเสพติดประเภทนี้ แต่ขบวนการมักใช้ประเทศไทยเป็นจุดบรรจุและเปลี่ยนพัสดุภัณฑ์ ก่อนส่งต่อไปถึงมือของแอร์
ส่วนความชัดเจนเกี่ยวกับพัสดุที่ถูกนำมาส่ง และการแชตพูดคุยกับผู้ว่าจ้างนั้น ยืนยันว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของนิติบุคคล พบว่าพัสดุต้องสงสัยถูกนำมาส่งเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.69 ขณะที่แอร์สาวมีการแชตพูดคุยกับผู้ว่าจ้างมาตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.69 เป็นการพูดคุยต่อเนื่อง ก่อนจะตกลงทำธุรกิจร่วมกัน และนัดให้นำพัสดุมาส่งในวันที่ 22 มิ.ย.69 นอกจากนี้ คาดว่าทางแอร์สาวน่าจะมีความสับสนเรื่องวัน และแอร์สาวให้การกับทางการออสเตรเลียว่าเป็นการรับงานลักษณะนี้เป็นครั้งแรก แต่จากข้อมูลพบว่าการเดินทางเข้า-ออกประเทศออสเตรเลียครั้งล่าสุด นับเป็นครั้งที่ 14 จึงต้องตรวจสอบว่าคำให้การดังกล่าวสอดคล้องกับพยานหลักฐานหรือไม่



