‘ทนายอั๋น’ รุดยื่น ‘บิ๊กเต่า’ แฉขบวนการโกงสอบท้องถิ่นอีสานใต้ หิ้วสลิป-แชตมัด 5 เอเยนต์บิ๊ก อปท.

2.07.26 | 15:51 น.
ทนายอั๋น

‘ทนายอั๋น’ รุดยื่น ‘บิ๊กเต่า’ แฉขบวนการโกงสอบท้องถิ่นอีสานใต้ หิ้วสลิป-แชตมัด 5 เอเยนต์บิ๊ก อปท.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 กรกฎาคม ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น” เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว หรือ “บิ๊กเต่า” รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับเครือข่ายเอเยนต์ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยนำรายชื่อเอเยนต์ประมาณ 4-5 ราย พร้อมหลักฐานสลิปโอนเงิน แชตไลน์ และข้อมูลการนัดหมายมามอบให้ตำรวจ

นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า หลักฐานที่นำมายื่นครั้งนี้เชื่อมโยงพื้นที่จ.ศรีสะเกษ และบุรีรัมย์ โดยเฉพาะอ.พยุห์,อ.ปะคำ,อ.บ้านใหม่ไชยพจน์ และอ.นาโพธิ์ ซึ่งมีทั้งสลิปโอนเงิน ผู้โอน ผู้รับ และข้อความแชตที่พูดคุยเรื่องการจ่ายเงินอย่างชัดเจน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 เป็นวันสำคัญที่ทุกกลุ่มใช้เป็นวันนัดหมายให้รวบรวมเงิน ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร โดยในแชตมีข้อความให้โอนเงินให้ครบภายในวันที่ดังกล่าวเพื่อเตรียมสอบเดือนธันวาคม รวมถึงมีการส่งพิกัดนัดรวมตัวและกำหนดเวลาเดินทาง

ทนายอั๋น

โดยเอเยนต์แต่ละจังหวัดเป็นผู้รวบรวมเงินสดเข้ากรุงเทพฯ ก่อนนำไปส่งต่อยังสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งคาดว่าอาจอยู่ในพื้นที่จ.นนทบุรี พร้อมขอให้ตำรวจตรวจสอบข้อมูลการใช้โทรศัพท์และเส้นทางการติดต่อของเอเยนต์ เพราะเชื่อว่าจะสามารถเชื่อมโยงไปถึงผู้บงการระดับสูงได้ เช่นเดียวกับแนวทางการสืบสวนคดีฮั้วเลือก ส.ว. ที่ตนเคยดำเนินการมาก่อน

นอกจากนี้นายภัทรพงศ์ ยังระบุอีกว่า วันนี้ยังไม่นำผู้เสียหายที่จ่ายเงินแต่ไม่ได้รับการบรรจุเข้าราชการมาให้ปากคำ เนื่องจากผู้เสียหายยังมีความกังวลและเกรงว่าจะถูกดำเนินคดี พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐประกาศความชัดเจนว่าจะให้ความคุ้มครองผู้ที่ออกมาให้ข้อมูล เพื่อสร้างความมั่นใจและทำให้มีผู้กล้าออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงมากขึ้น

Advertisement

สำหรับข้อมูลเอเยนต์ที่นำมามอบให้ตำรวจ ส่วนใหญ่เป็นปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 ราย และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล 1 ราย โดยมีข้อสังเกตว่า หนึ่งในปลัดที่รับโอนเงินในพื้นที่จ.ศรีสะเกษเสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 แต่หลังจากนั้นยังพบการนัดหมายและการติดต่อกันในกลุ่ม จึงเชื่อว่ากระบวนการยังคงเดินหน้าต่อ และเงินอาจถูกส่งต่อไปยังบุคคลอื่นแล้ว

ทนายอั๋น เปิดเผยว่า หลักฐานทั้งหมดประกอบด้วยสลิปโอนเงินที่ระบุชื่อผู้รับอย่างชัดเจน โดยส่วนใหญ่เป็นปลัดที่รับเงินด้วยตนเอง มีเพียงบางพื้นที่ที่ใช้ข้าราชการใน อบต. รับเงินแทน แต่ผู้ที่สนทนาและประสานงานยังเป็นตัวปลัดทั้งหมด พร้อมระบุว่า ผู้สมัครแต่ละรายจ่ายเงินประมาณ 600,000 บาท เพื่อแลกกับการช่วยเหลือในการสอบบรรจุตำแหน่งระดับปริญญาตรี สายวิชาการและสายธุรการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ปัจจุบันมีผู้เสียหายที่ยืนยันข้อมูลแล้วประมาณ 14 ราย โดยทุกคนชำระเงินครบ แต่เมื่อประกาศผลสอบกลับไม่มีรายชื่อติดบัญชีผู้สอบผ่าน โดยตนจะลงพื้นที่จ.บุรีรัมย์เพื่อรวบรวมผู้เสียหายเพิ่มเติมในเร็วๆนี้

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงทางการเมือง เนื่องจากจ.บุรีรัมย์ เป็นพื้นที่ของพรรคการเมืองใหญ่ นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ยังไม่สามารถกล่าวหาว่าบุคคลทางการเมืองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตได้ แต่จากหลักฐานที่ตรวจสอบพบว่า นายกองค์การบริหารส่วนตำบลรายหนึ่งที่ถูกระบุว่าเป็นเอเยนต์ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา โดยอ้างว่าเคยร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน และในการสนทนามักเรียกนายโสภณว่า “นาย” หรือ “เจ้านาย” ทุกครั้ง อีกทั้งยังเคยร่วมลงพื้นที่ช่วยหาเสียงเลือกตั้งให้ด้วย แต่ข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ส่วนตัวเท่านั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ว่านายโสภณมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริต และเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงและเส้นทางการเงินต่อไป

ตนมองว่าการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมองว่ายังไม่มีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้ยื่นข้อมูลต่อ ป.ป.ช. แล้ว แต่ยังไม่ถูกเรียกเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม และตั้งคำถามถึงความคืบหน้าการตรวจสอบรายชื่อผู้ต้องสงสัยกว่า 3,000 ราย ที่เคยตรวจพบความผิดปกติในการสอบ พร้อมเรียกร้องให้ใช้มาตรฐานเดียวกับคดีจังหวัดภูเก็ต ซึ่งตำรวจสามารถรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับ และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็ว