ปปส.เปิดเครือข่าย แอร์สาวหิ้วยา เชื่อมโยงขบวนการ ขนเฮโรอีนข้ามชาติ ชงคดีพิเศษ

2.07.26 | 16:44 น.

ปปส.ขยายผลเครือข่าย แอร์สาวหิ้วยา เชื่อมโยงขบวนการ ขนเฮโรอีนข้ามชาติ ชงคดีพิเศษ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 ก.ค. ที่ สำนักงาน ป.ป.ส. (ดินแดง) พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย นายอภิกิต ฉ. โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และ น.ส.ขวัญกมล ศรีชัยวรรณ รักษาการในตำแหน่งนักสืบสวนสอบสวนเชี่ยวชาญ ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ

พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยว่า เนื่องด้วยเราต้องการขยายเครือข่ายและตัวการสำคัญให้มากที่สุด และเพื่อให้เห็นถึงตัวการเบื้องหลังขบวนการสำคัญ ดังนั้น การที่ตนจะพูดถึงตัวละคร บุคคล ตนจะไม่ขอนำเสนอรายละเอียดว่าชื่อจริงนามสกุลอะไรบ้าง อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เกิดคดีของ น.ส.มีนา (พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน) ได้นำพายาเสพติดเข้าประเทศออสเตรเลีย ทางเราได้ทำข้อมูลการข่าวในกลุ่มเครือข่ายที่เป็นผู้ส่งยาเสพติดไปยังประเทศออสเตรเลีย เเละก็ได้ทำการขยายผลมาเรื่อย ๆ เพราะเข้าใจว่าเครือข่ายที่เรากำลังสืบสวนอยู่นั้น มีประวัติเกี่ยวข้องมาตั้งแต่ปี 2568 จนกระทั่งวันที่ 30 มิ.ย. 69 ที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มเครือข่ายขบวนการได้มีการส่งพัสดุมายังพื้นที่กรุงเทพมหานคร แถวบางเขน หลักสี่ ซึ่งเราได้ส่งเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ไปทำการตรวจพิสูจน์ทราบและมีการตรวจยึดของกลางที่เป็นเฮโรอีน จำนวน 8 กิโลกรัมซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้าที่แขวนตามผนัง และนี่คือจุดเริ่มต้น หลังจากนั้นมาเราก็สืบสวนขยายผลกระบวนการที่เราเฝ้าตรวจ ว่ามีการส่งพัสดุที่ไหน อย่างไรบ้าง

จนพบว่าวันที่ 1 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา ในช่วงเย็นเราได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นอีก 2 จุด คือ ซอยรางน้ำ และรามคำแหง ซึ่งในจุดซอยรางน้ำ เราสามารถตรวจยึดเฮโรอีน ที่ทำการซุกซ่อนอยู่ในเสื้อกันหนาว และในห่อกาแฟ รวม 9 กิโลกรัมเกือบ 10 กิโลกรัม ซึ่งปลายทางคือประเทศออสเตรเลีย ทั้งนี้ ส่วนจุดรามคำแหง ตรวจค้น เราพบเฮโรอีนที่อยู่ในเสื้อสีชมพู โกยเป็นเสื้อแบบผ้าไทย แต่ไม่ได้ส่งไปที่ประเทศออสเตรเลีย แต่กลับส่งไปที่ไต้หวัน ดังนั้น กลุ่มเครือข่ายเหล่านี้จะมีแผนประทุษกรรม

โดยส่งยาเสพติดมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งตอนนี้เราทราบตัวหมดแล้วว่าใครเป็นเจ้าของที่ประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นใคร อนึ่ง เมื่อเช้านี้เจ้าหน้าที่ของเราก็ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กอ.รมน. และตำรวจ ได้ร่วมกันเข้าตรวจค้นและควบคุมตัวคนที่ส่งพัสดุทั้งหมดจากเชียงคาน จ.เลย ลงมาที่กรุงเทพฯ ตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลว่ามีใครเกี่ยวข้องอีกบ้าง

พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยอีกว่า ส่วนปลายทางอย่างประเทศออสเตรเลีย ขณะนี้เราได้ทราบตัวบุคคลที่ได้มีการวางแผนและเตรียมการรับพัสดุภัณฑ์ที่มีเฮโรอีนบรรจุไว้ โดยตนได้ประสานไปยังตำรวจ AFP เพื่อให้ดำเนินการในส่วนที่อยู่ฝั่งประเทศออสเตรเลีย แต่ในส่วนของกลุ่มไต้หวัน ที่เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายปลายทางของเฮโรอีน เราก็ได้มีความร่วมมือทางด้านการข่าวระหว่างกัน ตอนนี้อยู่ระหว่างติดตามขยายผลเช่นเดียวกัน

Advertisement

พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยอีกว่า รัฐมนตรียุติธรรมมีความห่วงใย ได้มีการโทรศัพท์ประสานและติดตามอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกจนถึงเมื่อคืนนี้ และได้ให้คำแนะนำ ซึ่งเมื่อเช้านี้ตนได้เชิญทางดีเอสไอมาร่วมประชุม เพื่อจะหารือและจะให้รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ เพราะเป็นกลุ่มเครือข่ายใหญ่มากและกระทำอย่างเป็นขบวนการ มีการหลอกลวงและมีคนในเครือข่าย นอกเครือข่าย อีกทั้งมีคนเกี่ยวข้องทางด้านการโอนเงิน การนำพา และการบรรจุสิ่งของเฮโรอีนลงในเแพ็กเกจ ต่าง ๆ ซึ่งลักษณะคดีประเภทนี้ดีเอสไอจะมีความเชี่ยวชาญความสามารถในการประสานความร่วมมือระหว่างประเทศได้ด้วย ส่วนกรณีของ น.ส.มีนา เหมือนถูกหลอกให้หิ้วของเข้าออสเตรเลียหรือไม่นั้น ตอนนี้เรายังไม่มีโอกาสที่จะพูดคุยกับทาง น.ส.มีนา และทนายความ โดยเราต้องให้โอกาสทางออสเตรเลียที่เขามีมาตรฐาน ถ้าเขาพิสูจน์ได้ว่า น.ส.มีนา ไม่ได้มีเจตนาแต่ถูกหลอกลวง ก็อาจจะไม่ฟ้องได้ แต่ในตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งเราก็อยู่ระหว่างการแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน และการได้ตัวละครเพิ่มขึ้น มันก็อาจเป็นทั้งผลดีและผลร้าย มันเลยยังพูดไม่ได้ว่า น.ส.มีนา มีส่วนเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน

พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยอีกว่า ในการสืบสวนทางการข่าวของเรา พบว่ามีกลุ่มบุคคลที่เป็นทั้งแอร์โฮสเตส และคนทั่วไป หรือนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปต่างประเทศ ที่มีการจัดตั้งเป็นกลุ่ม ก็จะถูกเลือกจากคนที่กระทำความผิดให้มีการขายน้ำหนักกระเป๋าของตัวเองเพื่อพาสิ่งผิดกฎหมายไปยังต่างประเทศ ฉะนั้น เรื่องที่เกิดขึ้น มันเป็นลักษณะที่คนไทยเองและคนที่ทำอาชีพนี้ไม่รับผิดชอบ และมองว่าตัวเองไม่ได้สร้างผลกระทบให้ใคร แต่ต้องฝากเตือนและย้ำว่าท่านเองกำลังจะทำให้ประเทศไทยเสียหาย เพราะท่านอาจถูกหลอกไปอยู่ในขบวนการ

เพราะว่าในพื้นที่เป้าหมาย 2 จุดที่เราเชิญตัวมาเมื่อวานนี้ (1 ก.ค.69) แต่ละคนล้วนปฏิเสธทุกคน แต่หากถามเป็นเรา เราก็คงต้องเอ๊ะว่าของแบบนี้ และเห็นจากข่าวสารทั่วไป ว่าลักษณะการจับกุมตรวจค้นแบบนี้มันมีบ่อยมาก มันก็มีเงินแค่ไม่เท่าไร แต่เขากลับทำเป็นอาชีพ ไม่ได้มีธุระที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศเลย แต่กลับมีการขายน้ำหนักกระเป๋าทำกันเป็นธุรกิจ จึงขอคนไทยมีจิตสำนึก เพราะเราไม่สามารถปราบปรามได้ทุกกรณี ขอให้ทุกคนช่วยกัน

พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยอีกว่า ส่วนกรณีที่สื่อสอบถาม เนื่องจากมีข้อมูลว่า น.ส.มีนา ได้เดินทางไปประเทศออสเตรเลีย 2 ครั้ง โดยครั้งแรกไปซิดนีย์ และตามด้วยเมลเบิร์น จะมีแนวโน้มเป็นไปได้หรือไม่ว่า น.ส.มีนา อาจไม่รู้ เพราะครั้งแรกไม่โดน แต่ครั้งที่สอง น.ส.มีนา มีการไปสำแดงสัมภาระสิ่งของด้วยตัวเองนั้น ตนเรียนว่า เหตุผลที่ น.ส.มีนา เดินทาง 2 ครั้ง แต่จริง ๆ แล้วพบว่ามีการเดินทางบ่อยมาก เพราะเป็นลูกเรือที่จะต้องเดินทางไปประเทศออสเตรเลียอยู่แล้ว แต่ใด ๆ แล้ว จังหวะมันต้องประจวบกันออเดอร์ของขบวนการ ที่จะมีของลอต นี้ลงมาที่กรุงเทพฯ  ฉะนั้นเครือข่ายพวกนี้ก็จะสแกนหาและดูความพร้อมว่าใครที่จะขายน้ำหนักกระเป๋าให้ได้บ้าง

เพราะการสืบสวนการข่าวของ ป.ป.ส. เครือข่ายนี้ไม่ได้เพ่งเล็งไปที่ใครคนใดคนหนึ่ง ขณะที่กลุ่มคนที่มีการทำงานส่งของและมีรายได้จากการรับหิ้วมาอย่างต่อเนื่องนั้น อันนี้อาจจะคุ้นเคย และอาจจะมีการติดต่อกันง่ายขึ้น ดังนั้น ในการจะมายืนยันว่า น.ส.มีนา จะรู้ หรือขาดเจตนาในการที่ไปประเทศออสเตรเลียถึง 2 ครั้ง ส่วนนี้ยังบอกข้อเท็จจริงตรงนี้ไม่ได้ และในฐานะที่เรายังไม่เห็นพยานหลักฐานทั้งหมด ก็คงต้องรอรับฟังจากทางออสเตรเลียก่อน

พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยอีกว่า น.ส.มีนา อยู่ในกลุ่มของการรับหิ้ว ซึ่งมันก็คือการขายน้ำหนักกระเป๋า เพราะเขาต้องรู้ตัวว่าเขาแบ่งน้ำหนักขึ้นเครื่องได้เท่าไร แล้วเค้าจะแชร์ว่าน้ำหนักกระเป๋าเหลือเท่านี้ พอโพสต์ไว้ก็จะมีคนมาติดต่อ ซึ่งมิจฉาชีพ เครือข่ายยาเสพติดก็จะอยู่ในกลุ่ม ก็จะคอยดูและแท็กไป แต่อันนี้คือกลุ่มหน้าใหม่ แต่ถ้ากลุ่มหน้าเดิมที่ทำกันอยู่แล้ว ก็จะมีความเชื่อใจและจะส่งกันไปต่อเนื่อง

ส่วนในเป้าหมายที่เราดำเนินการเชิญตัวควบคุมตัวมาทั้ง 2 เป้าหมายนี้ ประกอบด้วย 2 คนที่นำตัวมา คือ แอร์โฮสเตสผู้หญิง 1 ราย ในส่วนของพื้นที่ซอยรางน้ำ พบเฮโรอีน 9.98 กก. ซุกซ่อนในซองกาแฟและเสื้อกันหนาว ปลายทางประเทศออสเตรเลีย โดยแอร์รายนี้มีการจ่ายเงินจ้างคนในซอยรางน้ำให้หิ้วของไปประเทศออสเตรเลีย ตอนนี้สอบปากคำร่วมกับดีเอสไอ และอีก 1 ราย คือ คนธรรมดาทั่วไปเป็นผู้หญิงวัยกลางคน ในส่วนของพื้นที่เขตบางกะปิ กทม. หรือรามคำแหง พบเฮโรอีน 6.23 กก. ซุกซ่อนในชุดผ้าไหมสีชมพู ส่งไต้หวัน ซึ่งก็ล้วนเป็นกลุ่มที่ทำกันมาอยู่แล้ว และส่งกันก่อนหน้านี้ มีการพูดคุยกัน มีการตกลงกันง่ายขึ้น

พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยอีกว่า ตอนนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบินไปออสเตรเลีย เพราะการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของเรามีความชัดเจนระหว่างกัน แต่เรามุ่งให้ความสำคัญต่อการทำลายโครงสร้างที่อยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และเราก็จะดำเนินการออกหมายจับ ซึ่งตนก็มีการวางแผนกับดีเอสไอเราว่าเราจะทำทุกวิถีทางเพื่อดำเนินการต่อตัวหัวหน้ากลุ่มขบวนการให้ได้

สำหรับกลุ่มคนปลายทางที่รอรับพัสดุเฮโรอีนของ น.ส.มีนา ขณะนี้ข้อมูลยังเป็นคนไทย โดยปรากฏชื่อมาแล้ว 2-3 ราย ที่รอรับอยู่ฝั่งโน้น และยืนยันว่าไม่ได้มีแค่ชื่อ “เดียร์” เพียงรายเดียว เพราะเราสืบสวนทั้งเครือข่าย มีหลายคนไทยที่เป็นคนไทยทำกันเป็นขบวนกา

ส่วนหาก น.ส.มีนา ไม่ได้ถูกจับกุมกลางทาง จะต้องมีการนำส่งของกลางไปยังผู้รับที่รออยู่ที่โรงแรมปลายทางในเมลเบิร์นหรือไม่นั้น ตนขอไม่เจาะจงไปยังเคสใดเคสหนึ่ง เพราะแผนประทุษกรรมของกลุ่มคนเหล่านี้ มันคือการให้เราพาของไปให้เสร็จสิ้น จากนั้นก็ขึ้นอยู่ที่ความสะดวกของเราว่าเราจะไปพื้นที่ไหน และเราอยู่ใกล้อะไร เช่น อาจให้มารับของที่โรงแรม หรือให้เราเอาของไปฝากร้านรับฝากพัสดุแล้วก็จะมีคนมารับภายหลัง มันมีแค่ 2 กรณี

พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยอีกว่า เครือข่ายค้ายาข้ามชาติเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ต้องหาที่เคยจับกุมที่จังหวัดสมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา โดยเคสของจังหวัดฉะเชิงเทรา เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มี.ค. 69 ก็เป็นกรณีของแอร์โฮสเตสเช่นเดียวกัน โดย ปปส.ภาค 2 สามารถจับกุมได้ก่อนขึ้นเครื่อง จำได้ว่าปริมาณยาเสพติดสูงถึง 20 กก. โดยแบ่งเป็นตรวจเจอในกระเป๋า 10 กก. และตรวจค้นเจอที่บ้านพักอีก 10 กก. พบแผนประทุษกรรมคล้ายกันคือนำเอายาเสพติดซุกซ่อนไว้ในพรม หากมองผิวเผินจะไม่ทราบได้ส่วนเส้นทางการลำเลียงยาเสพติดก็มีความเกี่ยวข้องกับในพื้นที่จังหวัดหนองคายและเชียงใหม่ด้วยเหมือนกัน

สำหรับคดีของ น.ส.มีนา กรณีมีไรเดอร์ชายที่นำส่งพัสดุซุกซ่อนเฮโรอีนมาส่งยังคอนโดฯ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.69 ล่าสุดเจ้าตัวยังเงียบ ไม่มีการประสานมาเข้าให้ข้อมูล แต่เราก็ไม่ได้ตั้งท่ารอเพียงอย่างเดียว ระหว่างนี้ยังขยายผลภาพรวมและติดตามตัว

เมื่อถามว่า การตรวจค้นเมื่อวันที่ 1 ก.ค.69 ดังกล่าว มีความเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเดียวกันกับที่ส่งยาเสพติดเฮโรอีนให้แก่ น.ส.มีนา หรือไม่นั้น พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า เราเชื่อว่าเป็นเครือข่ายเดียวกัน เพราะในการพูดคุย ชักชวน มันมีแอร์โฮสเตส มาเกี่ยวข้องเช่นเดียวกัน ดังนั้น กรณีของแอร์โฮสเตสที่ถูกจับกุมที่จังหวัดฉะเชิงเทรา

ก่อนหน้านี้ จะเกี่ยวกับรายคดีของ น.ส.มีนา หรือไม่นั้น ตนมองและเเบ่งเป็นคน 3 กลุ่ม คือ1.กลุ่มรับ-ส่งของ ซึ่งวันนี้เราได้ตัวมา 1 ราย โดยมีการส่งของจากต้นทางชายแดนส่งเข้าไทย ซึ่งตัวบรรจุภัณฑ์ทำสำเร็จรูปเรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ หรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือชา กาแฟ โถ แจกัน ล้วนทำมาจากนอกประเทศ และก็ค่อยส่งพัสดุเข้ามาในไทย แล้วก็จ้างคนไทย เพื่อให้ของถูกส่งไปกลางทาง ซึ่งกลางทางก็คือพวกคนรับหิ้ว และกลางทางหรือคนรับหิ้วนี้ก็มีหน้าที่ถ่ายใส่กระเป๋าเดินทาง และนำไปส่งประเทศปลายทางที่สาม คือ กลุ่มผู้รอรับของ ขณะที่กลุ่มใหญ่ คือ คนที่อยู่เบื้องหลัง เป็นเจ้าของดำเนินกิจการทั้งหมด ขณะนี้เรากำลังใช้ความพยายามทั้งหมดเพื่อให้จับได้ทั้งขบวนการ

พ.ต.ต.สุริยา ฝากประชาสัมพันธ์ว่าในตอนนี้หากมีพัสดุตกค้างที่ท่านสงสัยที่อยู่ในมือท่าน แล้วท่านรับหิ้วไปต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ออสเตรเลีย ไต้หวัน นิวซีแลนด์ ในกลุ่มประเทศนี้ ตนขอให้ท่านแสดงตน และไปพบพนักงานสอบสวนโรงพักใกล้บ้านเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจเพราะหลังจากนี้แล้ว หากเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการตรวจค้นและพบว่าสินค้าที่ท่านรับฝาก-รับหิ้วไปต่างประเทศมียาเสพติด ท่านจะไม่สามารถอ้างได้ทุกกรณี ถ้าท่านสงสัยในพัสดุที่รับฝากไว้อยู่ ให้ไปแสดงที่โรงพักใกล้บ้านเพื่อความอุ่นใจ และเราก็จะดูแลให้ความเป็นธรรมทุกคน ขอความร่วมมือสื่อมวลชน เนื่องจากในตอนนี้ประเทศไทย ถูกสื่อมวลชนมีการพาดหัวข่าว อาทิ ไทยเป็นฮับ, เสื่อมแล้วประเทศไทย ฯลฯ ตนต้องขอความร่วมมือสื่อมวลชน เพราะไม่มีใครมองประเทศเสียหาย นอกจากพวกเรามองกันเอง ดังนั้น การพาดหัวข่าว ขอฝากให้ระมัดระวังในส่วนนี้ด้วย

พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยอีกว่า สำหรับบัญชีผู้ใช้เเฟซบุ๊ก “Rose Rose” ที่มีการทักแชตหา น.ส.มีนา เพื่อติดต่อขอให้รับหิ้วสินค้าไทยไปประเทศออสเตรเลียนั้น เรากำลังตามตัวอยู่ รวมทั้งคนที่ใส่เสื้อฮู้ดสีเข้มที่ไปส่งพัสดุให้ น.ส.มีนา ด้วย ทั้งนี้ ในส่วนของรูปพรรณสัณฐานของไรเดอร์ขนส่งพัสดุ มีส่วนสูงเกิน 165 ซม. เกือบ 170 ซม. ใส่ฮู้ดสีเข้ม และพบว่ามีการขับรถเก๋งสีดำคันเล็กเหมือนอีโค่คาร์ อาจจะมีหลากหลายยี่ห้อ แต่ใกล้เคียงสุด คือ ยี่ห้อโตโยต้า แต่เราเห็นป้ายทะเบียนไม่ชัด เพราะตรงคอนโดฯ เป็นเหมือนส่วนสรรพสินค้า จึงอาจทำให้ถ้ารถไม่ได้ผ่านจุดคัดกรองทั้งหมด ก็อาจจะเป็นการเอื้อประโยชน์

หรือเขาอาจจะจงใจก็ได้ แล้วไรเดอร์รายนี้ก็จอดรถไกลจากคอนโดฯ เหมือนจอดรถไว้ หยิบของออกมา แล้วก็ค่อยเดินมาคอนโดฯ ส่งพัสดุไว้ แต่เรายังไม่ปฏิเสธว่าใครใช่หรือไม่ใช่อย่างไร แต่ถ้าไรเดอร์รายนี้กำลังดูอยู่ ตนประชาสัมพันธ์ให้รีบเข้ามาให้ข้อมูล เพราะเราก็ยังเชื่อว่าคนส่งก็คือคนส่ง แต่เราก็อยากได้รับความร่วมมือตรงนี้ ส่วนเป็นไปได้หรือไม่ว่าชายส่งพัสดุรายนี้อาจจะเป็นคนที่ถูกกลุ่มผู้ว่าจ้าง เหมือนเรียกผ่านแอปพลิเคชัน มาส่งของมากกว่านั้น ตนมองว่า มันก็มีความเป็นไปได้ เพราะในบันทึกของคอนโดฯ เจ้าหน้าที่ก็ลงว่าเขาเป็นแกร็บ (Grab) แต่เรายังยืนยันไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่เราก็ไม่ได้รอเขาแสดงตัวเท่านั้น ตอนนี้เราก็ขยายผลไปทุกประเด็น

พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผยอีกว่า พฤติกรรมของคนใช้บัญชี Facebook ชื่อ Rose Rose ได้มีการแจ้งกับ น.ส.มีนา ไว้ว่าหากของไปส่งถึงแล้ว ให้ถ่ายภาพส่งให้เขาดูด้วย ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบันเงิน จำนวน 8,800 บาทที่บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Rose Rose มีการว่าจ้างดีลงานกับ น.ส.มีนา นั้น เราพบว่า น.ส.มีนา ยังไม่ได้รับสักบาท เพราะของยังไม่ถูกส่งไปถึงปลายทางผู้รับ เนื่องจากถูกจับกุมก่อน ส่วนบัญชี Facebook ชื่อ Rose Rose เคยมีการเปลี่ยนแปลงโปรไฟล์อย่างไรหรือไม่นั้น เราพบว่า การใช้งาน Facebook ของ Rose Rose ค่อนข้างมีความหลากหลาย และมีการเปลี่ยนไปเรื่อย เราจึงยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะอย่างไรตอนนี้ยืนยันได้ว่าเป็นเฟซบุ๊ก อวตารแน่นอน และเราไม่ยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันอะไรแค่ไหน

แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นขบวนการเดียวกัน ส่วนหัวขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ พบว่าอยู่ต่างประเทศและเป็นคนต่างชาติชาว สปป.ลาว (โดยกรณีที่จับกุมได้ที่เชียงคาน จ.เลย ก็พบว่าเป็นคนไทยที่มีเมียเป็นคนลาว) แล้วก็จ้างคนไทยให้หิ้วให้พายาเสพติดไปประเทศปลายทางที่สาม ย้ำว่า ไทยไม่ใช้ทางผ่านของยาเสพติดจากสามเหลี่ยมทองคำเพียงประเทศเดียว เพียงแค่ว่าประเทศไทยมีการคมนาคมที่สะดวก เลยถูกใช้เป็นทางผ่านการลำเลียงยาเสพติดมากที่สุด และเครือข่ายที่เราสืบสวน พบว่าทำมานานกว่า 4-5 ปี บางส่วนก็มีหมายจับไว้อยู่แล้ว และยังเชื่อว่ากรณีของแอร์โฮสเตสที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ก็น่าจะเป็นขบวนการเครือข่ายเดียวกับของรายคดีและยาเสพติดเฮโรอีนล็อตที่ น.ส.มีนา ถูกพัวพันเชื่อมโยง

โดยขณะที่ ภาพจากกล้องวงจรปิดวันที่ 22 มิ.ย.69 เวลาประมาณ 12.09 น. จะเห็นว่ามีชายปริศนาที่ใส่ฮูด สีเข้ม ได้ยกกล่องพัสดุขนาดใหญ่สีน้ำตาลออกจากท้ายรถยนต์เก๋งสีดำ และเดินไปที่คอนโดมิเนียมของ น.ส.มีนา จากนั้นเวลา 12.10 น. ได้ยกกล่องพัสดุดังกล่าวไปวางไว้บนโต๊ะด้านหน้าทางเข้าคอนโดฯ โดยมีเจ้าหน้าที่นิติบุคคลของคอนโดฯ ออกมารับพัสดุดังกล่าว ซึ่งจากภาพในกล้องวงจรปิด จะเห็นว่าชายปริศนาทำท่าทีเหมือนถ่ายรูปกล่องพัสดุ และใช้เวลาอยู่บริเวณนั้นประมาณ 1 นาที และเดินออกไปในเวลา 12.11 น