เจาะลึกเครือข่าย ค้ายาข้ามชาติ จุดเริ่มแอร์สาว “ขายน้ำหนักกระเป๋า”เปิดช่องทาง ส่งเฮโรอีนออกนอกปท.
การจับกุม น.ส.มีนา พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินไทย พร้อมเฮโรอีน ที่ประเทศออสเตรเลีย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายผลครั้งใหญ่ของ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จนนำไปสู่การเปิดโปงเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติที่เชื่อว่าดำเนินการมาแล้วกว่า 4-5 ปี
พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า หลังเกิดคดี น.ส.มีนา ถูกจับกุมพร้อมเฮโรอีนที่ประเทศออสเตรเลีย ป.ป.ส. ได้นำข้อมูลด้านการข่าวมาวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่เจ้าหน้าที่ติดตามมาระยะหนึ่ง
กระทั่งวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตรวจพบพัสดุต้องสงสัยในพื้นที่บางเขน–หลักสี่ ก่อนยึดเฮโรอีน 8 กิโลกรัมที่ซุกซ่อนอยู่ภายในกระเป๋าผ้าแขวนผนัง และขยายผลเข้าตรวจค้นอีก 2 จุดในวันที่ 1 กรกฎาคม ทั้งย่านซอยรางน้ำและรามคำแหง จนนำไปสู่การยึดเฮโรอีนเพิ่มอีกกว่า 16 กิโลกรัม
เลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุว่า จุดนี้เองทำให้เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าไม่ได้เป็นเพียงคดีเฉพาะบุคคล แต่เป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติที่มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ

ไทยไม่ใช่ต้นทาง แต่ถูกใช้เป็นศูนย์กลางลำเลียง
พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า จากข้อมูลการข่าว ป.ป.ส. เชื่อว่าผู้บงการหลักอยู่ต่างประเทศ โดยมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดใน สปป.ลาว ก่อนลำเลียงยาเข้าสู่ประเทศไทยผ่านแนวชายแดน โดยเฉพาะพื้นที่หนองคาย เชียงใหม่ และเลย
จากนั้นประเทศไทยจะถูกใช้เป็นจุดพักและกระจายพัสดุ ก่อนส่งต่อไปยังประเทศปลายทาง เช่น ออสเตรเลีย ไต้หวัน และนิวซีแลนด์ อาศัยข้อได้เปรียบด้านระบบคมนาคมและเที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีจำนวนมาก
ซุกเฮโรอีนในของใช้ประจำวัน หลอกสายตาเจ้าหน้าที่
อีกข้อมูลสำคัญที่ พ.ต.ต.สุริยา เปิดเผย คือ วิธีซุกซ่อนยาเสพติดของเครือข่ายมีความซับซ้อนมากขึ้น จากการตรวจยึดของกลาง พบว่าเฮโรอีนถูกซ่อนอยู่ภายในเสื้อกันหนาว ซองกาแฟ ชา ชุดผ้าไทย ชุดผ้าไหม กระเป๋าผ้าแขวนผนัง พรม แจกัน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และสิ่งของเครื่องใช้ทั่วไป

โดยมีการดัดแปลงเป็นช่องลับจนแทบไม่สามารถสังเกตได้จากภายนอก เจ้าหน้าที่เชื่อว่า การซุกซ่อนทั้งหมดดำเนินการตั้งแต่ประเทศต้นทาง ก่อนส่งพัสดุเข้าสู่ประเทศไทย ไม่ใช่การนำยามาบรรจุภายในประเทศ
ผลการตรวจค้นล่าสุดพบเฮโรอีน
- บางเขน–หลักสี่ 8 กิโลกรัม ซ่อนในกระเป๋าผ้าแขวนผนัง
- ซอยรางน้ำ 9.98 กิโลกรัม ซ่อนในเสื้อกันหนาวและซองกาแฟ ปลายทางออสเตรเลีย
- รามคำแหง 6.23 กิโลกรัม ซ่อนในชุดผ้าไหมสีชมพู ปลายทางไต้หวัน

“ขายน้ำหนักกระเป๋า”ช่องโหว่ที่ขบวนการใช้ประโยชน์
พ.ต.ต.สุริยา ยังระบุว่า จากการสืบสวนพบ ขบวนการไม่ได้เลือกใช้เฉพาะนักขนยา แต่หันมาใช้บุคคลทั่วไปเป็นผู้ลำเลียง โดยเฉพาะผู้ที่ประกาศ “ขายน้ำหนักกระเป๋า” ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยแอร์โฮสเตส นักท่องเที่ยว นักศึกษา และผู้ที่มีแผนเดินทางต่างประเทศเป็นประจำ เมื่อพบผู้ที่มีกำหนดเดินทางตรงกับช่วงเวลาที่ต้องส่งยา จะมีผู้ประสานงานติดต่อเสนอค่าจ้างให้นำสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่อง โดยอ้างว่าเป็นสินค้าไทย ของฝาก หรือของใช้ส่วนตัว
เลขาธิการ ป.ป.ส. เตือนว่า แม้บางคนอาจอ้างว่าไม่ทราบว่าภายในเป็นยาเสพติด แต่หากรับหิ้วของโดยไม่ตรวจสอบ ย่อมเสี่ยงถูกดำเนินคดี และอาจตกเป็นเครื่องมือของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ

เครือข่ายแบ่ง 4 หน้าที่ชัดเจน-
เชื่อมโยงหลายคดีใหญ่ ส่วนแรก ผู้บงการและผู้ผลิตในต่างประเทศส่วนที่สอง กลุ่มลำเลียงพัสดุเข้าสู่ประเทศไทย และส่งต่อไปยังจุดพักสินค้า ส่วนที่สาม ผู้ประสานงานจัดหาคนรับหิ้ว ซึ่งจะคัดเลือกผู้เดินทางต่างประเทศและจัดเตรียมสัมภาระ ส่วนสุดท้าย คือ กลุ่มผู้รอรับปลายทาง ทั้งในออสเตรเลียและไต้หวัน ซึ่งมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติร่วมขบวนการ
พ.ต.ต.สุริยา ระบุ ว่า เครือข่ายดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับคดีจับเฮโรอีน 20 กิโลกรัมที่จังหวัดฉะเชิงเทราเมื่อเดือนมีนาคม 2569 รวมถึงคดีในจังหวัดสมุทรปราการ รูปแบบการก่อเหตุมีลักษณะคล้ายกัน คือ ซุกซ่อนยาในสิ่งของเครื่องใช้ ใช้แอร์โฮสเตสหรือผู้เดินทางต่างประเทศเป็นผู้ลำเลียง และใช้เส้นทางชายแดนเข้าสู่กรุงเทพมหานครก่อนส่งออกนอกประเทศ
มีนา” ยังไม่ใช่บทสรุปของคดี
อย่างไรก็ตาม กรณี ของ น.ส.มีนา พ.ต.ต.สุริยา ยืนยันว่า ปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเจ้าตัวมีเจตนาร่วมกระทำผิด หรือเป็นผู้เสียหายที่ถูกหลอก เนื่องจากยังต้องรอผลการสอบสวนของทางการออสเตรเลีย รวมถึงพยานหลักฐานที่อยู่ระหว่างการแลกเปลี่ยนข้อมูล เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างติดตามผู้ใช้บัญชี Facebook ชื่อ “Rose Rose” ซึ่งเป็นผู้ติดต่อว่าจ้างให้รับหิ้วพัสดุ รวมถึงชายสวมเสื้อฮู้ดสีเข้มที่นำกล่องพัสดุมาส่งยังคอนโดมิเนียมของ น.ส.มีนา โดยเชื่อว่าทั้งสองอาจเป็นบุคคลสำคัญในเครือข่าย
เดินหน้าถึงตัวผู้บงการ
ทั้งนี้ ป.ป.ส.เตรียมเชิญกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมหารือ เพื่อผลักดันให้รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ เนื่องจากเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ มีการแบ่งหน้าที่ชัดเจน และมีความเชื่อมโยงกับหลายประเทศ พร้อมกันนี้ ได้ประสานตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) และหน่วยงานด้านการบังคับใช้กฎหมายของไต้หวัน เพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการในต่างประเทศ โดยเป้าหมายสำคัญคือการดำเนินคดีกับผู้บงการ ไม่ใช่เพียงผู้รับหิ้วหรือผู้ลำเลียงระดับล่าง
พ.ต.ต.สุริยา ยังสะท้อนภาพ ขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ได้ปรับรูปแบบการลำเลียง จากการใช้ นักขนยามืออาชีพ มาเป็นการใช้ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางต่างประเทศ เป็นเครื่องมือผ่านการรับฝากสัมภาระและการขายน้ำหนักกระเป๋า
อย่างไรก็ตาม หลายประเด็นในคดี โดยเฉพาะบทบาทของ น.ส.มีนา ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนและการรวบรวมพยานหลักฐานจากหลายประเทศ จึงยังไม่อาจสรุปความรับผิดของบุคคลใดได้จนกว่ากระบวนการสอบสวนจะแล้วเสร็จ
ป.ป.ส. ยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายผลเพื่อรื้อถอนโครงสร้างของเครือข่ายทั้งหมด ตั้งแต่ผู้ลำเลียง ผู้ประสานงาน ไปจนถึงผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง..



