จับ2 ผัวเมีย บรรจุของ รับนำส่งพัสดุ 6 ครั้ง เค้นปมโยง เฮโรอีนซุก กระเป๋าช้าง ส่งออสเตรเลีย

2.07.26 | 20:17 น.

ปปส.ภาค4 คุมตัวผัวเมีย ชาวลาว สอบปากคำ ขยายผล เหตุส่อโยงขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ รับขนพัสดุ 6 ครั้ง 

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 69  เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สนธิกำลังร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดเลย ชุดสืบสวน สภ.เชียงคาน สภ.เอราวัณ และตำรวจสืบสวนภูธรภาค 4
เปิดปฏิบัติการติดตาม ผู้ต้องสงสัย ที่เชื่อมโยงกับคดีพนักงานต้อนรับหญิงของบริษัท การบินไทย จำกัด หรือ น.ส.มีนา อายุ 26 ปี ซึ่งถูกทางการออสเตรเลียจับกุมพร้อมเฮโรอีนที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ อ.เชียงคาน จ.เลย หลังสืบสวนพบความเชื่อมโยงถึง นายทิตย์ อายุ 43 ปี และนางทัด อายุ 42 ปี ภรรยาชาวลาว โดยทราบว่านายทิตย์กำลังทำงานก่อสร้างอยู่ภายในวัดแห่งหนึ่งใน ต.ศรีสงคราม อ.วังสะพุง จ.เลย จึงเข้าควบคุมตัวมาสอบสวน

จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายทิตย์ให้การว่า  เคยรับจ้างนำพัสดุไปส่งที่ร้านรับส่งพัสดุปลายทางกรุงเทพมหานครมาแล้วรวม 6 ครั้ง แบ่งเป็นในพื้นที่ อ.เชียงคาน 5 ครั้ง และ อ.เอราวัณ 1 ครั้งได้รับค่าจ้างครั้งละ 8,000 บาท โดยมีชาวลาวเป็นผู้ว่าจ้างอีกทอดหนึ่ง ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนางทัด ภรรยาชาวลาวของนายทิตย์ซึ่งอยู่ระหว่างขับรถกลับมาสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อขยายผลถึงผู้ว่าจ้างและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าทั้งสองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบลำเลียงเฮโรอีนที่ซุกซ่อนในกระเป๋าผ้าลายช้างซึ่งถูกส่งไปถึง น.ส.มีนา ก่อนนำติดตัวเดินทางไปประเทศออสเตรเลียหรือไม่
พร้อมเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย.

ต่อมาเวลา 19.30 น. น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และในฐานะโฆษก ป.ป.ส. เปิดเผยว่า สำหรับกรณีของสองสามีภรรยาคู่นี้ ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ป.ป.ส. ได้มีการขยายผลติดตามมาอย่างต่อเนื่องตลอด 2 ปี เพราะพบข้อมูลว่าทั้งคู่เป็นหนึ่งในเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ

โดยมีหน้าที่บรรจุหีบห่อพัสดุภัณฑ์ซึ่งรับมาจาก สปป.ลาว แล้วนำส่งไปรษณีย์ไทยในร้านส่งพัสดุพื้นที่ตัวเอง ไปยังที่อยู่ผู้รับส่งปลายทาง

Advertisement
น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส.
น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส.

อย่างไรก็ตาม พฤติการณ์ทางคดีสำหรับขบวนการเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ที่สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการแถลงไปเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมานั้น มักจะมีการนำยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน เข้ามายังพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ด้วยการซุกซ่อนผ่านกระเป๋าผ้า เสื้อผ้า ผ้าไหม เป็นต้น จึงทำให้เราต้องย้อนกลับไปตรวจสอบว่าสินค้าเหล่านี้มาจากไหน และจึงพบว่ามันล้วนมาจากที่พักอาศัยของสองสามีภรรยาคู่นี้ในจังหวัดเลย รวมทั้งขบวนการนี้จะมีการตัดตอนเส้นทางการลำเลียง มีการแบ่งหน้าที่กันทำเพื่ออำพรางตบตา

เจ้าหน้าที่ไม่ให้ถูกจับได้ อย่างเช่น มีการแบ่งเป็นคนนำเข้าสินค้า คนเย็บบรรจุสินค้า คนหิ้วสินค้า ซึ่งแม้จะกล่าวอ้างว่าเป็นการส่งพัสดุทางไปรษณีย์เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการลักลอบส่งยาเสพติด แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ จึงมีความจำเป็นต้องควบคุมตัวสองสามีภรรยาคู่นี้เพื่อทำการสอบสวนปากคำและขยายผล อย่างไรก็ดี ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปผลได้ทันทีว่าสองสามีภรรยาคู่นี้ จะเกี่ยวข้องกับกล่องพัสดุซุกซ่อนยาเสพติดเฮโรอีนปริมาณ 1 กิโลกรัม ที่มีไรเดอร์ผู้ชายนำส่งไปให้ น.ส.มีนา ยังคอนโดมิเนียมย่านบางนา เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.69 หรือไม่อย่างไร

น.ส.อารีภักดิ์ เปิดเผยอีกว่า สำหรับกระเป๋าผ้าต่าง ๆ ที่พบ ส่วนใหญ่แล้วมีการทำสำเร็จรูปส่งมาจาก สปป.ลาว แต่ก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าถ้าหากเป็นชาวลาวเป็นคนทำ เหตุใดจึงมีการปักพยัญชนะภาษาอังกฤษคำว่า “THAILAND” เช่นนั้น จึงไม่สามารถตอบได้ว่าสินค้าไทยหลายรายการที่ถูกกลุ่มเครือข่ายนักค้ายาเสพติดข้าม นำไปซุกซ่อนยาเสพติดและนำส่งประเทศปลายทางที่3นั้น ได้มีการยัดไส้ยาเสพติดใส่ในวัสดุนั้น ๆ มาตั้งแต่ประเทศเพื่อนบ้าน หรือมีการยัดไส้ทำในประเทศไทย ขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะต้องนำตัวสามีภรรยาเข้ามาสอบปากคำขยายผลที่สำนักงาน ป.ป.ส.(ดินแดง) แต่อย่างใด เพราะยังอยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดเลย และ ปปส.ภาค 4