“อัยการธนกฤต”ชี้ กฎหมายห้ามเเจ้งข้อหาเด็ก อายุไม่เกิน 12 ปี คดีขับรถชนพระมรณภาพ ต่างจากคดีเด็ก 14 ปี กราดยิง พารากอน กฎหมายให้ส่ง พม.คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กภายใน 24 ชั่วโมง
เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการผู้เชี่ยวชาญ และอาจารย์พิเศษผู้บรรยายกฎหมายวิธีพิจารณาความและกฎหมายพยานหลักฐาน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รามคำแหง นิด้า และแม่ฟ้าหลวง ได้ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวเรื่อง เกร็ดความรู้กฎหมาย การดำเนินคดีกรณีเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ทำความผิดอาญา ว่า
ตามที่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 73 กำหนดให้เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ที่กระทำความผิดไม่ต้องรับโทษ ดังนั้น พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 4 จึงกำหนดให้เด็กที่จะอยู่ในอำนาจพิจารณาคดีของศาลเยาวชนและครอบครัว จะต้องเป็นเด็กที่อายุมากกว่าที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 73 คือ มากกว่า 12 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปีเต็ม
การแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำเด็ก รวมทั้งกระบวนการในการสอบสวนและฟ้องเด็กที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดต่อศาล ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ ตั้งแต่มาตรา 70 ถึง มาตรา 78 จึงไม่สามารถนำมาใช้บังคับกับเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ที่กระทำความผิดอาญาได้ เพราะกรณีเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี กระทำความผิดไม่อยู่ในอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัว และจึงไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ไม่มีการพิมพ์ลายนิ้วมือของเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ที่กระทำความผิด ไม่มีการนำตัวเด็กไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวฯ ภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อให้ศาลตรวจสอบการจับกุม
กระบวนการที่ต้องดำเนินการกับเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ที่กระทำความผิดอาญาที่ไม่สามารถเปรียบเทียบปรับได้ มีการกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา 69/1 วรรคสอง และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 73 วรรคสอง ว่า กรณีเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี กระทำความผิดอาญาที่ไม่สามารถเปรียบเทียบปรับได้ ให้พนักงานสอบสวนส่งตัวเด็กให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เพื่อดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กฯ ภายในเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่เด็กมาถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวน (โดยพื้นที่กรุงเทพมหานครให้แจ้งต่ออธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ส่วนในต่างจังหวัดให้แจ้งต่อพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด)
พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กฯ กำหนดวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กไว้ในหลายมาตรา มาตราที่สำคัญ เช่น มาตรา 33, มาตรา 40, มาตรา 42 และมาตรา 44 โดยจะมีการสอบถามเด็ก สืบเสาะและพินิจข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ในคดีที่เกี่ยวข้อง หาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับตัวเด็ก สภาพความสัมพันธ์ภายในครอบครัว ความเป็นอยู่ การเลี้ยงดู อุปนิสัย และความประพฤติของเด็ก ทั้งนี้ เพื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก เหตุและพฤติการณ์ในการกระทำความผิด เพื่อกำหนดแนวทางคุ้มครองสวัดิภาพเด็กที่เหมาะสม มีการจัดประชุมผู้เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแผนฟื้นฟูเด็ก วิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก และการเยียวยาผู้เสียหาย เป็นต้น
ซึ่งจะแตกต่างจากคดีเด็กอายุ 14 ปีก่อเหตุกราดยิงที่สยามพารากอน เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2566 ที่เป็นกรณีเด็กอายุเกิน 12 ปี แต่ไม่เกิน 15 ปี กระทำความผิด ซึ่งถึงแม้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 74 กรณีเด็กอายุ 14 ปี กระทำความผิด เด็กจะไม่ต้องรับโทษก็ตาม แต่ถือเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจของศาลเยาวชนและครอบครัวฯ จึงต้องมีการแจ้งข้อกล่าวหา การสอบปากคำเด็ก กระบวนการสอบสวนและฟ้องคดี และมีกระบวนการที่เกี่ยวข้องที่ต้องดำเนินการต่าง ๆ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ กรณีเด็กอายุ 14 ปี จึงมีทั้งการแจ้งข้อกล่าวหา การพิมพ์ลายนิ้วมือเด็ก กระบวนการสอบสวนเด็ก และต้องนำตัวเด็กไปยังศาลเยาวชนและครอบครัวฯ ภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาที่เด็กไปถึงที่ทำการของพนักงานสอบสวนเพื่อให้ศาลตรวจสอบการจับกุม
สำหรับคดีที่เด็กอายุไม่เกิน 12 ปีกระทำความผิด พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานการกระทำความผิดของเด็ก เพื่อให้ทราบพฤติการณ์แห่งคดีแห่งที่เด็กถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด เมื่อพนักงานสอบสวนทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว ก็จะสรุปสำนวนการสอบสวนทำความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ที่กระทำความผิด เพราะคดีเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี กระทำความผิด เด็กไม่ต้องรับโทษและคดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลเด็กและเยาวชนฯ ดังที่กล่าวไปตอนต้น แล้วส่งสำนวนการสอบสวนมาให้อัยการพิจารณา
เมื่ออัยการได้รับสำนวนการสอบสวนแล้ว หากอัยการเห็นว่าผู้ต้องหาที่เป็นเด็กอายุยังไม่เกิน 12 ปี กระทำความผิด อัยการจะสั่งคดีว่า ผู้ต้องหาเป็นเด็กอายุยังไม่เกิน 12 ปีกระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด แต่เด็กไม่ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 73 จึงสั่ง “ยุติการดำเนินคดี” โดยไม่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 145 หรือ 145/1 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่หากอัยการเห็นว่า ผู้ต้องหาที่เป็นเด็กไม่ได้กระทำความผิด อัยการจะมีคำสั่งไม่ฟ้อง (หนังสือสำนักงานอัยการสูงสุด ที่ อส 0007(พก)/ว 443 ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2560)



