อัยการเสริมเขี้ยวเล็บติวเข้มกฎหมายยาเสพติด-ฟอกเงิน ตร.ภาค1 ยึดทรัพย์ผู้ค้ายา ยกเคส “โจฮันเนส”นำเงินค้ากัญชาฟอกซื้อทรัพย์ในไทย
เมื่อวันที่ 4 ก.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ ที่โรงแรม ศุภาลัยป่าสักรีสอร์ท อำเภอ แก่งคอย จังหวัดสระบุรีทาง ตำรวจภูธรภาค 1 ได้เป็นเจ้าภาพ โดยเชิญเหล่าตำรวจนักสืบ นายตำรวจภูธรภาค 1 ได้ ประสานงาน กับกองบัญชาการต่างๆ เพื่อจัดโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจเกี่ยวกับ การปฏิบัติงานด้านยาเสพติด ประจำปี พ.ศ 2569 โดยมีข้าราชการตำรวจเข้าร่วมอบรมจำนวน 400 นาย ประกอบด้วยข้าราชการนายตำรวจภูธรภาค 1 ถึงตำรวจภูธรภาค 6 และข้าราชการตำรวจส่วนกลาง
โดยผู้เข้าอบรมมีตั้งเเต่ยศร้อยตำรวจเอกถึงรองผู้บังคับการมาฟังการอบรม
มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้ารับการอบรม มีความรู้มีความเข้าใจเกี่ยวกับ กฎหมายยาเสพติดและ กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และเสริมสร้างทักษะความรู้ในการปฏิบัติงานด้านการสืบสวนสามารถใช้เทคนิคหรือวิธีการต่างๆได้เหมาะสมในการสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจับกุมผู้กระทำความผิดตาม กฎหมายยาเสพติดและกฎหมาย ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้มากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ในส่วนเกี่ยวกับ การพิจารณาสำนวนการสอบสวน การจัดทำคำฟ้อง ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่ง และคดีอาญา ตลอดจนการดำเนินคดีในชั้นศาล
โดยทาง คณะผู้จัดอบรม ได้เชิญ นายเทพประทานพร ทองคลัง อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงนนทบุรี อัยการที่มีความเชี่ยวชาญกฎหมายฟอกเงิน เเละผ่านการเป็นองค์คณะเเละเจ้าของสำนวนคดีฟอกเงินชื่อดังหลายคดี มาเป็นวิทยากร บรรยายให้ความรู้ เกี่ยวกับหลักการ และความมุ่งหมายของกฎหมายฟอกเงิน และความผิดมูลฐานต่างๆ ตลอดจน เทคนิค ในการสอบสวนความผิดมูลฐาน การสอบสวนคดีอาญาฟอกเงิน การดำเนินการ ยึดทรัพย์เพื่อให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน กระบวนการการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหาย
โดยนายเทพประทานพร ทองคลัง ได้ยกตัวอย่าง ฟอกเงินค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีการขนถ่าย ผู้อพยพชาวโรฮิงญา จากประเทศเพื่อนบ้าน สู่ประเทศปลายทาง มีการบังคับใช้แรงงาน ในเรือประมง นำบุคคลที่มีฐานะไปเรียกค่าไถ่ ซึ่งในภายหลัง ศาลแพ่งได้มีคำสั่งให้ยึดทรัพย์กับบุคคลผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการต่างๆ
พร้อมยกตัวอย่าง คดีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ นายโจฮันเนส เพทุสฟาร์ลาโฮเวน ผู้ต้องหาตามกฎหมายฟอกเงิน สัญชาติเนเธอร์แลนด์ที่มีการโอนเงิน ที่ได้จากการกระทำความผิด ข้อหาจำหน่ายกัญชา โดยนำเงินดังกล่าว มาซื้อทรัพย์สินในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน เรือยอร์ชรถยนต์หรู ต่างๆ
นายเทพประทานพรได้อธิบาย กระบวนการการนำสืบพยานในศาล ว่าในคดีอาญาฟอกเงิน ใช้ระบบกล่าวหา โจทก์มีหน้าที่พิสูจน์ ให้ศาลเห็น ว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด โดยมีองค์ประกอบ ความผิดคือการโอนรับโอนทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด โดยปกปิดอำพรางซ่อนเร้น
อันเป็นองค์ประกอบความผิดกฎหมายฟอกเงินตามมาตรา 5 ส่วนคดีแพ่ง การยึดทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดินและการเฉลี่ยทรัพย์คืนให้กับผู้เสียหาย จะต้องพิสูจน์ว่า มีการกระทำความผิดมูลฐานฟอกเงินเกิดขึ้น ผู้คัดค้าน เป็นผู้กระทำ ได้ทรัพย์สินจากการกระทำความผิดมา ในภายหลัง ภาระการพิสูจน์ จะตกอยู่กับผู้คัดค้าน ทางนี้นอกจากจะมีการให้ความรู้ จากทางสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว
ยังมีการให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายฟอกเงิน จากทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอีกด้วย โดยวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการฝึกอบรม มีความมุ่งหมาย ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ปฏิบัติงานด้านกฎหมาย มีความรู้มีความเข้าใจ สามารถดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงิน ได้สำเร็จเรียบร้อยลุล่วงตามวัตถุประสงค์ ในอันที่จะตัดวงจรอาชญากรรม มิให้หวนกลับมากระทำความผิดซ้ำอีก และคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย โดยนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิด มาเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหาย ได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที อันเป็นการยังประโยชน์ยุติธรรมแก่ประชาชน
รวมถึงยังยกตัวอย่างมูลฐานความผิดที่หลายคนไม่ค่อยได้ทราบ อาทิเช่น ความผิดเกี่ยวกับการขู่กรรโชกทรัพย์อย่างเช่นคดี เเก๊งปล่อยเงินกู้ให้หญิงสาวเเละเมื่อ ลูกหนี้ไม่มีจ่ายก็ถูกบังคับมามีเพศสัมพันธ์
จากนั้นก็บังคับให้ถ่ายคลิป เเละนำไปใช้ข่มขู่ เอาทั้งตัวเเละเงินเหยื่อ ซึ่งเรื่องนี้ก็ถือเป็น 1 ในความผิดมูลฐานการฟอกเงินในเรื่องของ กรรโชกขู่เข็ญ เเละเชื่อว่าหากมีการขยายผลส่วนมากคนร้ายจะไม่ได้ทำต่อผู้เสียหายรายเดียว ถ้าเรายึดทรัพย์ได้ก็เป็นการหยุดวงจร
สำหรับนาย เทพประทานพร เป็นอัยการมือดีที่เคยเป็นองค์คณะเเละเจ้าของสำนวนคดีฟอกเงินชื่อดังหลายคดี อาทิเช่น คดีฟอกเงินวัดพระธรรมกาย กรณี รับโอนเงินที่ได้จากการทุจริตจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น และ คดีฟอกเงินที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงอดีตผู้บริหารธุรกิจ ชื่อดังที่หลบหนีคดีตามที่เป็นข่าวอยู่



