สาวไทใหญ่ ขอความเป็นธรรม ถูกแฟนหนุ่มคนไทย ทำร้ายร่างกาย ซ้ำยึดพาสปอร์ต-ถ่ายคลิปแบล็กเมล์

6.07.26 | 12:32 น.

สาวไทใหญ่ ขอความเป็นธรรม ถูกแฟนหนุ่มคนไทย ทำร้ายร่างกาย ซ้ำยึดพาสปอร์ต-ถ่ายคลิปแบล็กเมล์ 

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีสาวชาวไทใหญ่รายหนึ่งร้องขอความช่วยเหลือ หลังถูกแฟนชาวไทยทำร้ายร่างกายนานนับปี มิหนำซ้ำยังถูกข่มขู่ด้วยปืน แถมยึดทั้งพาสปอร์ต และโทรศัพท์ ไม่ให้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากใคร จนเจ้าตัวต้องหนีตายออกมา

ล่าสุด ที่ สน.บางขุนนนท์ นายนฤพล หนูมงกต หรือ ‘กุ้ง สป. กองเรือนรก’ พานางสาวแตงกวา (นามสมมติ) อายุ 22 ปี ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ พม. เข้าให้การช่วยเหลือ

โดยนายนฤพล เปิดเผยว่า ผู้เสียหายเป็นคนไทใหญ่ มาร้องเรียนขอความช่วยเหลือกับตน โดยผู้เสียหาย มาทำงานกับผู้ก่อเหตุในฐานะนายจ้างลูกจ้าง ก่อนที่จะตกลงคบหาเป็นสามีภรรยากัน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน ผู้ก่อเหตุมีการยึดพาสปอร์ต และโทรศัพท์เอาไว้ รวมทั้งยังทำร้ายร่างกายข่มขู่ด้วยอาวุธปืน และยังถ่ายคลิปขณะมีเพศสัมพันธ์ด้วยกันเพื่อแบล็กเมล

นายนฤพล กล่าวต่อว่า ทีมงานของตนได้มีการตรวจสอบตั้งแต่เมื่อวานนี้ ในวันนี้ตนจึงพาผู้เสียหายมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้กับผู้เสียหาย เพราะไม่ว่าจะคนไทย หรือคนไทใหญ่ก็ไม่มีใครสมควรต้องถูกกระทำแบบนี้ ทั้งที่ตั้งใจเข้ามาทำมาหากิน ถ้าเราไม่ช่วยไว้ ผู้เสียหายก็ไม่รู้จะไปพึ่งใคร เพราะฉะนั้นหน้าที่ของเจ้าบ้านที่ดีก็ต้องดูแลคนดี คนไม่ดีเราก็จัดการตามกฎหมาย

Advertisement

ด้านนางสาวแตงกวา เล่าว่า ตนเองคบหากับนายนัดได้ประมาณ 1 ปี โดยนายนัดเป็นคนทำบัตรให้กับตนเอง โดยเซ็นรับรองในฐานะนายจ้าง ซึ่งตอนแรกที่คบหากันก็ยังปกติดี ยังไม่มีการทะเลาะทำร้ายร่างกาย แต่พอมาช่วง 2-3 เดือนหลัง นายนัดเริ่มมีการทำร้ายร่างกายตนเองหนักขึ้นเรื่อยๆ ตนเองกลัวมาก แต่ก็ไม่กล้าขอความช่วยเหลือใคร ประกอบกับยึดโทรศัพท์กับพาสปอร์ตตนเองไว้ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ตนเองทะเลาะกับนายนัดบนรถ ขณะที่กำลังกลับบ้าน เพราะที่ผ่านมานายนัดมักจะมีอาการหึงหวงรุนแรง หาว่าตนเองมองคนอื่น รวมถึงในครั้งนั้น เพราะก่อนที่จะเกิดเหตุไปกินข้าวด้วยกันมา และพอกลับมาที่รถ นายนัดก็หาว่าตนเองไปมองผู้ชายคนอื่น นายนัดทั้งหยิกหัว เอาโทรศัพท์ฟาดหัวตนเองจนหัวแตก และพอครอบครัวของตนทักมาด้วยความเป็นห่วง นายนัดก็จะบังคับให้ตนเองด่าครอบครัวตนเองกลับไป ก่อนจะยึดโทรศัพท์ของตนเอง และพาสปอร์ต ไม่ให้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากใคร

นางสาวแตงกวา กล่าวว่า ตนอยากได้รับความยุติธรรม เพราะตนเองไม่มีครอบครัวที่อาศัยอยู่ที่นี่ และช่วยเหลือตนเองได้ เพราะตนเองเป็นคนไทใหญ่ โดยตนเองยืนยันจะไม่กลับไปคบนายนัดอีก เพราะแค่นี้ตนเองก็เสียใจมาก ๆ ไม่คิดว่าจะเจอคนนิสัยแบบนี้

จากภาพแชตเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา แสดงให้เห็นพฤติกรรมของนายนัด ผู้ก่อเหตุ ที่ได้ยึดโทรศัพท์ของนางสาวแตงกวา ผู้เสียหาย ไว้ตลอดเวลาที่ผ่านมา จนนายเก๋ (นามสมมติ) พี่ชายของผู้เสียหาย ต้องทักไปหาเฟซบุ๊กของนายนัด ผู้ก่อเหตุ เพื่อถามถึงน้องสาวของตัวเอง แต่นายนัดก็ได้บังคับให้นางสาวแตงกวา ตอบด้วยข้อความเสียงกลับไป โดยเป็นภาษาไทยใหญ่ ใจความว่า ‘ไม่อยากคุยกับใคร ทั้งพี่ชาย และแม่ ไม่ต้องติดต่อหาอีก รำคาญ ก่อนที่จะมาสอน เอาตัวเองให้รอดก่อน

ก่อนที่เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายเก๋ แต่ทักข้อความไปหานายนัด ว่า ‘ทำร้ายน้องผมทำไหมครับ ถ้าไม่รักกันแล้ว ก็ควรบอกกันดีดี แต่นี่คืออะไร ทำร้ายร่างกายจนเจ็บสาหัสได้ขนาดนี้? น้องสาวผมไปทำไรให้