เร่งขยายผล ทลายแก๊งสวมสิทธิ กุมารจีน สอบ 5 โรงพยาบาลดังกลางกรุง

10.07.26 | 13:04 น.

เร่งขยายผล ทลายแก๊งสวมสิทธิ กุมารจีน สอบ 5 โรงพยาบาลดังกลางกรุง

จากกรณีเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ “ถอดเกล็ดมังกร” พ่อไทย(ทิพย์) รับจ้างแจ้งเกิดเท็จให้ต่างด้าว ร่วมกับ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และ เจ้าหน้าที่เขต ใช้คนไทย (ทิพย์) เปิดทางปั้นเด็กต่างด้าวที่เกิดมาให้ได้สัญชาติโดยสายเลือดและการเกิดในแผ่นดินไทย ก่อเกิดสิทธิหน้าที่และประโยชน์ทุกด้าน

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม นายเฉิน ยินไล สัญชาติจีน ซึ่งกระทำผิดเป็นสแกมเมอร์ ใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงินกว่า 70,000 ล้านบาท เมื่อเดือนเมษายน 2567 ขยายผลพบว่า มีการโอนเงินผ่านบัญชีม้าหลายบัญชีไปยัง น.ส.เป้าเจียว เฉิน ซึ่งเป็นภรรยาชาวจีนของนายเฉิน ยินไล โดย น.ส.เป้าเจียว เฉิน มีบุตรจำนวน 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คน มีสัญชาติไทย กรมการปกครองร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ทำการสืบสวนเชิงลึก พบว่ามีการจ้างวานชายสัญชาติไทยให้มาจดทะเบียนสมรสกับ น.ส.เป้าเจียว เฉิน เพื่อให้มาเป็นบิดาของบุตร ซึ่งการทำคลอดและแจ้งการเกิด มีการซื้อแพ็กเกจของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. และมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือในการรับแจ้งเกิดให้เด็กได้สัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ชื่อ น.ส.สุนีย์ ทำหน้าที่เป็นนายหน้ารับติดต่อกับคนจีน เพื่อให้ลูกของกลุ่มคนจีนได้สัญชาติไทย โดยให้มาทำคลอดที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังย่านธนบุรี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายครั้งละ 70,000 บาท และมีค่าดำเนินการของ น.ส.สุนีย์ ประมาณ 20,000 บาท ทำหน้าที่จัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับการรับรองการเกิดและเอกสารของบิดาและมารดาเพื่อนำไปแจ้งการเกิด

โดยจะมีการใช้คนไทยจดทะเบียนสมรสหรือมารับรองว่าเป็นบิดาให้ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 2,000-15,000 บาท และมี น.ส.ศิริพร เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต เชื่อว่ารู้เห็นกับการดำเนินการของ น.ส.สุนีย์

เบื้องต้นจากการตรวจสอบในระบบฐานข้อมูลการทะเบียนราษฎรของกรมการปกครองพบรายการแจ้งการเกิดระหว่างมารดาต่างด้าวกับบิดาสัญชาติไทย ที่กระทำโดยบุคคลทั้งสองรายดังกล่าวข้างต้นจำนวน 62 คู่ อีกทั้งยังเป็นผู้แจ้งการเกิดและออกสูติบัตรให้อย่างน้อย 19 รายการ

Advertisement

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการขยายผลตรวจสอบโรงพยาบาลเอกชนในละแวกใกล้เคียงโรงพยาบาลในเขตที่เกิดเหตุ โดยพบว่า 5 โรงพยาบาลเอกชน ในเขตบางรัก เขตธนบุรี เขตบางกอกน้อย เขตบางขุนเทียน และเขตภาษีเจริญ พบว่ามีเด็กต่างด้าวที่มีพฤติการณ์ใกล้เคียงเคสดังกล่าวอีกด้วย โดยเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการตรวจสอบต่อไป