แม่ร่ำไห้ ตามหาลูกชาย ดิน วงทศกัณฐ์ หลังร้องเพลง โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ก่อนขาดการติดต่อ
เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ ที่บริเวณโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 27 ราย บาดเจ็บเกินครึ่งร้อย
สำหรับรรยากาศที่นิติเวช ญาติทยอยเดินทางมาเพื่อรับร่างของผู้เสียชีวิต โดยเมื่อช่วงเช้ามีญาติทั้งของที่สามารถระบุตัวตนได้ และผู้ที่ยังสูญหาย หรือไม่สามารถระบุตัวตนได้ เข้ามาติดต่อ เพื่อรับร่างของผู้เสียชีวิตและพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล
โดยหนึ่งในนั้นเป็นน้องสาวของหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนได้รับการยืนยัน จากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วว่า หนึ่งในผู้เสียชีวิต คือพี่ชาย เพราะลายมือตรง กับฐานข้อมูลของตำรวจ จึงมาติดต่อขอรับร่าง ของพี่ชายไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
ทั้งนี้ เธอเล่าย้อนเหตุการณ์ว่า เมื่อคืนตนได้นั่งดื่มสังสรรค์กับพี่ชายและเพื่อน ๆ ที่บ้าน จนกระทั้งเกือบเที่ยงคืนพี่ชาย ได้ขับรถออกไปโดยไม่ได้บอกว่าจะไปไหน ต่อมาเพื่อนสนิทของพี่ชายโทรบอกตนว่า เกิดเหตุไฟไหม้ร้านอาหารที่ พี่ชาย เคยชวนไปดื่ม ตนจึงขอให้เพื่อนพี่ชายช่วยตรวจสอบว่าพี่ชายอยู่ในร้านหรือไม่ ขณะเดียวกันตนพยายามโทรศัพท์หาพี่ชาย 5 ครั้ง แต่พี่ชายไม่รับ จนโทรไปสายที่ 6 มีคนรับสายและแจ้งว่าเกิดเหตุไฟไหม้ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าพี่ชายได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พร้อมขอวางสายเพื่อตรวจสอบข้อมูล ก่อนจะโทรกลับมาแจ้งให้ญาติเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ เมื่อไปถึงก็พบว่าพี่ชายเสียชีวิต นอนคว่ำหน้าอยู่ภายในห้องน้ำ
ทั้งนี้สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ และสำนักงานเขตปทุมวัน ได้มีการตั้งศูนย์อำนวยความสะดวก ในเรื่องของการ ตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล การรับร่างผู้เสียชีวิต และการออกใบมรณะบัตรให้กับผู้เสียชีวิต ที่บริเวณชั้น 3 ของนิติเวชตำรวจด้วย
สำหรับในกรณีของญาติที่ยังตามหา ผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย หรือผู้บาดเจ็บไม่พบ สามารถเดินทางติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.พหลโยธิน เพื่อสอบถาม เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีภาพ ของผู้เสียชีวิตรวมไปถึง วัตถุพยาน เช่น เครื่องแต่งกาย โทรศัพท์มือถือกระเป๋า เพื่อยืนยันตัวบุคคล และมีรายชื่อของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ที่ กระจายรักษาตัวอยู่ใน 5 โรงพยาบาลพื้นมี่ใกล้เคียง แต่สำหรับญาติท่านใดที่ยังไม่สามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้ เจ้าหน้าที่ได้แนะนำว่าหากเดินทางเข้ามาติดต่อที่นี้ติเวชตำรวจ ขอให้นำญาติสายตรง อาทิ พ่อ แม่ พี่น้องท้องเดียวกัน หรือลูก เพื่อนำตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล นอกจากนี้มูลนิธิปอเต็กตึ้ง ได้มีการมอบเงินช่วยเหลือ ฌาปนกิจ ให้กับญาติผู้เสียชีวิต รายรับประมาณ 20,000 บาท และพร้อมอำนวยความสะดวก ในการเคลื่อนย้ายศพเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ทั้งนี้มีรายงานข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลเสียชีวิต 2 นาย ในเหตุการณ์ ซึ่งยังไม่ทราบว่าไปปฏิบัติหน้าที่หรือไปพักผ่อนนอกเวลาราชการ
ด้านนางจันสุดา ตันลา อายุ 49 ปี แม่ของนายฐิติวัฒน์ แก้วกัณหา หรือ “น้องดิน” อายุ 27 ปี นักร้องนำวงทศกัณฐ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้สูญหายจากเหตุเพลิงไหม้ร้านอาหารและโรงเบียร์ย่านลาดพร้าว เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้ครอบครัวยังคงออกตามหาลูกชายอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีใครสามารถยืนยันชะตากรรมของลูกได้
โดยนางจันสุดา เล่าว่า ตนพักอาศัยอยู่ย่านคลอง 4 ส่วนน้องดินพักอยู่กับพ่อในซอยเสนานิคม คืนเกิดเหตุลูกชายเดินทางไปทำงานตามปกติ โดยพ่อไม่ทันสังเกตเพราะเข้านอนแล้ว กระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. พ่อตื่นขึ้นมาไม่พบลูก จึงโทรศัพท์ไปหา น้องดินรับสายและบอกเพียงว่า “ถึงร้านแล้ว” ซึ่งเป็นบทสนทนาครั้งสุดท้าย ก่อนจะขาดการติดต่อ

โดยเมื่อคืนดังกล่าว น้องดินมีคิวขึ้นแสดงตั้งแต่ช่วงประมาณ 22.00 น. ไปจนถึงเที่ยงคืน ซึ่งตามข้อมูลทราบว่า เหลือเวลาอีกเพียงประมาณ 10 นาที ก็จะเสร็จสิ้นการแสดง ขณะที่น้องดินถือเป็นพนักงานรุ่นแรก ๆ ที่ทำงานกับร้านมาตั้งแต่เปิดกิจการ
โดยวันนี้ตนและ ครอบครัวได้เดินทางมาตรวจสอบข้อมูลที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ แต่แพทย์แจ้งว่ายังไม่พบผู้เสียชีวิตที่มีอัตลักษณ์ตรงกับข้อมูลของน้องดิน ทำให้ครอบครัวเตรียมเดินทางไปตรวจสอบยังโรงพยาบาลอีก 2 แห่ง เพื่อค้นหาตัวลูกชายต่อไป
แม่ของน้องดินยังเล่าด้วยว่า ลูกชายเรียนไม่จบจากวิทยาลัยอาชีวะอยุธยา แต่เป็นคนกตัญญูและมุ่งมั่นทำงาน เคยบอกกับแม่ว่า “ไม่จำเป็นต้องจบปริญญา ก็เลี้ยงแม่ได้” ก่อนจะเดินตามความฝันในเส้นทางนักร้อง ตระเวนประกวดร้องเพลงและรับงานแสดง จนสามารถนำเงินมาปลดหนี้นอกระบบให้แม่ได้กว่า 3-4 แสนบาท
สำหรับจุดสังเกตของน้องดิน คือมีรอยสักรูปฟันเฟืองและคำว่า “อาชีวะอยุธยา” บริเวณกลางหลัง รวมถึงมีรอยสักตามร่างกายหลายแห่ง
นางจันสุดา กล่าวทั้งน้ำตาว่า น้องดินเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของครอบครัว และขอวิงวอนผู้ที่พบเห็นหรือมีข้อมูลเกี่ยวกับลูกชาย ช่วยแจ้งเบาะแสให้ครอบครัวโดยเร็ว เพราะสิ่งที่หวังมากที่สุดในเวลานี้ คือการได้พบลูกชาย ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพใดก็ตาม
ขณะที่น.ส อุษา ทัดศรี ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ เพลิงไหม้ ได้เดินทางมาติดต่อขอรับศพ เพื่อนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่า ปกติมาเที่ยวที่ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว อยู่เป็นประจำ ประมาณวันเว้นวัน ซึ่งในวันเกิดเหตุก็ไปดื่มกินกับเพื่อนรวมทั้งหมด 5 คน ก่อนเกิดเหตุตนเองออกมาสูบบุหรี่ที่หน้าร้าน ทั้งที่ไม่เคยสูบมาก่อนออกมาได้ไม่นานก็เห็นควันพวยพุ่งออกมาจากหลังคาร้าน จากนั้นก็มีเปลวไฟลุกลามเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก จะเข้าไปช่วยเพื่อนก็ไม่ทันเพราะเพลิงลุกลามอันตรายมาก
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรอดชีวิตมาได้ 3 คน เสียชีวิตไป 2 คน ชื่อ นายสุวิชชา ศิริสลุง หรือลี่ นางสาวน้ำทิพย์ ทับสุข หรืออัย
ซึ่งผู้เสียชีวิตเป็นสามีภรรยากัน และมีลูกเล็กด้วย ไม่คิดว่าร้านที่ตนเองมาเที่ยวบ่อยครั้งจะไม่ปลอดภัย ไม่คาดคิดจะเกิดเหตุการรุนแรงได้ขนาดนี้


