เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 13 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ( บช.สอท.) เมืองทองธานี พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.สอท.4 พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.ตอท.แถลงข่าวทลายแก๊งพนันออนไลน์ มวยพักยกวาไรตี้ รวบ 6 ราย ยึดมือถือ 245 เครื่อง พร้อมทรัพย์สินกว่า 6.3 ล้าน เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นพร้อมกัน 6 จุด ในพื้นที่ กทม. ได้แก่ บ้านพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยนวมินทร์ 24 จำนวน 4 หลัง และ ซอยนวมินทร์ 42 จำนวน 2 หลัง แขวงบึงกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม.
พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สอท.1 ได้สืบสวนขยายผลจากกรณี เมื่อ 13 มี.ค.69 ศปอส.บก.น.4 และ สน.บึงกุ่ม ได้จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 4 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นทางการเงินของเครือข่ายพนันมวยออนไลน์ มวยพักยกวาไรตี้ ฐานจัดให้มีการเล่นพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตและการสมคบกระทำความผิดฐานฟอกเงิน โดยเครือข่ายดังกล่าวได้ใช้เฟซบุ๊กบัญชีหนึ่งโพสต์ชักชวนประชาชนให้สมัครใช้บริการ “มวยหู หนึ่งชัยวัฒน์” มีการเรียกเก็บค่าบริการเป็นรายวันและรายเดือน พร้อมเชิญชวนให้เล่นพนันทายผลการแข่งขันชกมวยแบบออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชันไลน์กลุ่ม มวยพักยกวาไรตี้ ที่ใช้เป็นช่องทางประกาศอัตราต่อรอง รับแทงพนัน และติดต่อกับสมาชิก

พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ภายหลังการจับกุมดังกล่าว ศปอส.ตร. ได้ประสานให้ส่งเจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลและตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติม พบว่าเครือข่ายดังกล่าว มีการแบ่งหน้าที่กันดำเนินการอย่างเป็นระบบ ทั้งโปรโมทผ่านโซเชียลมีเดีย การใช้ภาพลักษณ์ของบุคคลสร้างความน่าเชื่อถือ การรับสมัครและติดต่อประสานงานกับสมาชิก การรับเงินพนัน การใช้บัญชีธนาคารหลายบัญชีรับ พัก กระจาย และหมุนเวียนเงิน ตลอดจนการบริหารจัดการและกระจายเงินไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องภายในเครือข่าย
จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินช่วง 10 ก.ย.68 ถึง 28 ต.ค.68 พบยอดเงินหมุนเวียนนับ 100 ล้านบาท
ต่อเดือน หรือเฉลี่ยกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี พบเส้นเงินเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ต้องหา 4 รายก่อนหน้านี้ โดยมีการรับและโอนเงินในเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบุคคลบางรายมีการรับโอนเงินจำนวนมากผิดปกติสูงถึงกว่า 80 ล้านบาท โดยไม่มีเอกสารหรือพยานหลักฐานสัมพันธ์กับธุรกิจที่ถูกกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง จำนวน 6 ราย และขออนุมัติหมายค้นสถานที่เป้าหมายได้สำเร็จ
จากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ครบทั้ง 6 ราย ดังนี้ 1.นายชัยวัฒน์ หรือ หนึ่งชัยวัฒน์ อายุ 34 ปี ทำหน้าที่ สร้างความน่าเชื่อถือผ่านโซเชียล ชักชวนสมาชิก
และสนับสนุนการจัดพนัน 2.น.ส.ปิยะมล อายุ 33 ปี ทำหน้าที่ รับผลประโยชน์ และบริหารจัดการเงิน 3.นายวัชรพล อายุ 22 ปี ทำหน้าที่ รับพักเงิน หมุนเวียนเงิน และบริหารจัดการทรัพย์สิน 4.นายวีรศักดิ์ อายุ 27 ปี ทำหน้าที่ รับพักเงิน หมุนเวียนเงิน และบริหารจัดการเงิน 5.นายภัคพล อายุ 23 ปี ทำหน้าที่ รับพักเงิน และบริหารจัดการเงิน 6.นายจิตรกร อายุ 44 ปี ทำหน้าที่ โพสต์โฆษณาชักชวนสมาชิก และสนับสนุนการบริหารจัดการเงิน
นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจยึดของกลางรวม จำนวน 83 รายการ มูลค่ารวมกว่า 6.3 ล้านบาท ได้แก่ โทรศัพท์มือถือวางเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ชาร์จไฟในลักษณะพร้อมใช้งาน จำนวน 245 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 25 เล่ม, เงินสด จำนวน 982,050 บาท, รถยนต์ จำนวน 4 คัน, วัตถุคล้ายทองคำ น้ำหนักรวมประมาณ 15 บาท, อาวุธปืน จำนวน 4 กระบอก พร้อมกระสุน, นาฬิกาหรู, กระเป๋าแบรนด์เนม, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมดำเนินคดีในความผิดฐาน ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนันในการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, สมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ และอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป




