ผบก.น.2 ประชุมคดีไฟไหม้โรงเบียร์ หากพบดัดแปลง-ล็อก-ปิดกั้น ประตูหนีไฟ เตรียมแจ้งข้อหาหนัก

14.07.26 | 13:14 น.

ผบก.น.2 ประชุมคดีไฟไหม้โรงเบียร์ หากพบดัดแปลง-ล็อก-ปิดกั้น ประตูหนีไฟ เตรียมแจ้งข้อหาหนัก

 

จากกรณีเพลิงไหม้สถานบันเทิง “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” บริเวณใกล้ซอยลาดพร้าว 1 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงดึกของวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตขยับสูงขึ้นเป็น 30 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 76 รายนั้น

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 ได้เรียกประชุมด่วนคณะพนักงานสอบสวน เพื่อสรุปแนวทางคดี พร้อมระดมสอบปากคำพยานและผู้เกี่ยวข้องอย่างละเอียดแล้ว 34 ปาก ชี้ชัดหากพบหลักฐานว่ามีการดัดแปลงอาคารและล็อกหรือปิดกั้นประตูทางหนีไฟ เตรียมแจ้งข้อหาหนักเพิ่มนอกเหนือจากข้อหาประมาท พร้อมระดมทีมสืบสวน บช.น.2 สอบพยาน 6 กลุ่มหลัก


พล.ต.ต.เกียรติกุลเปิดเผยว่า ขณะนี้กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ได้แต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้ขึ้นมาเฉพาะในรูปแบบของคณะกรรมการ เพื่อควบคุมดูแลสำนวนคดีให้มีความรัดกุมและโปร่งใสสูงสุด โดยพนักงานสอบสวนได้แบ่งพยานบุคคลและผู้เกี่ยวข้องออกเป็น 6 กลุ่ม เพื่อทำการสอบปากคำและรวบรวมข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบ ประกอบด้วย

  1. กลุ่มเจ้าของผู้ประกอบการ เพื่อตรวจสอบสิทธิการครอบครอง สัญญาเช่า และการกระจายอำนาจการบริหารจัดการ
  2. กลุ่มพนักงานในร้าน ได้แก่ นักดนตรี พนักงานเสิร์ฟ แคชเชียร์ และทีมรักษาความปลอดภัย (การ์ด) ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ช่วงเริ่มต้น
  3. กลุ่มญาติผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมถึงผู้ประสบภัยที่หนีรอดชีวิตออกมาได้ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับบรรยากาศภายในขณะเกิดเหตุ
  4. กลุ่มหน่วยพิสูจน์หลักฐานและแพทย์นิติเวช เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และแพทย์ชันสูตรเพื่อระบุสาเหตุการตายเชิงวิทยาศาสตร์
  5. กลุ่มเจ้าหน้าที่กู้ภัยและระงับเหตุ อาสาสมัครกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่บุกเข้าไปช่วยเหลือผู้ติดค้างด้านในเป็นกลุ่มแรก
  6. กลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานส่วนท้องถิ่น เช่น สำนักงานเขตจตุจักร และสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อตรวจสอบความถูกต้องด้านกฎหมายและระบบสาธารณูปโภค

คืบหน้าสอบสวนล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนและทำการสอบปากคำพยานไปแล้วจำนวน 34 ปาก ซึ่งคำให้การของกลุ่มพนักงานและลูกค้าที่รอดชีวิตพบข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการกำหนดทิศทางคดี

Advertisement

เมื่อถามถึงการดำเนินคดีและตั้งข้อหากับผู้ประกอบการ ผบก.น.2 ชี้แจงว่าจะต้องพิจารณาแยกข้อเท็จจริงออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ​

1.หาสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ (ต้นเพลิง) ​ทางกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) กำลังเข้าตรวจสอบสภาพพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียดเป็นครั้งที่ 3 เพื่อวิเคราะห์ว่าจุดเริ่มต้นของเพลิงมาจากส่วนใด ซึ่ง พฐ.จะต้องทำรายงานสรุปอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรและเข้าให้ปากคำย้อนหลังกับพนักงานสอบสวนอีกครั้ง

2.หาสาเหตุการเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก คดีนี้มีจุดที่น่าสงสัยและสังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีผู้ประสบภัยให้การย้อนแย้งว่า ขณะเกิดเหตุภายในมืดสนิท มองไม่เห็นไฟป้ายบอกทางหนีไฟ ป้ายห้องน้ำ และประตูทางหนีไฟบางจุดถูกปิดกั้น ซึ่งสวนทางกับรายงานการเข้าตรวจความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่รัฐครั้งล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน 2569 ที่ระบุว่าระบบปลอดภัยครบถ้วน

พล.ต.ต.เกียรติกุลกล่าวว่า สภาพความเสียหายและหลักฐานจากการเข้าตรวจที่เกิดเหตุจะเป็น ‘เครื่องฟ้อง’ ที่ซื่อสัตย์ที่สุด ว่าในคืนเกิดเหตุประตูหนีไฟเปิดออกได้จริงหรือไม่ มีสิ่งกีดขวางหรือมีการล็อกกุญแจเอาไว้ตามที่มีข้อสังเกตหรือไม่ หากพยานหลักฐานชี้ชัดว่ามีความบกพร่อง ปล่อยปละละเลย หรือจงใจปิดกั้นจนเป็นอุปสรรคต่อการหนีภัยของผู้ตาย จะต้องถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดในความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและได้รับบาดเจ็บสาหัส รวมทั้งกฎหมายควบคุมอาคาร และอาจมีข้อหาอื่นๆ เพิ่มเติมหลังจากตรวจสภาพอาคารโดยละเอียด

​นอกจากประเด็นเรื่องทางหนีไฟแล้ว คณะพนักงานสอบสวนจะเรียกตรวจสอบประวัติการก่อสร้างอาคารทั้งหมด ย้อนกลับไปตั้งแต่ วันเริ่มก่อสร้างอาคารและรูปแบบแปลนดั้งเดิมที่ได้รับอนุญาต ตรวจสอบว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีการดัดแปลง ต่อเติม หรือแก้ไขส่วนใดของอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบประวัติการโอนย้ายสิทธิ เปลี่ยนมือ หรือเปลี่ยนชื่อผู้ถือหุ้นผู้ประกอบการ ตรวจสอบระบบการฝึกซ้อมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอัคคีภัยของทางร้านว่าเคยมีขึ้นจริงหรือไม่

​ทางด้านของความคืบหน้าฝั่งผู้ประกอบการและหุ้นส่วนร้าน มีรายงานว่าจากการประสานงานของตำรวจพบว่า หนึ่งในผู้ถือหุ้นและเจ้าของร้านรายสำคัญ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกไฟคลอกในคืนเกิดเหตุเช่นเดียวกัน ปัจจุบันยังรักษาตัวอยู่ภายในห้องผู้ป่วยวิกฤต (ICU) และยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ทำให้พนักงานสอบสวนยังไม่สามารถเข้าไปปากคำได้ในขณะนี้ ต้องรอให้อาการดีขึ้นตามความเห็นแพทย์ก่อน
​สำหรับสถานการณ์ผู้ประสบภัยล่าสุด ข้อมูลอัพเดตอย่างเป็นทางการ จากการประชุมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ระบุว่า ผู้เสียชีวิตรวม 30 ราย ผู้บาดเจ็บ 76 ราย

​ทั้งนี้ คณะทำงานสอบสวนและสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 จะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้งในเวลา 19.00 น. เพื่ออัพเดตผลการตรวจพิสูจน์หลักฐาน ก่อนจะนำไปสรุปการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป