พ่อให้หลานตามหาย่า มีคนโทรแจ้งถูกสามีใหม่ทำร้าย ได้กลิ่นเหม็นขุดดู พบเป็นศพถูกฝัง

13.06.17 | 22:39 น.

หนุ่มใหญ่ฆ่าภรรยาก่อนฝังดินอำพรางนานกว่า 2 สัปดาห์

วันที่ 13 มิ.ย.60 เวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองสมุทรปราการ เข้าตรวจสอบสภาพศพของนางสุรัก อุ้มญาติ อายุประมาณ 60 ปี ที่ถูกฆ่าตายและห่อศพด้วยผ้า ก่อนจะขุดหลุมฝังดินไว้ข้างบ้านนานกว่า 2 สัปดาห์ ภายในบ้านพักไม่มีเลขที่ ซ.อยู่สุข 13 ต.บางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับการประสานจากนางพัชรี แก้วน้อย กำนันตำบลบางเมือง ให้ร่วมตรวจสอบบ้านดังกล่าวเนื่องจากชาวบ้านร้องเรียนว่ามีกลิ่นเหม็นเน่าโชยอออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว

จากการสอบถาม นาย เอกรัตน์ เที่ยงพานิช อายุ 17 ปี หลานชายผู้ตาย ได้เล่าให้ฟังว่าตนได้รับโทรศัพท์จากพ่อที่อยู่ต่างจังหวัดว่าให้เข้ามาดูย่าที่บ้านหน่อย เมื่อไม่กี่วันได้มีคนโทรไปบอกพ่อว่าย่าได้ถูกสามีใหม่ทำร้ายเป็นประจำจนกระทั่งไม่สามารถติดต่อย่าได้ตนจึงได้เดินทางมาดูแต่ก็ไม่พบทั้งย่าและสามีใหม่อยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวจนกระทั่งได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยมาจากข้างบ้าน ตนจึงได้เดินไปดูก็พบว่ามีดินข้างข้างปูดขึ้นมาและได้กลิ่นเหม็นจึงได้ขุดดูก็ถึงกับตกใจเมื่อพบแขนคนโผ่ออกมาตนจึงได้วิ่งไปตามกำนันและชาวบ้านให้มาดู

นางพัชรี เปิดเผยว่า ปกติบ้านหลังดังกล่าว อยู่กัน 2 สามี ภรรยา โดยสามีชื่อว่านายหนู อายุ 53 ยังไม่ทราบชื่อ นามสกุล อายุรุ่นราวคราวเดียวกับผู้ตาย และชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ เวลาเมาได้ที่ก็มักจะลงมือลงไม้ทำร้ายนางสุรัก ภรรยาที่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง นอกจากนี้นายหนูยังเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วย โดยตนเองได้เคยเข้ามาปรามนายหนูเวลาเมาหลายครั้ง เนื่องจากชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงทนไม่ไหว ต้องโทรศัพท์ไปแจ้งตน เพราะนายหนูจะทำร้ายภรรยาจนร้องโอยโอยด้วยความเจ็บปวดดังได้ยินกันเกือบทั้งซอย โดยเฉพาะเวลาดึกๆ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา ตนเองได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่านายหนูลงมือทำร้ายภรรยา ตนเองก็มาระงับเหตุและห้ามปรามตามปกติ และได้พบกับนายหนูและภรรยาอยู่พร้อมกันทั้ง 2 คน ซึ่งนายหนูอ้างว่า ตนไม่ได้ทำอะไรภรรยา แถมปรนนิบัติด้วยซ้ำไป ตั้งแต่นั้นมาตนก็ไม่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านอีกว่าทั้งคู่ทะเลาะวิวาทกัน กระทั่งเมื่อวานนี้ หลานผู้ตายมาขอให้ช่วยตามหาผู้ตาย เพราะไม่มีใครเห็นมานานกว่า 2 สัปดาห์ ตนจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมตรวจสอบ กลับพบแม่ของนายหนูอยู่ในบ้านและอ้างกับเจ้าหน้าที่ว่า ผู้ตายกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด

Advertisement

กระทั่งวันนี้ หลานชายและญาติผู้ตาย ยังคาใจในการหายตัวไปของผู้ตายเพราะได้กลิ่นเหม็นโชยออกมาจากบ้านดังกล่าว จึงขอให้ตนมาช่วยตามหา จึงพากันเดินตามหาจนรอบบ้าน กระทั่งทราบกลิ่นเหม็นโชยออกมาจากพื้นที่ด้านข้างบ้าน จึงช่วยกันขุดจนพบร่างของผู้ตายห่อผ้าเหม็นเน่าขึ้นอืดอยู่ใต้พื้นดิน จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ แต่นายหนูกลับไหวตัวหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ฯจะไปถึง

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ฯชุดสืบสวนได้ ออกติดตามนายหนู เพราะคิดว่าน่าจะหนีไปได้ไม่ไกล เพราะอายุค่อนข้างเยอะ และเป็นเวลาที่ค่อนข้างมืด เพื่อมาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป