ศาลรับฟ้องคดี บิ๊กโจ๊ก ฟ้อง พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปมให้สัมภาษณ์ หมิ่นประมาทในรายการ

17.07.26 | 12:59 น.

ศาลรับฟ้องคดี บิ๊กโจ๊ก ฟ้อง พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปมให้สัมภาษณ์ หมิ่นประมาทในรายการ

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอาญามีคำสั่งรับฟ้องคดีหมายเลขดำ อ.107/2569 ซึ่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 อดีตลูกน้องคนสนิท เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คำให้สัมภาษณ์ของจำเลยที่ปรากฏในรายการโทรทัศน์ ได้แก่ “กรรมกรคุยข่าวนอกจอ”, “ถกไม่เถียง” และ “จับตาประเทศไทย” ซึ่งมีเนื้อหาในทำนองว่ามีผู้บังคับบัญชาทำร้ายร่างกายผู้ใต้บังคับบัญชา บิดเบือนข้อเท็จจริง และโยนความผิดให้ลูกน้อง โดยในบางรายการจำเลยระบุชัดว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ถูกกระทำคือ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ อดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ และอ้างว่าเคยเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวด้วยตนเอง 2 ครั้ง

แม้คำให้สัมภาษณ์จะไม่ได้ระบุชื่อ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์โดยตรง แต่ศาลเห็นว่า เมื่อพิจารณาประกอบกับบริบทของคำถามจากผู้ดำเนินรายการและเนื้อหาการตอบ ย่อมทำให้ผู้รับชมและผู้รับฟังเข้าใจได้ว่าบุคคลที่จำเลยกล่าวอ้างถึงหมายถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ “บิ๊กโจ๊ก” หรือ “รองโจ๊ก” การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นผู้ทำร้ายร่างกายผู้ใต้บังคับบัญชาและโยนความผิดให้ลูกน้อง ไม่ว่าข้อความดังกล่าวจะเป็นความจริงหรือไม่ การเผยแพร่ต่อสาธารณะย่อมทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจว่าโจทก์เป็นผู้บังคับบัญชาที่ไม่ดี ขาดศีลธรรม กระทำผิดกฎหมาย และส่งผลให้เสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังได้

ศาลเห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องมีน้ำหนักเพียงพอรับฟังในเบื้องต้นว่าคดีมีมูล จึงมีคำสั่งประทับรับฟ้องไว้พิจารณา

 

Advertisement