ตาชั่งพันดาว : ‘บิ๊กไมค์- บิ๊กราญ’ ชิงผบ.ตร. ส่อระอุ อาจพึ่งดีลลับ

19.07.26 | 11:50 น.

⦁…เมื่อจิตใจ ไม่คิดมากไป หลายเรื่องหลายราวแล้ว จิตก็จะมีความสุขเกิดขึ้น เหมือนกับบุคคลนี่แหละ ถ้าไม่ถือสิ่งของหลายอย่าง ถือแต่ของเบาๆ ก็เดินไปสบาย หรือปล่อยวางหมดเดินแต่ตัวเปล่าๆ ไป – โอวาทธรรม พระอาจารย์เปลี่ยน ปัญญาปทีโป แห่งวัดอรัญญวิเวก จ.เชียงใหม่

⦁…โฟกัสโค้งสุดท้าย 22 กรกฎาคม วาระเดือดกรมปทุมวันคัดเลือก ผบ.ตร. คนที่ 16 เกมชิงชัย นาทีนี้กลายเป็นการบดบี้กัน 2 ตัวเต็ง ระหว่าง บิ๊กไมค์ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้แม่นยำกฎหมาย ยึดหัวหาดอาวุโสอันดับ 1 เกษียณ 2571 กับ บิ๊กราญ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา มือปราบ อาวุโสอันดับ 3 อายุราชการยาวไกลถึงปี 2576 จนคนแซว “สำราญ นานไป” แว่วว่ามีแรงหนุนกำลังภายในมากบารมีจนฝ่ากำแพง “อาวุโส” ไปได้ วงการสีกากีวิจารณ์เซ็งแซ่ว่า งานนี้หากยึดหลักตามเนื้อผ้า ดันอาวุโสอันดับ 1 ขึ้นแท่น นายพลรุ่นหลังๆ ยังพอลุ้นขยับขยายได้หายใจบ้าง แต่ถ้าบิ๊กราญเสียบยอดอยู่ยาว 7 ปี รุ่นพี่ๆ นรต.42-49 หมดสิทธิลุ้นเก้าอี้ใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยดีกรีความแม่นกฎหมาย บิ๊กไมค์ ย่อมพร้อมหงายการ์ดฟ้อง ก.พ.ค.ตร. เพื่อรักษาสิทธิแน่ หากถูกข้ามหัวแบบไร้เหตุผล ฉากทัศน์นี้ “ผู้มีอำนาจ” อาจต้องแก้โจทย์ด่วนด้วยการหาเก้าอี้เบอร์ 1 องค์กรระดับเทียบเท่าปลอบใจ ทว่าตามกฎเหล็ก เจ้าตัวต้องยินยอมด้วย หน่วยงานรับโอนต้องตอบรับ สปอตไลต์ทุกดวงจึงจับจ้อง ‘ดีลลับ’ จะเจรจาต้าอวยลงตัวหรือไม่ เพื่อให้ฉากทัศน์จบลงอย่างสมประโยชน์ไร้รอยร้าว

⦁…ถึงฤดูกาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดฉากจัดทัพนายพลประจำปี 2569 โดย ผบ.ตร. ร่อนหนังสือด่วนที่สุดถึงทุกหน่วยทั่วประเทศให้เร่งส่งบัญชีรายชื่อแต่งตั้งระดับ ผบก.-ผบช. โดยระดับ “บก.” ต้องส่งใน 7 ส.ค. และระดับ “บช.” 10 ส.ค.2569 พิจารณาต้องเรียงลำดับตามความรู้ความสามารถ สำหรับผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนแต่พิจารณาแล้วว่ายังไม่พร้อมเลื่อนขั้น ต้นสังกัดต้องแจงเหตุผลชี้ขาด พร้อมกำหนดให้ผู้มีสิทธิส่งไฟล์ PDF สรุปผลงานเชิงรูปธรรมไม่เกิน 3 หน้า ยื่นผ่านระบบคิวอาร์โค้ดภายใน 3 ส.ค. ทุกกองบัญชาการต้องเสนอรายชื่อแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งที่ว่างลงให้ครบถ้วนทุกเก้าอี้ โดยห้ามละเลยอย่างเด็ดขาด ส่วนผู้เข้าร่วม “โครงการเออร์ลี่รีไทร์” รุ่น 29 หากไม่ยื่นเรื่องถอนตัวภายใน 20 ก.ค. จะถูกคัดชื่อออกจากโผทันที

⦁…มติ ก.ต. อดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกานั่งหัวโต๊ะ ไล่ออกอดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ จากกรณีมีมูลเหตุเชื่อมโยง จากศึกสายเลือดฟ้องร้องตระกูลนักธุรกิจดัง กรณีมีภาพวงจรปิดเข้าไปในบ้านคู่ความ โดนร้องมีส่วนช่วยเหลือคดีพิพาท เกี่ยวกับเรียกทรัพย์คืนเเละปลดอายัดเงินปันผลหุ้นมูลค่าหลายพันล้านบาท รายงานผลสอบสวนมีพฤติการณ์จ่ายสำนวนลักษณะช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์แก่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง กระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาบุคคลทั่วไปในการประสาทความยุติธรรม ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง อีกคนเป็นรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเดียวกัน เรียกสำนวนคดีศาลแห่งหนึ่งคืน ถูกงดเลื่อนตำแหน่งหรืองดเลื่อนเงินเดือน 2 ปี

⦁…สังเวยมักง่าย โครงสร้างหลวมของสังคมไทย ขาดความเข้มงวด คนในสังคมหย่อนยานระเบียบวินัย ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จนเป็นที่มาโศกนาฏกรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ล่าสุดไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เสียชีวิตทะลุ 33 ศพ บาดเจ็บ 75 ราย เป็นเคสแดงถึง 15 ราย เบื้องต้นคาดไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณเครื่องปรับอากาศบนฝ้าเพดานแล้วไฟลุกลามรวดเร็วเพราะฉนวนกันความร้อนหนา 3 นิ้ว และไม่ได้ใช้วัตถุกันไฟตกแต่ง ทางหนีไฟถูกปิดกั้นมีตั้งโต๊ะขายลูกอมขวาง ประตูฉุกเฉินไม่ได้มาตรฐานติดป้ายห้ามเปิดรู้เฉพาะพนักงานในร้าน ที่สำคัญจำหน่ายอาหาร สุรา มีดนตรี และมีการเต้น ปิดตี 2 เข้าข่ายสถานบริการ แต่ขออนุญาตเป็นร้านอาหารที่เปิดได้เที่ยงคืน ครม.ล้อมคอกชูเป็นวาระแห่งชาติ ให้ มท.-ตร.-กทม. และท้องถิ่นเอกซเรย์อาคารภายใน 30 วัน ถามว่าได้หรือ

Advertisement

⦁…กับดักควันพิษ ข้อมูลสำคัญจาก “น.1” พล.ต.ท.สยาม บุญสม เปิดผลชันสูตรพลิกศพจากนิติเวช ชี้การตายส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากบาดแผลไฟไหม้ แต่จาก “ขาดอากาศหายใจเนื่องจากสูดดมก๊าซพิษ” พบสารตกค้างร่างกาย ทั้งคาร์บอนมอนอกไซด์-ไซยาไนด์ ถ้าสูดเข้าไปมากๆ เสียชีวิตใน 4 นาที ควันพิษจากการเผาไหม้จากวัสดุตกแต่งภายในเป็นกลุ่มพลาสติก สารสังเคราะห์ และบุผนังซับเสียงราคาถูก กลายเป็น “ตู้อบแก๊สพิษขนาดใหญ่” คร่าชีวิต ขณะนี้พนักงานสอบสวนเร่งมือทำคดีเตรียมแจ้งข้อหากระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ, ต่อเติมดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต, กระทำโดยประมาททำให้เกิดเพลิงไหม้, ลักลอบใช้ไฟเกินกำลัง และทั้งข้อหาอื่นๆ รวมถึงการตรวจสอบความผิดการเปิดสถานบริการ รอเจ้าของโรงเบียร์ออกจาก รพ.

⦁…ตำรวจน้ำดี ขอปรบมือให้ ส.ต.อ.มังกร โคตรชมภู และ ส.ต.อ.วาริชัย ไชยวงค์ ผบ.หมู่(ป.) สน.พหลโยธิน ไม่ปล่อยผ่านไป กำลังออกเวรได้รับแจ้งไฟไหม้โรงเบียร์ ตรงดิ่งไปที่เกิดเหตุ ด้วยหัวใจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง ด้านหน้าไฟโหมแรง จำได้มีทางหนีไฟด้านข้าง หอบต่ำเข้าไปลากผู้บาดเจ็บนอนกลางห้องน้ำ 10 คน จนตัวเองสำลักควันแน่นหน้าอกอย่างรุนแรงจากสูดควันปริมาณมาก ‘น.1’ ไปเยี่ยม รพ.ตำรวจ พร้อมกุมมือให้กำลังใจบอก “ชื่นชมนะ สุดยอดเลย” มีความเด็ดเดี่ยว มีสติ กล้าหาญเข้าไปช่วยเหลือประชาชน โดยไม่หวั่นเกรงอันตรายใดๆ

⦁…กฎเหล็กไร้น้ำใจ บิ๊กต่อ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สะบัดปากกา “เด้งด่วน” พ.ต.ท.วิชัย โมฆรัตน์ สว.ส.ทล.2 กก.7 บก.ทล. ไปช่วยราชการ ศปก.บช.ก.ขาดจากต้นสังกัดเดิม เซ่นปมจับ “อส.ทพ.ปิยะทัต จันทรัตน์” สังกัด ฉก.ทพ.48 เอาชีวิตเข้าแลกในพื้นที่สีแดง จ.นราธิวาส แล้วได้พักกลับไปเยี่ยมบ้านนครศรีธรรมราช ขณะขับเก๋งผ่าน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง เจอด่านทางหลวงเรียกตรวจ ค้นเจอปืน 9 มม. กระสุน 41 นัด แม้ปืนมีทะเบียนเป็นชื่อ อส.ทพ.นั้นเอง แต่ไม่มีใบพกพา จึงสั่งจับกุมข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในเมืองหรือทางสาธารณะทันที ปรากฏโดนสวดสนั่นโซเชียล อ้างว่าผู้บังคับบัญชาได้ประสานขอความผ่อนผัน แต่ยังถูกดำเนินคดี เกิดกระแสถกเถียงถึงดุลพินิจตำรวจ และการบังคับใช้กฎหมายผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคง

⦁…ดาวดวงใหม่ ด.ต.หญิง ณฐมน ประสงค์สันติ์ ผบ.หมู่ กก.6 บก.จร. ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ เข้าช่วยทำคลอดทารกแฝดคนแรกภายในบ้านพักย่านประชาราษฎร์บำเพ็ญได้อย่างปลอดภัย หลังมารดาคลอดฉุกเฉินในห้องน้ำ พร้อมประสานทีมแพทย์นำส่ง รพ.ราชวิถีทำคลอดแฝดคนที่สองต่อไป พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ หัวหน้าคณะทำงาน ศจร.ตร. ชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและทักษะการกู้ชีพอันเป็นเลิศ เป็นที่พึ่งประชาชนทุกสถานการณ์…⦁

ไตร27