ร.ต.ต. ขับกระบะพุ่งชน จยย.3แม่ลูก แม่ดับ 2ลูกสาหัส พยานยันได้กลิ่นเหล้า ล่าสุด ตร.คู่กรณียันจะเยียวยาทุกอย่าง
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 19 กรกฎาคม ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ภาพอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถจักรยานยนต์จนเป็นเหตุให้ 3 แม่ลูกที่ขับรถจักรยานยนต์กระเด็นไปคนละทิศละทาง ผู้เป็นแม่กระเด็นตกลงอยู่ในท่อระบายน้ำ ส่วนลูกชายวัย 13 ปี และ 9 ปี กระเด็นไปอยู่กลางถนน อาการสาหัสทั้ง 3 คน ก่อนที่ผู้เป็นแม่ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
โดยคู่กรณีนั้น ทราบเพียงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเจ้าของเฟซบุ๊กซึ่งเป็นผู้อยู่ในเหตุการณ์หวั่นว่าครอบครัวผู้เสียหายจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงออกมาโพสต์เรียกร้องดังกล่าว
ล่าสุดเวลา 10.30 น. วันที่ 19 กรกฎาคม ที่วัดคลองปลาร้าสามัคคีธรรม หมู่ที่ 14 ต.คลองลานพัฒนา อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร ทางครอบครัวได้ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของ น.ส.ปิยวดี หรือ หนึ่ง อายุ 40 ปี อาศัยอยู่ที่หมู่ 13 ต.คลองลาน อ.คลองลานพัฒนา จ.กำแพงเพชร ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุดังกล่าว โดยมี ร.ต.ต.เกรียงไกร อายุ 53 ปี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองลาน คนขับรถคู่กรณีเดินทางมากราบขอขมาศพและมอบเงินค่าบำเพ็ญกุศลศพและร่วมพูดคุยถึงแนวทางเยียวยาในด้านต่างๆ กับครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งมีผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ร่วมรับฟังอยู่ด้วย

การเยียวยาเจ้าหน้าที่ตำรวจคู่กรณีกล่าวว่าเป็นเพียงการช่วยเหลือค่าจัดงานศพเท่านั้น ไม่เกึ่ยวกับการเยียวยาด้านอื่นๆ ซึ่งจะขอดูแลเยียวยาในทุกด้าน จากนั้นได้มีการมอบเงินหน้าหีบศพกับญาติและผู้นำท้องถิ่น
น.ส.นิชา อายุ 20 ปี และ น.ส.นันชิชา อายุ 16 ปี บุตรสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวยังสับสนและกังวลในหลายๆ อย่าง ตอนนี้เป็นห่วงน้อง และกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ไปไม่รู้จะใช้ชีวิตกันอย่างไร โดยเฉพาะแม่ที่เป็นเสาหลักต้องมาจากไป จะไปโรงเรียนกันอย่างไร เพราะรถจักรยานยนต์มีอยู่คันเดียวและต้องใช้กันทั้งบ้านก็มาพังเสียหายจากอุบัติเหตุไปแล้ว

ส่วนความกังวลต่อคู่กรณี ยอมรับกังวลว่าจะไม่เป็นไปตามที่เขาพูดเท่าไหร่ กลัวไม่ได้ความเป็นธรรม สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้ ตนเป็นห่วงน้อง ห่วงมาก กลัวว่าน้องจะใช้ชีวิตปกติไหม เพราะน้องขาหัก ถ้าคนขาหักคงจะใช้ชีวิตไม่ค่อยได้ปกติสักเท่าไหร่ กลัวน้องตื่นมาแบบความจำจะเป็นอย่างไร สมองน้องจะเป็นอย่างไร ตนกังวลมาก ตอนนี้น้องหนูยังไม่ฟื้น เป็นห่วงมากที่สุด
นายอานนท์ อายุ 35 ปี น้องชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตอนนี้ตนกังวลเรื่องการเยียวยา การเป็นอยู่ ค่าครองชีพของเด็กๆ และจุดศูนย์รวมของเด็กๆ เพราะพ่อเขาไม่ค่อยได้ดูแลเท่าไหร่ ส่วนตนกับแม่ไปทำงานต่างจังหวัด แล้วส่งเงินมาให้บ้าง ตนเองต้องดูแลยายที่ป่วยเป็นโรคไต และตนก็เป็นโรคไตด้วยเหมือนกัน ป่วยมาระยะที่สามแล้ว ตอนนี้ก็ไม่มีงานทำ

ร.ต.ต.เกรียงไกร แสงคำ ผู้ขับขี่รถยนต์ กล่าวว่า ตนยอมรับว่าเป็นคนขับรถ ซึ่งเป็นรถคันที่ชนรถจักรยานยนต์ 3 แม่ลูกจริงเพราะรถมันแล่นลงจากเนิน ตนคุมรถไม่อยู่ รถมันไหลแล้วเสียหลักไปชนท้ายเขา ซึ่งตนก็ไม่ได้หนีไปไหน ตนยอมรับผิดชอบ ตนได้ไปดูแลผู้บาดเจ็บ ช่วงเกิดเหตุก็ลงรถไปดูแลเขา ให้ความช่วยเหลือเขา เพราะเราก็ทราบดีว่าครอบครัวเขาลำบาก ตนยืนยันว่าไม่ได้ดื่มสุรามาในวันเกิดเหตุ เบื้องต้นวันนี้มาดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพก่อน ส่วนค่าเยียวยานั้น ค่อยคุยกันหลังจบงานศพ ส่วนการรับผิดชอบกรณีนี้จะดูแลทุกอย่าง ตนจะเข้ามาดูแลเรื่องบุตรเขา ส่วนเรื่องรถที่เด็กๆ จะไปโรงเรียนตนก็จะมาเยียวยาดูแล เพราะตนรู้สึกสงสารลูกหลานของเขาเช่นกัน

ด้าน น.ส.ศิริณา อายุ 34 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ที่ขับรถยนต์ตามมา เล่าให้ฟังว่า เมื่อวาน (18 กรกฎาคม) ตนกำลังขับสวนรถที่กำลังจะชนกัน ก็เห็นสามแม่ลูกขี่รถ จยย.มาปกติในช่องเลนขวา แล้วเห็นรถตำรวจคนที่เมาขับตามมาแล้วเบี่ยงเข้าไปชนเขา ซึ่งตนนั่งในรถหันไปมองว่าน้องเขาลอยกระเด็นไปคว่ำหน้า ก็ไกลอยู่ ก็ลงมาดูที่เกิดเหตุ เห็นร่างแม่เขาอยู่ในร่องระบายน้ำ มุดอยู่ในท่อระบายน้ำ แล้วมีน้องผู้ชายอยู่กลางถนนคนหนึ่งแล้วก็ไปตกอยู่ตรงเส้นขาวคนหนึ่ง ซึ่งตอนที่เกิดเหตุรถผู้ก่อเหตุขี่เลยไปประมาณ 300 เมตรแล้ว เขาก็วนมาจอดตรงจุดที่เกิดเหตุ แล้วลงจากรถมาทำท่าโบก ตนก็ถามเขาว่าเหตุการณ์เป็นยังไง เขาบอกว่ารถมอเตอร์ไซค์คันที่ชนขับขี่ตัดหน้ารถ เขาเลยชน

ตนเลยแย้งว่าไม่ใช่ รถลุงเองที่ขับชนเขา ชนท้ายเสยมาเลย ตนยืนยันว่ารถกระบะขับชนท้ายรถมอเตอร์ไซต์ และตนยังได้กลิ่นเหล้า ซึ่งเขาก็มีท่าทางมึนๆ คือเหมือนว่าไม่รู้ ไม่ค่อยรู้อะไร แต่พอตำรวจร้อยเวรมาเขาก็บอกกับตำรวจว่ารถมอเตอร์ไซค์ตัดหน้า ตนเลยอยากขอความเป็นธรรมให้กับ 3 คนนี้ เพราะได้ข่าวว่าตำรวจคนนี้ก็เคยชนคนอื่นมาครั้งนึงแล้ว สำหรับอาการของเด็กๆ ที่จุดเกิดเหตุ คนโตยังรู้สึก แต่คนเล็กนอนคว่ำหน้า ร้องฮือๆ ก็คือเหมือนน้องสลบไป ตนจึงถามกู้ภัย เขาบอกว่าน้องต้องปั๊มหัวใจตลอด เมื่อวานตนก็ไปดูน้องที่โรงพยาบาลกำแพงเพชร น้องเข้า ICU ทั้งคู่ ซึ่งก็อาการสาหัสมาก ตนยืนยันว่าจะขอเป็นพยานในเรื่องดังกล่าว เพราะอยากให้ครอบครัวเขาได้รับความเป็นธรรมเพราะเขาน่าสงสารมาก
ขณะที่ผู้กำกับ สภ.คลองลาน และร้อยเวรเจ้าของคดียังไม่ออกมาให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่าในจุดเกิดเหตุได้มีการเป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์ทันทีเลยหรือไม่ และผลแอลกอฮอล์เป็นอย่างไร ทำให้สังคมที่ทราบเรื่องดังกล่าวรู้สึกว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้นสังกัดเข้ามาตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างตรงไปตรงมา




