สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาชั้นก่อนฟ้อง ในโครงการบูรณาการการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมฯ
สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาชั้นก่อนฟ้อง บูรณาการการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในฐานะผู้กระทำผิดและผู้เสียหายด้วยความเสมอภาค ตามแนวพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม . นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด ร่วมกับพลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “บูรณาการการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในฐานะผู้กระทำผิดและผู้เสียหายด้วยความเสมอภาค : การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาชั้นก่อนฟ้อง” ซึ่งสถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจัดขึ้น ระหว่างวันที่ 20 – 22 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสืบสานพระดำริและพระกรณียกิจด้านกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงให้ความสำคัญกับการนำมาตรการทางเลือกแทนการดำเนินคดีในชั้นศาล โดยเฉพาะมาตรการหันเหการดำเนินคดีซึ่งเป็นวิธีการที่สำคัญและมีประสิทธิภาพสูงมาใช้ในการลดจำนวนเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมทั้งยังเป็นการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่ต้องหาว่ากระทำความผิด เพื่อให้เด็กและเยาวชนไม่หวนกลับมากระทำความผิดซ้ำอีก โดยมีอัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัว รวมทั้งผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจากพื้นที่ภาค 5 ภาค 6 และภาค 8 เข้าร่วมการอบรม จำนวน 47 คน

ปัจจุบันการดำเนินคดีเด็กและเยาวชนให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิและประโยชน์สูงสุดของเด็ก ควบคู่กับการส่งเสริมการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูและการคืนคนดีสู่สังคม โดยมาตรา 86 แห่งพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 กำหนดให้พนักงานอัยการสามารถใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาชั้นก่อนฟ้องได้ เมื่อเด็กหรือเยาวชนมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการลดผลกระทบจากการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้รับการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับหลักประโยชน์สูงสุดของเด็กและมาตรฐานสากลด้านกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน
อย่างไรก็ตาม การดำเนินมาตรการดังกล่าวให้เกิดประสิทธิผล จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างพนักงานอัยการและผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะการจัดทำแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูที่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชนแต่ละราย อาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลรายบุคคล องค์ความรู้ทางวิชาการ และการประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ด้วยเหตุนี้ สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด จึงร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการดังกล่าวขึ้น เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และทักษะของผู้ปฏิบัติงานผ่านการบรรยาย การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และการฝึกปฏิบัติจากกรณีศึกษา อันจะนำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาชั้นก่อนฟ้อง และเสริมสร้างความร่วมมือในการคุ้มครองเด็กและเยาวชนให้ได้รับการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูอย่างเหมาะสมและสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน

