เปิดมติ ก.ตร. ตั้ง สำราญ นวลมา นั่งผบ.ตร.คนใหม่ ยัน พิจารณาครบทุกด้านตามกฎหมาย

22.07.26 | 16:17 น.

มติ ก.ตร. เอกฉันท์ 12-0 เห็นชอบตั้ง พล.ต.อ.สำราญ เป็น “ผบ.ตร. คนที่ 16” ชี้พิจารณาครบทุกด้านตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ครั้งที่ 7/2569 เพื่อคัดเลือกและแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผบ.ตร. คนที่ 16 แทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ ใช้เวลาในการประชุมคัดเลือกนานกว่า 2 ชั่วโมง โดยที่ประชุมได้เข้าสู่วาระที่ 4 ตั้งแต่เวลา 13.40 น. จนกระทั่งเสร็จสิ้นในเวลา 15.50 น.

โดยภายหลังประชุมพล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เปิดดผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. มีมติเป็นเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เห็นชอบแต่งตั้งพล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 พร้อมยืนยันกระบวนการคัดเลือกเป็นไปตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2565 ทุกประการ ทั้งเรื่องอาวุโส ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์งานสืบสวนสอบสวน-ป้องกันปราบปราม

พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ เปิดเผยรายละเอียดขั้นตอนการคัดเลือก ผบ.ตร. ว่า นายกรัฐมนตรีได้เสนอรายชื่อรอง ผบ.ตร. ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตาม มาตรา 78 (1) ต่อที่ประชุม ก.ตร. เพื่อให้ความเห็นชอบตาม มาตรา 23 (4) ซึ่งในระหว่างการพิจารณา ได้มีการอภิปรายและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้เสนอชื่ออย่างรอบด้าน

ในการลงมติ ครั้งนี้ มีกรรมการ ก.ตร. เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 16 ท่าน โดยรอง ผบ.ตร. ทั้ง 4 ท่านที่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อ ได้ปฏิบัติตามข้อบังคับด้วยการเดินออกจากห้องประชุม ทำให้เหลือองค์ประชุมในการลงคะแนนทั้งหมด 12 ท่าน ซึ่งผลการลงมติออกมาเป็น เอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เสียง

ส่วนประเด็นข้อสงสัยเรื่องการพิจารณาแต่งตั้งผู้ที่มีลำดับอาวุโสอยู่อันดับ 3 และอาจขัดกับ พ.ร.บ.ตำรวจ พ.ศ. 2565 นั้น พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ชี้แจงว่า กฎหมายเปิดทางให้นายกรัฐมนตรีใช้ดุลพินิจในการเสนอรายชื่อ โดยนำปัจจัยเรื่อง “ความอาวุโส” มาพิจารณา “ควบคู่กับความรู้ความสามารถ” โดยเฉพาะประสบการณ์งานสืบสวนสอบสวนและงานป้องกันปราบปราม ซึ่งนายกรัฐมนตรีและที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายทุกประการ

เมื่อถูกถามถึงความกังวลเรื่องการฟ้องร้องจากผู้เสียสิทธิ์ หรือรอยแตกร้าวในองค์กร พล.ต.ท.ฐายุฏฐ์ ระบุว่า ที่ประชุมได้มีการพูดคุยกันในเรื่องความรักความสามัคคีของพี่น้องตำรวจอย่างชัดเจน เนื่องจากแคนดิเดตทั้ง 4 ท่าน ต้องมีผู้ที่ได้รับเลือกเพียง 1 ท่าน และอีก 3 ท่านที่ไม่ได้รับการแต่งตั้ง ทั้งนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการทุกคนต่างเชื่อมั่นว่าข้าราชการตำรวจจะยังคงรักสามัคคีและร่วมมือกันทำงานเพื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต่อไป โดยขอให้ทุกฝ่ายไม่ต้องเป็นกังวลในเรื่องนี้

สำหรับคณะกรรมการฯ ทั้งหมดที่เข้าประชุมมีรายชื่อดังนี้ “คณะกรมการฯ ก.ตร.โดยตำแหน่ง” ชุดปัจจุบันประกอบด้วย

1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประธาน ก.ตร.
2. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. รอง ประธาน
3. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร.
4. พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร.
5. พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รอง ผบ.ตร. (แคนดิเดตลำดับ 1)
6. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. (แคนดิเดตลำดับ 2)
7. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. (แคนดิเดตลำดับ 3)
8. พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ จเรตำรวจแห่งชาติ (แคนดิเดตลำดับ 4)
9. น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการ ก.พ.ร.
10. นายปิยวัฒน์ ศิวรักษ์ เลขาธิการ ก.พ.
ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย
11. พล.ต.อ.วินัย ทองสอง ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ
12. พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ
13. พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ
14. นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ
15. รศ.ดร.ประทิต สันติประภพ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ
16. นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ

Advertisement

โดยการประชุมในวันดังกล่าว แคนดิเดตทั้ง 4 นาย จะต้องออกจากห้องประชุมทันที โดยไม่มีสิทธิ์โหวตเลือก คณะกรรมการฯ ที่เหลืออยู่ในห้องประชุมจะมีเพียง คณะกรรมการ 11 คน ประธาน 1 คนรวม 12 คน โดยปกติประธานฯ เป็นผู้เสนอชื่อจะไม่ใช้สิทธิโหวตเลือก ถ้ามติเป็นเอกฉันท์ ยกเว้นคณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบ/ไม่เห็นชอบ มีเสียงเท่ากัน ประธานฯ ต้องใช้สิทธิโหวตเป็นเด็ดขาดเพื่อให้ได้ข้อยุติ