ทันตแพทย์วัยเกษียณ ร้องถูกอดีตพนักงาน ชวนลงทุนทุเรียน สูญเงิน 20 ล้าน ก่อนแอบอ้างบ้านหรูกู้เงินหนี

24.07.26 | 15:00 น.

ทันตแพทย์วัยเกษียณ ร้องถูกอดีตพนักงาน ชวนลงทุนทุเรียน สูญเงิน 20 ล้าน ก่อนแอบอ้างบ้านหรูกู้เงินหนี

 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พาผู้เสียหายเป็นชาย ซึ่งเป็นอาจารย์ทันตแพทย์วัยเกษียณ และเป็นเจ้าของคลินิกทันตกรรมชื่อดังแห่งหนึ่ง เข้าพบ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. เพื่อร้องขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน หลังเชื่อว่าถูกอดีตพนักงานหญิงที่เคยทำงานในคลินิก หลอกลวงจนสูญเงินรวมกว่า 20 ล้านบาท

นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจ “สายไหมต้องรอด” เปิดเผยว่า ผู้เสียหายเป็นอาจารย์แพทย์ อายุ 65 ปี หลังแยกทางกับภรรยา มีอดีตพนักงานหญิงในคลินิกได้เข้ามาตีสนิทและอาสาดูแลอย่างใกล้ชิด กระทั่งลูกสาวซึ่งเป็นแพทย์ทั้ง 2 คนเห็นว่าเป็นคนที่ไว้ใจได้ จึงให้เข้ามาพักอาศัยภายในบ้านเพื่อช่วยดูแลคุณพ่อ

ต่อมาเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาลูกสาวเริ่มสังเกตเห็นว่าเงินในบัญชีของบิดาค่อยๆ ลดลง รวมถึงวงเงินบัตรเครดิตหลายล้านบาทถูกใช้จนเต็ม เมื่อสอบถามจึงทราบว่า หญิงคนดังกล่าวชักชวนร่วมลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจส่งออกทุเรียน แต่ประสบปัญหาทางธุรกิจ จึงขอให้ช่วยโอนเงินช่วยเหลือ เมื่อตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่ามีเงินสูญหายรวมกว่า 20 ล้านบาท และบางส่วนของเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังบัญชีที่เกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ จึงต้องการให้ตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด

Advertisement

นายเอกภพกล่าวต่อว่า หลังจากหญิงคนดังกล่าวเริ่มรู้ตัว ก่อนหลบหนี ยังไปกู้ยืมเงินนอกระบบจากหลายแหล่ง โดยพาผู้ปล่อยเงินกู้เข้ามาดูบ้านพักของทางผู้เสียหาย ขณะที่สมาชิกในครอบครัวออกไปทำงาน พร้อมแอบอ้างว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นบ้านในโครงการหมู่บ้านหรูย่าน จ.ปทุมธานี ทำให้ผู้ปล่อยเงินกู้หลงเชื่อและปล่อยเงินให้กู้เป็นจำนวนมาก

จากนั้นมีกลุ่มผู้ปล่อยเงินกู้จำนวนหลายรายได้เดินทางมาทวงหนี้ที่บ้านของผู้เสียหายอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนและเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย จึงตัดสินใจเข้าร้องขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด และประสานตำรวจไซเบอร์ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมถึงดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องและติดตามทรัพย์สินกลับคืน

ด้าน พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง เผยว่า เบื้องต้นจะรับเรื่องตรวจสอบว่าคดีดังกล่าวเข้าข่าย “Hybrid Scam” หรือไม่ เนื่องจากพฤติการณ์เริ่มจากการสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดในลักษณะ Romance Scam ก่อนชักชวนให้ร่วมลงทุน โดยอ้างว่าเป็นการลงทุนธุรกิจส่งออกทุเรียน และพบข้อมูลว่าเส้นทางการเงินบางส่วนอาจเชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์

เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบเส้นเงิน บัญชีปลายทาง และ URL ที่เกี่ยวข้อง หากเข้าข่ายความผิดตามอำนาจของตำรวจไซเบอร์ จะดำเนินคดีทันที แต่หากเป็นความผิดฐานฉ้อโกงทั่วไป จะประสานพนักงานสอบสวนในพื้นที่รับผิดชอบดำเนินการต่อ พร้อมยืนยันว่าจะติดตามเส้นทางการเงินไปจนถึงผู้กระทำผิดทุกคน ยืนยันว่าจะประสานตำรวจในพื้นที่ดูแลความปลอดภัยให้กับครอบครัวผู้เสียหาย พร้อมฝากเตือนไปยังประชาชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้เกษียณอายุราชการ ซึ่งมักมีเงินเก็บก้อนใหญ่ ให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่เข้ามาสร้างความสัมพันธ์ก่อนชักชวนลงทุนหรือขอความช่วยเหลือทางการเงิน พร้อมขอให้ลูกหลานช่วยดูแลการทำธุรกรรมทางการเงินของผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงในลักษณะดังกล่าว