คณะหน่วยงานความมั่นคง ร่วมหารือเมียนมา เร่งแก้ปัญหายาเสพติด ยกระดับปราบแหล่งผลิต

26.07.26 | 13:43 น.

คณะหน่วยงานความมั่นคง ร่วมหารือเมียนมา เร่งแก้ปัญหายาเสพติด ยกระดับปราบแหล่งผลิต

คณะของไทยนำโดย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา, พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร.), พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.), พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงาน ผบ.ตร., พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส., พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. และนายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เดินทางโดยเครื่องบินมุ่งหน้าสู่เมืองเนปิดอว์ ประเทศเมียนมา เพื่อร่วมประชุมหารือความร่วมมือแก้ไขปัญหาและการขยายผลเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติระหว่างไทย-เมียนมา ที่ห้องประชุมกระทรวงมหาดไทยเมียนมา เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม

โดยในช่วงเช้า คณะได้เข้าพบ พล.ท.นยุน วิน ซเว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเมียนมา, พล.ต.มิน ทู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, พล.ต.ต.มโย มิน ไทก์ รอง ผบ.ตร. พร้อมคณะผู้บริหารที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และช่วงบ่ายของวันเดียวกัน คณะได้เข้าพบ พล.อ.อาวุโส โซ วิน ประธานสภาที่ปรึกษาแห่งสหภาพเมียนมา, พล.อ.หม่อง หม่อง เอ เลขาธิการสภาที่ปรึกษาแห่งสหภาพ, พล.ร.อ.โม อ่อง สมาชิกสภาฯ​ และนายอู โก โก ไหล่ สมาชิกสภาฯ

สำหรับประเด็นในการเข้าพบและหารือในครั้งนี้ มีวาระที่สำคัญของทางการไทย ได้แก่ การขอให้ติดตามผู้ต้องหาหมายจับคดียาเสพติดที่หลบหนีอยู่ในประเทศเมียนมา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องหาระดับสั่งการรายสำคัญที่ทางการไทยต้องการตัว และขอให้ตรวจสอบโรงงานที่นำเข้าสารตั้งต้นจากไทยได้มีการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอย่างถูกต้องหรือไม่ พร้อมทั้งขอให้ช่วยสกัดกั้นสารตั้งต้นเคมีภัณฑ์ที่มีการลักลอบนำไปผลิตเป็นยาเสพติดผ่านช่องทางชายแดนไทยเมียนมา

การเข้าพบหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางการเมียนมาในครั้งนี้เป็นไปด้วยดี โดยทางเมียนมายินดีที่จะให้ความร่วมมือตามข้อเสนอของไทย พร้อมทั้งเสนอขอรับการสนับสนุนจากทางการไทย ในการฝึกอบรมและพัฒนาความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่เมียนมาในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด และขอสนับสนุนเครื่องมือตรวจพิสูจน์ฯ เพื่อใช้ในการตรวจสอบสารเสพติดที่มีมาตรฐานสากล โดยในช่วงท้ายทั้งสองฝ่ายจะให้มีผู้ประสานงานในการติดตาม ประสานงาน และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างใกล้ชิด

พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า การเข้าพบหารือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่หน่วยงานมั่นคงทั้ง 2 ประเทศได้เข้าหารือ และร่วมกันขับเคลื่อนการป้องกันปราบปรามยาเสพติดในระดับภูมิภาคอย่างจริงจัง ซึ่งเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะมีมาตรการที่จะไม่มีผู้ใดสามารถลักลอบนำสารตั้งต้นเคมีภัณฑ์จากประเทศไทยนำออกไปผลิตเป็นยาเสพติดได้อีก และทางการไทยจะสามารถได้ตัวผู้ต้องหารายสำคัญมาดำเนินคดีได้เพิ่มมากขึ้น จากความร่วมมือดังกล่าว

Advertisement