จับโปรแกรมเมอร์ เอี่ยวแก๊งเวียดนาม ซุกไอซ์ในกระปุกมะขามเปียกส่งญี่ปุ่น

27.07.26 | 11:56 น.

จับโปรแกรมเมอร์ เอี่ยวแก๊งเวียดนาม ซุกไอซ์ในกระปุกมะขามเปียกส่งญี่ปุ่น

จากเหตุการณ์ยาไอซ์ซุกในกระปุกมะขามเปียกเตรียมส่งออกญี่ปุ่น พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./ รับผิดชอบยาเสพติดจัดชุดสืบสวนศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.) ร่วมกับสืบนครบาล สืบ 7 และ สน.บางยี่ขัน ได้เข้าตรวจสอบของกลางและเร่งสืบสวนขยายผลหาผู้ที่เกี่ยวข้องและกลุ่มเครือข่าย จนสามารถจับกุมคนไทย 1 ในขบวนการทำหน้าที่เจ้าของบัญชีจำนวนหลายเล่มที่ใช้ทำธุรกรรมโอนเงินในการส่งพัสดุยาไอซ์ ประมาณ 2 กก.ฝากนักหิ้วข้ามชาติ จากการขยายผลสามารถออกหมายจับผู้ต้องชาวเวียดนามอีก 3 ราย และสามารถจับกุมเพิ่มผู้ต้องหาชาวเวียดนามทำหน้าที่โปรแกรมเมอร์และกดเงินสด

ตามนโยบายชาติในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดนำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) นำโดย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร., พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้เข้มงวดกวดขันและเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด ที่พยายามซุกซ่อนยาเสพติดในพัสดุหรือบรรจุภัณฑ์รูปแบบต่างๆ เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ

พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. จึงสั่งให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.(รับผิดชอบยาเสพติด) พล.ต.ต.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผบก.น.7 พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. จัดชุดปฏิบัติการพิเศษและชุดสืบสวนยาเสพติด นำโดย พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น./ผู้ช่วย ศอ.ปส.บช.น. พ.ต.อ.กุลเชษฐ์ บางพราน รอง ผบก.น.7 พ.ต.อ.อัษฎาวุธ ขวัญเมือง ผกก.สส.บก.น.7 พ.ต.อ.อธิวัฒน์ นุชถาวร ผกก.สน.บางยี่ขัน พ.ต.ท.ภราดร เชิดชูล้ำตระกูล รอง ผกก.สส.บก.น.7, พ.ต.ท.ปรีชา ใยมะเดื่อ รอง ผกก.สส.สน.บางยี่ขัน กับพวกจับกุม

Mr.NGUYEN TRAN DANG KHOA อายุ 37 ปี ชาวเวียดนาม บุคคลปรากฏตามภาพ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาตลิ่งชันที่ จ.573/2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 3 เครื่อง, ซิมโทรศัพท์, เงินเวียดนาม 1,180,000 ดอง
เงินกัมพูชา 210,000 เรียล และเงินไทย 23,060 บาท

Advertisement

พฤติการณ์คือผู้ถูกจับเป็นผู้กดเงินออกจากบัญชีที่เกี่ยวข้อง (ของนายสมพงศ์ ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้า) เป็นเงินจำนวน 9,500 บาท เมื่อวันที่ 14 ก.ค.69 เวลา 14.00 น. จากนั้นได้บินกลับโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เวลา 17.00 น.ของวันเดียวกัน (14 ก.ค.69) ทันที บัญชีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเครือข่ายที่ซุกยาไอซ์ในกระปุกมะขามเปียก จากแนวทางการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหานี้เป็นแอดมิน ทำหน้าที่โปรแกรมเมอร์ของแก๊ง และเป็นคนกดเงินออกจากบัญชีของคนร้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเฝ้าจุดผู้ต้องหานี้โดยไม่มีการเปิดเผย เนื่องจากผู้ต้องหารายนี้เดินทางเข้า-ออก ประเทศไทยบ่อยครั้ง ในการเข้าค้น จนท.พบเสื้อและกระเป๋าที่ใช้วันที่ก่อเหตุ รวมถึงเงินสดจำนวนหนึ่ง โทรศัพท์มือถือ และคอมพิวเตอร์

ผลการตรวจสอบพยานหลักฐานของกลาง

  1. ตรวจสอบคอมพิวเตอร์พบว่าผู้ต้องหาได้มีความรู้เรื่องการเขียนโปรแกรม โดยให้การว่าตนเป็นโปรแกรมเมอร์ฟรีแลนซ์
  2. พบโปรแกรมที่รันในเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นระบบหลังบ้านวิเคราะห์เว็บไซต์ SEO Search Engine Optimization
  3. ตรวจพบเว็บไซต์พนันออนไลน์ของประเทศเวียดนามจำนวน 20 เว็บไซต์ จึงเชื่อได้ว่าผู้ต้องหาเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ดูแลระบบเว็บไซต์พนันออนไลน์
  4. ผู้ต้องหาให้การว่าเงินที่ถอนเป็นค่าจ้างในการดูแลระบบ

โดยสามารถจับกุมได้ที่คอนโด ย่านสาทร ถนนสาทรเหนือ ต.สีลม อ.บางรัก กรุงเทพมหานคร ปณ 10500 เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 18.00 น.

ในคดีนี้ เป็นกลุ่มชาวเวียดนาม โดยใช้บัญชีม้าไทยในการจ่ายค่าจ้างหิ้ว จากการสืบสวนมีร่องรอยเป็นรูปแบบของขบวนการของกลุ่มคนร้ายมี ดังนี้

  1. คนร้ายที่ 1 นายสมพงษ์ ในฐานะบัญชีม้าที่ถูกชาวเวียดนามใช้บัญชีโอนเงินให้กับผู้รับจ้างหิ้วของไปญี่ปุ่น จำนวนหลายบัญชี (จับกุมแล้ว)
  2. คนร้ายที่ 2 เป็นชาวเวียดนามแอดมิน และกดเงินค่ายาเสพติด (ถูกจับกุม)
  3. คนร้ายที่ 3 คนร้ายชายต่างประเทศที่ติดต่อกับไรเดอร์รับของเอาไปฝากไว้ที่คอนโดย่านปิ่นเกล้าซึ่งไม่ใช่ที่พักของตนจริง
  4. คนร้ายที่ 4 คือคนร้ายชาวต่างประเทศที่โอนเงินเข้าบัญชีสมพงษ์ก่อนและหลังการจ่ายเงินให้กับผู้รับจ้างหิ้วซึ่งคือคนที่ถือเอทีเอ็มหรือแอพพลิเคชั่นของแบงก์ของสมพงษ์

ผู้ถูกจับให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ให้การว่าจบวิศวกรรม IT ที่เวียดนาม ทำงานให้บอสจีนที่ดูไบ เป็นโปรแกรมเมอร์ เทรดทองและหุ้น ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ส่วนเงินที่กดเป็นค่าแปลภาษา

จึงควบคุมตัวพร้อมนำค้นที่พัก และควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อทำลายกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวให้หมดไปจากสังคมไทย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสาร และการประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานรัฐ โปรดใช้ความระมัดระวังและความรอบคอบในการรับฝากของหรือส่งสินค้าไปยังต่างประเทศ หากเกิดความสงสัยในสิ่งของหรือพัสดุที่ฝากส่ง ต้องรีบแจ้ง จนท.เข้าตรวจสอบทันที ก่อนนำส่งไปยังต่างประเทศ