รวบเพิ่ม 2 มือยิงหลานชายอดีตนายกอ้อมน้อย ผกก.กระทุ่มแบนสั่งไล่ล่าอีก 2 ผู้ร่วมขบวนการ
เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ จ.สมุทรสาคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากคดีคนร้าย 2 ราย ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยิงนายภาคภูมิ (หนุ่ย) ขวัญเมือง อายุ 34 ปี หลานชายอดีตนายกเทศมนตรีนครอ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร 4 นัด ทำให้เสียชีวิตขณะดื่มสุราหน้าร้านขายของชำ หมู่ 13 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ก่อนหลบหนีไป
ต่อมา ผบช.ภ.7 แถลงความคืบหน้าคดี โดยจับกุมตัวนายอ้วน (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร ในความผิดฐาน “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวโดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์และโดยไม่มีเหตุอันสมควร” ซึ่งเป็นผู้ต้องหารายแรก ที่ช่วยผู้ก่อเหตุทั้ง 2 รายหลบหนีไป

ล่าสุด พ.ต.อ.พศพงศ์ มณฑา ผกก.สภ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาในคดีได้เพิ่ม 2 คน ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร คือ นายเขียว (นามสมมุติ) อายุ 22 ปี กับ นายแบล็ค (นามสมมุติ) อายุ 19 ปี โดยบุคคลทั้ง 2 เป็นผู้ร่วมขบวนการและมือยิง รายหนึ่งถูกจับในพื้นที่ต่างจังหวัด อีกรายจับกุมได้ในพื้นที่เขตติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร สำหรับผู้ถูกจับกุมตัวทั้ง 3 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน โดยผู้ต้องหารายล่าสุด อยู่ระหว่างการนำตัวไปสอบปากคำอย่างละเอียด ก่อนส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดสมุทรสาคร
พ.ต.อ.พศพงศ์กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุ มีการวางแผนประทุษกรรมซับซ้อนมาก ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุอีก 2 คนที่ยังหลบหนีการจับกุม ขอให้เชื่อมั่นว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามจับกุมตัวได้อย่างแน่นอน หากผู้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดคดีดังกล่าว ต้องการเข้ามอบตัว ขอให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนถูกไล่ล่าจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

“ครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิต ยังคงมีความกังวลใจในเรื่องของความปลอดภัยอยู่บ้าง ขอให้มั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องนำตัวผู้กระทำความผิดทุกคนมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน เยาวชนที่ยังมีความคิดผิดๆ หรือยึดถือวัฒนธรรมองค์กรแบบผิดๆ ขอให้กลับตัวกลับใจคิดใหม่ เพราะสิ่งที่กระทำอยู่ไม่ได้นำมาซึ่งการสูญเสียชีวิตของนักศึกษาสถาบันฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น แต่ยังสูญเสียอนาคตของผู้ลงมือก่อเหตุและผู้ร่วมขบวนการ นอกจากนี้ครอบครัวของทุกฝ่ายจะเกิดความสูญเสียด้วยเช่นเดียวกัน” พ.ต.อ.พศพงศ์กล่าว

