กองปราบฯ บุกเรือนจำ แจ้งข้อหาเพิ่ม 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่น ด้าน 2 บิ๊ก ‘สถ.-มศว’ อ่วม จ่อถูกแจ้ง 7 ข้อหา

28.07.26 | 15:41 น.

กองปราบฯ บุกเรือนจำแจ้งข้อหาเพิ่ม 3 ผู้ต้องหาคดีโกงสอบท้องถิ่น ฐานหนุนเจ้าพนักงานทุจริต ส่วน 2 บิ๊ก ‘สถ.-มศว’ อ่วม กองปราบฯ จ่อแจ้ง 7 ข้อหา พร้อมเอาผิดกับทีมแก้ไขคะแนนสอบทั้ง 11 รายด้วย

วันที่ 28 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบคัดเลือกข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภายหลัง พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.พร้อม พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป.เร่งดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ว่า
ก่อนหน้านี้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ออกหมายเรียก นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายเรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหารวม 7 ข้อหา ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม หลังแนวทางสืบสวนพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงการทุจริตสอบเมื่อปีที่ผ่านมา

ล่าสุด พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.เนติวิทย์ พร้อมคณะพนักงานสอบสวน เดินทางเข้าไปยังเรือนจำเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมแก่ผู้ต้องหา 3 ราย ได้แก่ นายวิน ธนพชรโภคิน หรือ “วิน” ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, น.ส.ศตพร ธนพชรโภคิน และ จ่าสิบตรี ดร.พิชิต ทั้งพรม หรือ “จ่าพิชิต” ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์

สำหรับข้อกล่าวหาที่จะมีการแจ้งเพิ่มเติมคือ “สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ประกอบมาตรา 157 ซึ่งมีอัตราโทษสองในสามของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดดังกล่าว นอกเหนือจาก 3 ข้อหาที่ถูกแจ้งไปก่อนหน้านี้ ได้แก่ ความผิดฐานอั้งยี่และซ่องโจร, ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 188 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

นอกจากนี้ กลุ่มบุคคลอีก 11 ราย ที่เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. ร่วมกับตำรวจกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ตรวจพบภายในบริษัทของจ่าพิชิต อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ขณะกำลังแก้ไขข้อมูลข้อสอบ ก็จะถูกเรียกเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเช่นกัน ซึ่งนอกจากข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร ความผิดตามมาตรา 188 และ ความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แล้ว พนักงานสอบสวนยังเตรียมแจ้งข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพิ่มเติมอีกด้วย

ส่วน นายธีรุตม์ และนายเรืองเดช พนักงานสอบสวนเตรียมแจ้งข้อกล่าวหารวม 7 ข้อหา ครอบคลุมความผิดฐานเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, ปลอมและรับรองเอกสารราชการอันเป็นเท็จ, ร่วมกันนำหรือทำให้เอกสารราชการสูญหาย, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ, ร่วมกันเปิดผนึกเอกสารของผู้อื่น และร่วมกันนำข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 โดยทั้งสองถูกกำหนดให้เข้าพบพนักงานสอบสวนภายในวันที่ 31 กรกฎาคม นี้ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

Advertisement