ตำรวจภูธรภาค 2 ผนึกทีมสหวิชาชีพ เสริมความเข้มแข็งการต่อต้านการค้ามนุษย์ ยกระดับการคัดแยกและคุ้มครองผู้เสียหายอย่างเป็นระบบ
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 มอบหมายให้ พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการ “เสริมสร้างความเข้มแข็งทีมสหวิชาชีพด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ เขตพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมโอ๊ควูด โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
โครงการดังกล่าวเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กำชับให้ทุกหน่วยยกระดับการป้องกัน ปราบปราม และช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม พร้อมมอบหมายให้ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำกับ ติดตาม และขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยเฉพาะการป้องกันและช่วยเหลือเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง ภายใต้แนวคิด “Together We Can Stop Human Trafficking”
พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ กล่าวว่า การฝึกอบรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ ทักษะ และประสิทธิภาพในการประสานงานของทีมสหวิชาชีพ ให้สามารถร่วมกันคัดกรอง คัดแยก คุ้มครอง และช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย ต่อเนื่อง และเป็นระบบ โดยมีผู้เข้ารับการอบรมรวมทั้งสิ้น 120 คน
ผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วย เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด โรงพยาบาลชลบุรี หน่วยงานด้านสาธารณสุข สำนักงานอัยการจังหวัด สำนักงานยุติธรรมจังหวัด ฝ่ายปกครอง สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน บ้านพักเด็กและครอบครัว ศูนย์คุ้มครองและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตจังหวัด ตลอดจนเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2
พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ กล่าวอีกว่า ในช่วงปีงบประมาณ พ.ศ.2564-2568 พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 2 มีการดำเนินคดีค้ามนุษย์รวม 101 คดี มีการคัดกรองและคัดแยกบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวน 3,194 ราย และมีผู้เสียหายหรือบุคคลที่เข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือรวม 3,172 ราย สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของพื้นที่ภาคตะวันออก ทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การคัดกรอง การคุ้มครอง และการส่งต่อผู้เสียหายเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือของรัฐ
สำหรับรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของสหรัฐอเมริกา ประจำปี 2025 หรือ U.S. Trafficking in Persons Report 2025 จัดให้ประเทศไทยอยู่ในระดับ Tier 2 พร้อมระบุถึงความก้าวหน้าในหลายด้าน ทั้งการสอบสวนดำเนินคดี ความร่วมมือระหว่างประเทศ และการปรับปรุงแนวทางการคัดแยกผู้เสียหาย
อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวยังมีข้อเสนอแนะให้เร่งพัฒนาการปฏิบัติงานในหลายประเด็น ได้แก่ การคัดแยกผู้เสียหายจากแรงงานบังคับและบุคคลที่ถูกบังคับให้กระทำความผิด การจัดหาล่ามที่เหมาะสม การนำกลไกการส่งต่อระดับชาติ หรือ National Referral Mechanism (NRM) มาใช้อย่างสม่ำเสมอในระดับพื้นที่ รวมถึงการสัมภาษณ์และช่วยเหลือโดยยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง และคำนึงถึงผลกระทบจากบาดแผลทางจิตใจ
ตำรวจภูธรภาค 2 จึงจัดโครงการดังกล่าวขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองต่อต้านการค้ามนุษย์ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อยกระดับการทำงานของทีมสหวิชาชีพจากการ “รู้ขั้นตอน” ไปสู่การ “ใช้ขั้นตอนได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสม่ำเสมอในสถานการณ์จริง”
พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ กล่าวว่า เนื้อหาการอบรมตลอด 3 วัน ครอบคลุมกรอบกฎหมายและนโยบายด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ บทบาทของทีมสหวิชาชีพตามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU มาตรฐานการคัดแยกและคุ้มครองผู้เสียหาย กลไก NRM การประเมินความปลอดภัย การใช้ล่ามที่มีความเป็นกลาง การลดการสัมภาษณ์หรือซักถามซ้ำ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนการจัดเก็บและบริหารพยานหลักฐานดิจิทัลอย่างปลอดภัย
นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการอบรมจะได้ร่วมฝึกปฏิบัติผ่านการจำลองสถานการณ์ แลกเปลี่ยนบทเรียนและประสบการณ์จากแต่ละพื้นที่ รวมถึงร่วมกันจัดทำแนวทางปฏิบัติในระดับจังหวัด เพื่อให้การช่วยเหลือผู้เสียหายและการดำเนินคดีเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ
การอบรมครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนวิทยากรจากหลายภาคส่วน ได้แก่ ตำรวจภูธรภาค 2 ตำรวจภูธรภาค 7 สำนักงานอัยการสูงสุด กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน ศูนย์พึ่งได้ (OSCC) โรงพยาบาลชลบุรี บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดชลบุรี สำนักงานคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ตลอดจนองค์การระหว่างประเทศและองค์กรภาคประชาสังคม
องค์กรภาคีที่ร่วมสนับสนุนองค์ความรู้ ประกอบด้วย มูลนิธิไอเจเอ็ม (International Justice Mission Foundation: IJM) มูลนิธิเอทเวนตี้วัน (The A21 Foundation) มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย สเตลลา มาริส หรือศูนย์อภิบาลผู้เดินเรือทางทะเล องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) โครงการสปริง และองค์กรภาคีที่เกี่ยวข้อง
พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ กล่าวด้วยว่า การฝึกอบรมครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเพิ่มพูนองค์ความรู้และทักษะในการปฏิบัติงาน แต่ยังช่วยเสริมสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ปฏิบัติงานจากทุกภาคส่วน ให้สามารถประสานงานและทำงานร่วมกันได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนการดำเนินคดีให้มีพยานหลักฐานครบถ้วน สอดคล้องกับหลักกฎหมาย หลักสิทธิมนุษยชน และมาตรฐานสากล




