‘พลพีร์’ บุกโรงแรมนอมินีจีน เจอเจ้าของโทร ‘ขอเคลียร์’ อ้างจ่าย จนท.รัฐเป็นงวด สั่งสาวถึงตัว

9.08.26 | 21:05 น.

‘พลพีร์’ บุกโรงแรมนอมินีจีน เจอสายโทร ‘ขอเคลียร์’ อ้างจ่าย จนท.รัฐเป็นงวด สั่งสาวถึงตัว

วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 15.00 น. นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ “บูรณาการห้วยขวาง” ตรวจสอบเครือข่ายธุรกิจที่อาจเข้าข่ายนอมินีและโรงแรมผิดกฎหมายในพื้นที่เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร


ปฏิบัติการครั้งนี้มีหน่วยงานหลายฝ่ายร่วมสนธิกำลัง ทั้งกรมการปกครอง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการจัดหางาน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายใต้นโยบาย “มหาดไทย ทำ ทัน ที Action 5 PLUS” ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เจ้าหน้าที่เข้าสุ่มตรวจโรงแรมสถานประกอบย่านห้วยขวาง หลังได้รับเรื่องร้องเรียนและเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่ ก่อนพบข้อสงสัยหลายประการ ทั้งการประกอบกิจการโดยไม่มีใบอนุญาต การก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารที่อาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนปัญหาด้านระบบความปลอดภัยของอาคาร

Advertisement

นอกจากนี้ การตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบางกิจการยังพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่าย “นอมินี” โดยมีชาวจีนถือหุ้น 49% และหญิงไทยซึ่งเป็นภรรยาถือหุ้นอีก 51% แต่จากการสอบปากคำพบว่า หญิงไทยที่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระค่าหุ้น การเปิดบริษัท หรือการบริหารกิจการ ขณะที่เจ้าหน้าที่พบข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทรับทำบัญชีและสำนักงานกฎหมายที่อาจเกี่ยวข้อง จึงต้องขยายผลต่อไป

นายพลพีร์ กล่าวว่า จากการตรวจภายในโรงแรมเป้าหมาย ยังพบข้อกังวลเรื่องบันไดหนีไฟ ทางออกฉุกเฉิน และระบบป้องกันอัคคีภัย ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัยของผู้เข้าพักหากเกิดเหตุฉุกเฉิน ขณะที่การตรวจแรงงานพบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในจุดที่เข้าตรวจ รวมถึงพบการทำงานบางประเภทที่เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทย

แต่ประเด็นที่นายพลพีร์ระบุว่า “น่าตกใจ” เกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังปฏิบัติงาน เมื่อมีผู้ประกอบการพยายามติดต่อเข้ามาเพื่อ “ขอเคลียร์” พร้อมกล่าวอ้างถึงเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยงานในพื้นที่ห้วยขวาง รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

นายพลพีร์ เปิดเผยว่า ผู้ติดต่อยังอ้างด้วยว่าไม่ได้มีการจ่ายเงินเฉพาะสถานประกอบการที่ถูกตรวจในวันนี้ แต่มีการ “จ่ายกันเป็นงวดๆ” ในสถานบริการหลายแห่งอยู่แล้ว

“อีกสิ่งหนึ่งที่พี่น้องสื่อมวลชนน่าจะได้เก็บวิดีโอ เก็บฟุตเทจ เก็บเสียงไปแล้ว ก็คือตัวเจ้าของร้านมีการพยายามติดต่อในการขอเคลียร์ แล้วก็อ้างถึงหน่วยงานต่างๆ”

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า “สิ่งที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ เขาอ้างอิงถึงเจ้าหน้าที่ในเขตห้วยขวางเองด้วย อ้างถึงเจ้าหน้าที่ของ ตม. เองด้วย และไม่ได้ขอเคลียร์เฉพาะสถานที่ที่เรามาตรวจวันนี้ เขาบอกว่าเขาจ่ายกันเป็นงวดๆ ในหลายสถานบริการอยู่แล้ว”

จึงสั่งให้กรมการปกครองประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ ติดตามตัวผู้ที่โทรศัพท์เข้ามา รวมทั้งตรวจสอบบุคคล 2–3 รายที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ ว่าเป็นใครและมีส่วนเกี่ยวข้องจริงหรือไม่

นายพลพีร์ ย้ำว่า ข้าราชการรับเงินเดือนจากภาษีประชาชน จึงไม่ควรใช้อำนาจหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ต่างชาติเข้ามาเบียดบังอาชีพหรือธุรกิจของคนไทย หากการสอบสวนพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการรับผลประโยชน์ จะต้องถูกดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญาตามกฎหมาย

พร้อมกันนี้ยังประสานกรมที่ดินตรวจสอบกรรมสิทธิ์และการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้อง หากพบการถือครองที่ดินผ่านนอมินีหรือฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งการเพิกถอนสิทธิและบังคับจำหน่ายที่ดิน

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เตรียมขยายการตรวจสอบไปถึงเส้นทางการเงิน หลังพบ QR Code บางรายการเชื่อมโยงไปยังเว็บพนันออนไลน์ การชำระเงินที่ไม่ได้เข้าสู่บัญชีธนาคารในประเทศไทย รวมถึงการใช้แพลตฟอร์ม Food Delivery ต่างชาติที่ต้องตรวจสอบเรื่องการจดทะเบียนและภาษีเพิ่มเติม

นายพลพีร์ ระบุว่า ปฏิบัติการจะไม่หยุดเพียงห้วยขวางหรือกรุงเทพมหานคร แต่จะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ โดยตรวจทั้งข้อมูลร้องเรียน แพลตฟอร์มออนไลน์ และเส้นทางการเงินของธุรกิจต้องสงสัย

“ผิดก็คือผิด” ไม่ว่าจะเป็นทุนต่างชาติ นอมินี นายหน้า บริษัทกฎหมาย หรือเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบหลักฐานว่าเกี่ยวข้องก็ต้องเข้าสู่กระบวนการเดียวกัน เพราะหากกฎหมายยังสามารถถูก “เคลียร์” ได้ ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายก็ไม่เหลือความหมาย

นายพลพีร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า นายอนุทินมีนโยบายชัดเจนไม่ยอมรับการทุจริตและข้าราชการที่พัวพันกับทุนสีเทา โดยย้ำหลักการทำงานว่า “ให้ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ไม่สนว่าเป็นใครหรือสังกัดหน่วยงานใด หากผลการสอบสวนพบความผิด ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายถึงที่สุด