ย้อนรอยเส้นทาง มหากาพย์ คดีForex3D พิ้งกี้ สาวิกา โดนแจ้งข้อหา-เข้าคุก-ศาลยกฟ้อง

13.08.26 | 18:03 น.

รายงาน : ย้อนเส้นทาง พิ้งกี้ สาวิกา มหากาพย์คดี Forex-3D โดนแจ้งข้อหา-เข้าคุก- ยกฟ้อง

คดีแชร์ลูกโซ่ Forex-3D ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์  ที่มีมูลค่าความเสียหาย มหาศาลและมีผู้เสียหายจำนวนมาก คดีนี้มีตัวละครสำคัญ ที่เป็นจุดสนใจของสังคม  สาวิกา ไชยเดช หรือ “พิ้งกี้” นักแสดงสาวชื่อดัง พร้อมด้วยครอบครัว เผชิญกับมรสุมทางกฎหมายนานหลายปี จนถึงวันที่มีคำพิพากษาในวันนี้


เรื่องราวเกิดขึ้นในปี 2562 เมื่อมีการเปิดโปงแชร์ลูกโซ่ Forex-3D ของนายอภิรักษ์ โกฎธิ นักธุรกิจ ชื่อดังในขนาดนั้น พบความเชื่อมโยงของ ครอบครัวพิ้งกี้ เริ่มจาก นายกิตติเชษฐ์ (สรายุทธ) ไชยเดช พี่ชายของพิ้งกี้ ซึ่งมีความสนิทสนมกับ นายอภิรักษ์ และเป็นผู้เริ่มก่อตั้งบริษัท อาร์เอ็มเอส แฟมิเลี่ย จำกัด (RMS Famelia) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Forex-3D นอกจากนี้ พิ้งกี้และมารดายังมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้น ร่วมกับนายอภิรักษ์ในบริษัท อาร์เคเค เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ อีกด้วย

ในช่วงเดือน มกราคม 2563 พิ้งกี้-สาวิกา และครอบครัวเข้าให้ปากคำต่อดีเอสไอ (ดีเอสไอ) ในฐานะพยาน  ากนั้น มีนาคม 2564 ดีเอสไอ เปลี่ยนสถานะแจ้งข้อกล่าวหาพิ้งกี้และครอบครัวใน 3 ข้อหาหลัก ได้แก่ ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

Advertisement

ต่อมา มิถุนายน 2564  พิ้งกี้เปิดใจผ่านสื่อยืนยันว่าตนเองก็เป็นหนึ่งในผู้เสียหายที่นำเงินไปลงทุนกว่า 10 ล้านบาทและสูญเงินไปทั้งหมด 18 สิงหาคม 2565 กลายเป็นข่าวช็อกวงการบันเทิง เมื่อพนักงานอัยการสั่งฟ้องพิ้งกี้  พร้อมแม่ และพี่ชาย

ในวันนั้นศาลอาญาไม่อนุญาต ให้ปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูงและมูลค่าความเสียหายหลายพันล้านบาท ทำให้ทั้งหมดถูกส่งตัวเข้าเรือนจำทันที

พิ้งกี้ ต้องเข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำ นานกว่า 3 เดือน  จากนั้น ทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวหลายครั้ง จนกระทั่งวันที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ศาลอาญาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว พิ้งกี้ โดยตีราคาประกัน 5 ล้านบาท  พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ และต้องรายงานตัวต่อศาลทุกเดือน ขณะที่มารดาและพี่ชายยังคงถูกคุมขังต่อไป

และล่าสุดวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ อ.853/2564
ผลปรากฏว่า ศาลพิพากษายกฟ้อง “พิ้งกี้ สาวิกา” พร้อมคุณแม่สรินยา และพี่ชายกิตติเชษฐ์   โดยพยานหลักฐานรับฟังได้ว่า พิ้งกี้และครอบครัวมีสถานะเป็นเพียง “นักลงทุน” ที่นำเงินมาร่วมลงทุนตามปกติ ไม่ปรากฏพฤติการณ์ว่าทำหน้าที่เป็น “แม่ทีม” ชักชวนผู้อื่น และไม่ได้รับผลตอบแทนที่ผิดปกติไปจากเกณฑ์การลงทุนทั่วไป

“พิ้งกี้” เปิดเผยความรู้สึก ภายหลังฟังคำพิพากษาว่า รู้สึกดีใจอย่างมากที่ศาลให้ความยุติธรรมและมีคำตัดสินยกฟ้องทุกคนในครอบครัว ซึ่งหลังจากนี้ตนเองจะเดินทางไปรอรับคุณแม่และพี่ชายออกจากเรือนจำทันที

ในขณะเดียวกัน ศาลได้สั่งจำคุกนายอภิรักษ์และพวก รวม 5 คน คนละ 49,110 ปี และให้ชดใช้เงินคืนแก่ผู้เสียหายรวมกว่า 4,911 ล้านบาท

การที่ศาลยกฟ้องในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการคืนอิสรภาพให้กับ ครอบครัวไชยเดช อย่างสมบูรณ์ แต่ยังเป็นบทเรียนราคาแพงตอกย้ำให้สังคมได้ขบคิดว่า เราจะทำอย่างไร ไม่ให้ ‘เหยื่อ’ ที่หลงเชื่อการลงทุน ต้องกลายสภาพเป็น ‘จำเลย’  ที่ต้องนอนคุก เพื่อพิสูจน์ความจริง