รมต.ศุภมาศร่วมพล.ต.อ.นิรันดร สั่งการ สคบ.-ตร. เปิดปฏิบัติการกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้าตลาดคลองถม ยึดของกลางกว่า 20,000 ชิ้น มูลค่า 8 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ที่สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 1 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อม พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปบย.ตร.), พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะรอง ผอ.ศปบย.ตร. นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค,พล.ต.ต.ชรินทร์ โกพัฒน์ตารองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการสคบ.และ สน.พลับพลาไชย 1 ร่วมแถลงผลปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าพื้นที่ตลาดคลองถมและแฟลตคลองถม ซึ่งเป็นปฏิบัติการภายใต้การบูรณาการความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในการยกระดับการป้องกันปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าตามนโยบายรัฐบาล



นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าเป็นปัญหาสำคัญ เพราะบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าผิดกฎหมายในประเทศไทย ผู้ลักลอบจำหน่ายจะมีความผิดตามกฎหมายของ สคบ. นอกจากนั้น ตัวบุหรี่ไฟฟ้าเองยังมีอันตรายต่อสุขภาพอย่างรุนแรง เพราะบุหรี่ไฟฟ้า 1 แท่ง มีนิโคตินเทียบเท่าบุหรี่ไฟฟ้าถึง 20 มวน และมีละอองของ PM 2.5 ผู้ที่ใช้งานจะสูบเข้าสู่ปอด รวมถึงยังสารเคมีต่างๆ ก่อให้เกิดเป็นปัญหาด้านสุขภาพต่อเยาวชนและสังคม จึงได้กำหนดให้ยกระดับมาตรการปราบปรามเชิงรุก โดยให้ชุดเฉพาะกิจของ สคบ. บูรณาการการทำงานร่วมกัน กับ ตร. ทั้งการสืบสวน การรวบรวมข้อมูล และการบังคับใช้กฎหมาย และผลจากการทำงานเชิงรุกดังกล่าว นำมาสู่การเข้าตรวจค้นจับกุมแหล่งจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าสำคัญในพื้นที่ตลาดนัดคลองถมพัฒนา เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา สามารถตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า รวมของกลางประมาณ 20,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท
พล.ต.อ.นิรันดร กล่าวถึงข้อมูลการดำเนินการในส่วนตร.เพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ ตร. ยกระดับการปราบปรามโดยการตั้งศูนย์ป้องกันปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าฯ หรือ ศปบย.ตร. ขึ้นมา และมีการระดมกวาดล้างจับกุมทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเครือข่ายผู้จำหน่ายรายใหญ่ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ตรวจค้นจับกุมโกดังพื้นที่กรุงเทพรอบนอก 2 สองราย คือ การตรวจค้นโกดังพื้นที่ราษฎร์บูรณะ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 และการตรวจค้นโกดังพื้นที่เพชรเกษม เมื่อ 9 กรกฎาคม 2569 รวมการตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าทั้งสองราย ได้มากกว่า 50,000 ชิ้น และยังพบเงินสดประมาณ 5 ล้านบาท
ซึ่งในการจับกุมครั้งนั้น ทำให้ทราบข้อมูลว่า ทั้งสองเครือข่ายได้ส่งบุหรี่ไฟฟ้ามาจำหน่ายให้กับผู้ค้ารายย่อยในตลาดคลองถม ทาง ศปบย.ตร. จึงได้ร่วมกับ สคบ. เพื่อสืบสวนหาข้อมูลและเปิดปฏิบัติการกวาดล้างแหล่งจำหน่ายครั้งนี้ขึ้น ซึ่งทางรัฐมนตรีฯ ศุภมาส และ ศปบย.ตร. ได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 และเป็นที่ปรึกษาศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ของ สคบ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ สคบ. และ ฝ่ายสืบสวน สน.พลับพลาชัย 1 ร่วมกันดำเนินการสืบสวนหาข่าว และขออนุมัติหมายค้นจากศาล เข้าทำการตรวจค้นร้านจำหน่ายและแหล่งซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้าบริเวณตลาด คลองถมตามข้อมูลที่ได้จากการสืบสวน โดยให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ สคบ. เข้าพื้นที่ทำการตรวจค้น เมื่อ 7 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ผลการตรวจค้น สามารถจับกุมได้ทั้งหมด 5 คดี โดยเป็นพื้นที่แฟลตคลองถม 4 คดี และพื้นที่ตลาดคลองถมพัฒนา 1 คดี ของกลาง 20,000 ชิ้น มูลค่า 8 ล้านบาท จับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย และอยู่ระหว่างสืบสวนหาผู้ตัวกระทำผิดที่เหลือเพื่อมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผลการตรวจค้นจับกุมในครั้งนี้ เป็นตัวอย่างของการบูรณาการร่วมกันระหว่าง ตร. และ สคบ. ทั้งในระดับนโยบายการบังคับใช้กฎหมาย และการสนธิกำลังปฏิบัติ จนสามารถตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่ตลาดคลองถมหลายรายดังกล่าว
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเว่า ผลการปฏิบัติการในครั้งนี้ ต้องขอบคุณทาง พล.ต.อ.นิรันดรในฐานะ ผอ.ศปบย.ตร. , และขอบคุณ บก.น.1 และ สน.พลับพลาไชย 1 รวมทั้งเจ้าหน้าที่ สคบ. ทุกนาย ที่ร่วมกันดำเนินการอย่างเต็มกำลังความสามารถ และยืนยันว่า รัฐบาลเอาจริงในการปราบปรามเรื่องนี้ ทุกหน่วยงานจะร่วมกันทำงานเชิงรุก สืบสวนหาต้นทาง แหล่งเก็บ แหล่งกระจายสินค้า ทุกแห่ง เพื่อปราบปรามให้บุหรี่ไฟฟ้าหมดไปจากสังคมไทยในที่สุด
น.ส.ศุภมาสและ พล.ต.อ.นิรันดร ยังได้ฝากไปยังพี่น้องประชาชนว่า หากพบเบาะแสการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเปิดหน้าร้านหรือจำหน่ายออนไลน์ สามารถโทรแจ้งเบาะแสมายังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 , สายด่วน สคบ. 1166 หรือแจ้งผ่านทาง แอปพลิเคชัน Police Care ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


