คนขับรถปูน โดนหมายเรียกด้วย ปิดล้อมวัดป่าอดุลยาราม อ้างถูกจ้างมาเทปูน ตร.เผย ส่งหมายถึงบ้านป้าดา แต่ยังไม่ติดต่อกลับ
เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐานที่ได้รับ พบรถที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 4 คัน ประกอบด้วยรถตู้ 2 คัน รถผสมปูน 1 คัน และรถกระบะขนวัสดุอีก 1 คัน โดยตำรวจทราบตัวผู้เกี่ยวข้องแล้ว และได้เรียกเจ้าของรถมาสอบปากคำในฐานะพยาน
ส่วนคนขับรถผสมปูนให้การว่า ได้รับคำสั่งจากผู้จัดการร้านให้เข้ามาเทปูนบริเวณดังกล่าว โดยเข้าใจว่าเป็นการดำเนินการเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร ขณะที่ผู้เกี่ยวข้องกับการสั่งซื้อปูน ตำรวจได้เชิญมาให้ข้อมูลเพื่อหาความเชื่อมโยงแล้ว
ล่าสุด ตำรวจออกหมายเรียกทั้งหมด 5 ฉบับ แบ่งเป็นหมายเรียก “ป้าดา” 1 ฉบับ และหมายเรียกเจ้าของรถที่เกี่ยวข้องอีก 4 ฉบับ โดยหมายเรียกป้าดาส่งไปยังที่อยู่ตามทะเบียนราษฎรในกรุงเทพมหานคร ขณะนี้ยังไม่มีการประสานกลับมายังตำรวจ

ตำรวจระบุว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดและคำให้การของพยานสามารถยืนยันได้ว่า ป้าดาปรากฏอยู่ในเหตุการณ์วันเกิดเหตุ จึงต้องเชิญมาสอบปากคำเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพิจารณาความเกี่ยวข้องกับคดี
ส่วนกรณีรถตู้ที่เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร ตำรวจได้ประสานกับตำรวจนครบาลแล้ว เพื่อตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีอื่นในพื้นที่ สน.พระโขนงหรือไม่
สำหรับข้อกล่าวหาบุกรุก ตำรวจชี้แจงว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่ “สิทธิการครอบครอง” หากมีบุคคลภายนอกเข้ามารบกวนสิทธิการครอบครองของผู้ครอบครองที่ดิน ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินสิ้นสุดลงก่อน

ขณะเดียวกัน ตำรวจยังชี้แจงกรณีข้อกล่าวอ้างว่าวัดอาจเป็นแหล่งมั่วสุม โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้เคยเข้าตรวจสอบวัดประมาณ 3 ครั้ง หลังมีผู้ร้องเรียน และตรวจปัสสาวะพระ ลูกวัด และบุคคลที่อยู่ภายในวัด ผลส่วนใหญ่ไม่พบสารเสพติด มีเพียงครั้งหนึ่งที่พบในเด็กวัด 1 ราย ซึ่งได้ดำเนินคดีไปแล้ว
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบวัด ตำรวจพบว่ามีกล้องวงจรปิดไม่เพียงพอ โดยมีเพียงบริเวณกุฏิเจ้าอาวาส ขณะที่บริเวณประตูและพื้นที่โดยรอบยังไม่มีกล้อง จึงมีการรวบรวมเงินจากข้าราชการตำรวจเพื่อบริจาคให้วัด นำไปติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความปลอดภัย
ตำรวจยืนยันว่าจะเร่งสอบสวนพยานและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป




