‘สงขลา’จับเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ ยึด 205กก. ซุกกล่องพัสดุ ขยายผลรวบ 14 ผู้ต้องหา อายัดทรัพย์สินกว่า 4.5 ล้านบาท

17.08.26 | 16:50 น.

จังหวัดสงขลา ร่วมกับ ตำรวจภาค 9 ปปส.สงขลา สกัดจับเครือข่ายไอซ์ข้ามชาติ ยึดยาไอซ์กว่า 205 กิโลกรัม ซุกซ่อนในพัสดุเอกชน ขยายผลจับ 14 ผู้ต้องหา พร้อมอายัดทรัพย์สินกว่า 4.5 ล้านบาท


เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรทุ่งลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานแถลงข่าวผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ สามารถตรวจยึดยาไอซ์น้ำหนักรวมกว่า 205 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนภายในกล่องพัสดุ 14 กล่อง พร้อมขยายผลจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 4 ราย และตรวจยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด มูลค่าประมาณ 4.5 ล้านบาท โดยมี พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ ไชยโยธา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา, นายประทีป อุ่ยเจริญ ปลัดจังหวัดสงขลา, น.ส.สุวิมล ช้างสาร ผู้อำนวยการส่วนป้องกันยาเสพติด, พ.ต.อ.ชาญศราวุธ แสงอรุณ ผกก.สภ.ทุ่งลุง นายอภิรักษ์ ทิมมณี ป้องกันจังหวัดสงขลา รวมทั้งผู้แทนฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ตำรวจภูธรภาค 9 ร่วมกับชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดสงขลาและเจ้าพนักงานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) ภาค 9 ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลักลอบส่งพัสดุซุกซ่อนยาเสพติดจำนวนมาก ผ่านบริษัทขนส่งเอกชนในพื้นที่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่จึงติดตามพฤติการณ์และจับกุม นายวิชาญ หรือดอน ไกรแก้ว พร้อมรถยนต์กระบะทะเบียน บฉ 5577 สตูล ขณะเข้ารับพัสดุจำนวน 14 กล่อง ภายในซุกซ่อนยาไอซ์น้ำหนักรวม 205 กิโลกรัม

Advertisement

จากการสอบสวนขยายผล เจ้าหน้าที่ทราบว่า นายวิชาญมีหน้าที่นำยาไอซ์ ไปส่งมอบให้นายอิสมาแอล หรือแอนฯ มัธยม และนายรุ่งตะวัน หรือรุ่ง ศรีจำปา ที่บ้านพักในหมู่บ้านธารทิพย์วิลล่า หมู่ 3 ค.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่จึงขยายผล และสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ ขณะกำลังนับจำนวนยาไอซ์ภายในบ้านพัก จากการสอบสวนทั้งสองรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้รับและส่งต่อยาไอซ์มาแล้ว 3 ครั้ง รวมปริมาณกว่า 800 กิโลกรัม โดยได้รับค่าจ้างครั้งละประมาณ 160,000–200,000 บาท

ต่อมา เจ้าหน้าที่ขยายผลจับกุม นายอัสตันณี หรือ นีฯ หมัดหลง ชาวจังหวัดนราธิวาส ซึ่งทำหน้าที่รับช่วงลำเลียงพัสดุยาไอซ์ต่อ โดยจับกุมได้บริเวณริมถนนกาญจนวนิช ฝั่งขาออก ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ พร้อมรถยนต์กระบะทะเบียน งค 4251 สงขลา จากการสอบสวน นายอัสตันณีรับสารภาพว่า ได้รับคำสั่งให้นำยาไอซ์ไปส่งมอบให้ลูกค้าชาวมาเลเซียบริเวณท่าเทียบเรือชายแดนไทย-มาเลเซีย ในพื้นที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส โดยมีผู้ร่วมขบวนการอีก 2 คน ทำหน้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์สำรวจเส้นทาง

จากปฏิบัติการดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด รวมมูลค่าประมาณ 4,500,000 บาท ประกอบด้วย รถยนต์ 3 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน และบ้านอาคารพาณิชย์ 1 หลัง พร้อมเตรียมขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการและผู้สั่งการในระดับที่สูงขึ้นต่อไป

นายรัฐศาสตร์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนบูรณาการการทำงานร่วมกัน ทั้งด้านการปราบปราม ป้องกัน และบำบัดรักษา โดยการดำเนินงานเป็นไปตามแผนยุทธการ 90 วัน ซึ่งรัฐบาลมอบหมายสำนักงานตำรวจแห่งชาติและสำนักงาน ปปส. ร่วมกันดำเนินการปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้น ซึ่งจังหวัดสงขลาจะเดินหน้าปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องจนกว่ายาเสพติดจะหมดไปจากพื้นที่

ด้านผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่สำคัญทั้งในด้านการผ่านและลำเลียงยาเสพติดเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ เจ้าหน้าที่จึงเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบระบบขนส่ง รวมถึงการตั้งจุดตรวจและจุดสกัด พร้อมเดินหน้าขยายผลคดีเพื่อดำเนินการกับผู้ส่ง ผู้รับ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาจะบูรณาการร่วมกับตำรวจภูธรภาค 9 จังหวัดสงขลา และสำนักงาน ปปส. ภาค 9 อย่างใกล้ชิด

ขณะที่ ผู้อำนวยการส่วนป้องกันยาเสพติด ขอความร่วมมือประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการรับฝากสิ่งของจากบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นการฝากหิ้ว ฝากส่งพัสดุ หรือฝากขึ้นรถโดยสารและเครื่องบิน หากไม่ทราบรายละเอียดหรือไม่ทราบสิ่งของภายในอย่างชัดเจน ไม่ควรรับฝากโดยเด็ดขาด พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งพัสดุบันทึกและเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการไว้อย่างน้อย 180 วัน และติดป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนว่า ยาเสพติดเป็นสิ่งให้โทษและห้ามขนส่งยาเสพติดโดยเด็ดขาด หากฝ่าฝืนมีโทษปรับตามที่กฎหมายกำหนด ตั้งแต่ 10,000 บาท 30,000 บาท ถึง 50,000 บาท แล้วแต่กรณี