ศาลแจง เงินฝาก 3.6 หมื่นล้าน นำใช้จ่ายไม่ได้ ยันงบปี68 เพิ่มตามริมาณคดี กมธ. ไม่ติดใจ

18.08.26 | 15:58 น.

ศาลแจงปมเงินฝาก 3.6 หมื่นล้าน เป็นเงินกลาง-ภาระผูกพันตามกฎหมาย นำไปใช้จ่ายไม่ได้ ชี้ งบฯ ปี 2568 เพิ่มตามปริมาณคดี กมธ.ไม่ติดใจแล้ว

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม เพจสื่อศาล ของ สำนักงานศาลยุติธรรม ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก ของเพจ ความว่า สำนักงานศาลยุติธรรมสรุปสาระสำคัญที่ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณฯ เกี่ยวกับประเด็นเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจำนวน 36,700 ล้านบาท


เงินจำนวน 36,700 ล้านบาท ที่ปรากฏในงบการเงินไม่ใช่เงินรายรับที่สำนักงานศาลยุติธรรมจะนำไปใช้ในการบริหารราชการได้ แต่เป็นเงินที่มีที่มาซึ่งมีภาระผูกพันตามกฎหมายที่ต้องรอนำส่งคลัง หรือคืนให้แก่คู่ความ หรือจ่ายตามภารกิจเฉพาะ ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้

ส่วนที่ 1 : เงินฝากสถาบันการเงินและเงินฝากระยะสั้น (27,000 ล้านบาท) เป็นเงินที่มีภาระผูกพันและรอนำส่งหรือรอจ่าย ได้แก่
– เงินค่าธรรมเนียมศาลและค่าปรับ 907 ล้านบาท (รอนำส่งคลังช่วงสิ้นปีงบประมาณของศาล 280 กว่าแห่งทั่วประเทศ)
– เงินรับฝากค่าปรับผู้ประกัน 51 ล้านบาทเศษ (รอนำส่งคลัง)
– เงินรับฝากเงินกลาง 14,500 ล้านบาทเศษ (ส่วนที่มีมูลค่าสูงสุด) เป็นเงินที่คู่ความหรือบุคคลภายนอกนำมาวางไว้ต่อศาลตามกฎหมายวิธีพิจารณาความ เช่น เงินประกันตัว เงินวางทรัพย์ชำระหนี้ ซึ่งศาลมีภาระต้องคืนให้โจทก์หรือจำเลยเมื่อคดีเสร็จสิ้น
– เงินฝากสำหรับส่งคำคู่ความ 437 ล้านบาท (เงินที่คู่ความวางไว้เพื่อส่งเอกสารทั่วประเทศ เป็นเงินรับฝากรอจ่าย)
– เงินรับฝากค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการ 43 ล้านบาทเศษ (รอจ่ายให้ฝ่ายที่ชนะคดีหรืออนุญาโตตุลาการ)
– เงินค่าใช้จ่ายอนุญาโตตุลาการ 11 ล้านบาทเศษ (รอจ่าย)

ส่วนที่ 2 : เงินที่นำไปฝากคลังไว้ เป็นเงินคงคลังที่ฝากไว้เพื่อใช้จ่ายตามภารกิจเฉพาะ ได้แก่
– เงินประกันสัญญา 195 ล้านบาท (ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง มีภาระผูกพันต้องจ่ายคืนหลักประกันเมื่อผู้รับจ้างปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วน)
– เงินค่าธรรมเนียมศาล 9,000 กว่าล้านบาท
– เงินค่าใช้จ่ายในการบังคับคดี 253 ล้านบาท
– เงินฝากเพื่อบูรณทรัพย์สิน 93,000 บาทเศษ
– เงินฝากค่าธรรมเนียมสอบการแข่งขัน 489,000 บาท

Advertisement

ในส่วนประเด็นที่ตัวเลขในงบการเงินปี 2568 สูงกว่าปี 2567 นั้นเกิดจากปริมาณคดีที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีเงินฝากหรือเงินกลางที่คู่ความนำมาวางทรัพย์และวางหลักประกันต่อศาลเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ภายหลังผู้แทนของสำนักงานศาลยุติธรรมชี้แจงแล้ว กรรมธิการ ที่สอบถามมีความเข้าใจและไม่ติดใจประเด็นดังกล่าวอีก

ทั้งนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมน้อมรับข้อสังเกตจากคณะกรรมาธิการฯ และจะนำไปปรับปรุงวิธีการอธิบายหรือการให้ข้อมูลในรายงานงบการเงินให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าศาลยุติธรรมมีเงินรายรับจำนวนมากที่สามารถนำไปใช้จ่ายได้เอง