ราชทัณฑ์ เล็งแก้กฎกระทรวง รื้อเกณฑ์ เลื่อนชั้น นักโทษคดีอุกฉกรรจ์ ปิดช่องพัก-ลดโทษ

18.08.26 | 16:37 น.

ราชทัณฑ์ เล็งแก้กฎกระทรวง รื้อเกณฑ์เลื่อนชั้นนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ ปิดช่องพัก-ลดโทษ

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2569 สืบเนื่องจากกรณีนายเล่าต๋า แสนลี่ อดีตนักโทษคดียาเสพติดรายสำคัญ อายุ 85 ปี ซึ่งศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แต่ได้รับการพระราชทานอภัยโทษเป็นการทั่วไป 6 ครั้ง จนพ้นโทษออกจากเรือนจำกลางบางขวาง เมื่อวันที่ 14 ส.ค. ที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีกรณีของนายฑนา เกิดทอง หรือป๋อง ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมสองพี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนนำศพไปฝังอำพรางในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และขยายผลพบศพพ่อแม่ลูกชาวไทยอีก 3 ราย รวมมีผู้เสียชีวิต 5 ราย ทั้งที่นายฑนาเป็นอดีตผู้พ้นโทษ และศาลมีคำสั่งให้เฝ้าระวังหลังพ้นโทษเป็นเวลา 2 ปี แต่เมื่อพ้นโทษมาได้เพียง 2 เดือน กลับมาก่อเหตุอุกฉกรรจ์เขย่าขวัญสังคม


เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสเรียกร้องให้กรมราชทัณฑ์นำโทษประหารชีวิตกลับมาบังคับใช้อย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เข้าสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิตโดยทางปฏิบัติ รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์หลักการบริหารโทษผู้ต้องขังคดีโทษสูง ที่มักได้รับการลดโทษ พักโทษ หรืออภัยโทษจนได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนด

ล่าสุด กรมราชทัณฑ์ได้ออกแถลงการณ์น้อมรับความกังวลของประชาชน และเห็นถึงความจำเป็นในการทบทวนและเสนอปรับปรุงหลักเกณฑ์ กฎ ระเบียบ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารโทษ โดยเฉพาะผู้ต้องโทษประหารชีวิต ผู้ต้องขังจำคุกตลอดชีวิต และผู้ต้องขังคดีอุกฉกรรจ์ เพื่อให้การบริหารโทษมีความเหมาะสมกับระดับความร้ายแรง คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและประโยชน์ของสังคมโดยรวม

แหล่งข่าวระดับสูงภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า กรมราชทัณฑ์อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดข้อกฎหมายภายใน “กฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562” ซึ่งเป็นกฎหมายลูกภายใต้ พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะ “หมวด 2 การเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด” ทั้งการเลื่อนชั้นกรณีปกติและกรณีมีเหตุพิเศษ

Advertisement

กรมราชทัณฑ์มีแนวคิดจะจำกัดไม่ให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ต้องขังบางกลุ่ม เช่น ผู้ต้องขังคดีโทษร้ายแรง คดีอุกฉกรรจ์ คดีอัตราโทษสูง คดีความผิดตามกฎหมาย JSOC (ฆ่าข่มขืน คดีทางเพศ เรียกค่าไถ่) และคดียาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งเดิมเมื่อได้รับการพระราชทานอภัยโทษลดโทษจากประหารชีวิตเหลือจำคุกตลอดชีวิตแล้ว จะต้องวางแนวทางไม่ให้ได้รับการพิจารณาลดวันต้องโทษหรือพักการลงโทษใด ๆ อีก เพื่อให้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตตามที่ได้รับการลดโทษมาจริง

แหล่งข่าวฯ ระบุอีกว่า การบริหารโทษปัจจุบันต้องทำตามที่กฎหมายรับรองไว้ หากไม่ปฏิบัติตามอาจถูกร้องเรียนว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรมราชทัณฑ์จึงเล็งเห็นว่าต้องปิดช่องว่างนี้ด้วยการขับเคลื่อน “กฎกระทรวงฉบับใหม่” ขึ้นมาประกบกับกฎกระทรวงเดิม พ.ศ. 2562

อย่างไรก็ตาม การออกกฎกระทรวงฉบับใหม่จะต้องรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากนักสิทธิมนุษยชน ภาคประชาสังคม นักวิชาการ และคณะกรรมการราชทัณฑ์ เพื่อให้ครอบคลุม สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและหลักกฎหมายสากล ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่าพร้อมน้อมรับทุกความคิดเห็น และเชื่อมั่นว่าหากแนวทางนี้ได้รับความเห็นชอบ จะช่วยให้การบริหารโทษมีความเหมาะสมและสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคมได้อย่างแท้จริง