รวบหนุ่มบัญชีม้า อ้างเป็นตำรวจภูเก็ต ตุ๋นเหยื่อโอนเงินตรวจสอบคดีค้ามนุษย์

21.08.26 | 09:54 น.
อ้างเป็นตำรวจภูเก็ต

รวบหนุ่มบัญชีม้า อ้างเป็นตำรวจภูเก็ต ตุ๋นเหยื่อโอนเงินตรวจสอบคดีค้ามนุษย์ สูญ 3.5 หมื่นบาท

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 21 สิงหาคม พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม จับกุมโดย จ.ส.ต.เอกยุทธ ปล้องคง ส.ต.อ.กฤษณะ แตงลี่ ส.ต.ต.นรินทร์ พรมวัน ผบ.หมู่(ป)สน.เพชรเกษม ร่วมกันจับกุมตัว นายสุรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ 126/2569 ลง17 มิ.ย.2569


ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเที่จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประซาขน และเบิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีที่เงินฝ่าก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมีได้มีเจงตนาใข้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ไดยประการที่รู้หรือควรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี่หรือความผิดอาญาทางอื่นใด” โดยจับกุมได้บริเวณหน้าห้างวิคตอเรีย แขวงหลักสอง เขตบางแค กรุงเทพฯ

 อ้างเป็นตำรวจภูเก็ต

คดีนี้สืบเนื่องเมื่อวันที่ 19 เม.ย.67 ผู้เสียหายได้รับสายโทรศัพท์แจ้งว่าเป็นไปรษณีย์ไทยอ้างว่ามีพัสดุมีชื่อผู้เสียหาย จัดส่งมาจากจังหวัดภูเก็ต ส่งไปยังจังหวัดแพร่โดยอ้างว่าภายในพัสดุ มีพาสปอร์ตของชาวเมียนมาจำนวน 12 เล่มบัตร ATM และสมุดบัญชีและใน 9 เล่มมีชื่อของผู้เสียหายอยู่ จากนั้นแล้วได้ให้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวัน สถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต โดยอ้างว่าบัญชีเข้าข่ายบัญชีม้าเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ แล้วให้เพิ่มเพื่อนทางช่องไลน์ มีชื่อ เป็นสถานีตำรวนภูธรเมืองภูเก็ตให้ผู้เสียหายส่งรูปบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อตรวจสอบ และได้ส่งรูปภาพบุคลที่ถูกจับกุมมาให้ผู้เสียหายดูพร้อมกับภาพเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย จากนั้นแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด

Advertisement

จึงได้สอบถามผู้เสียหายถึงบัญชีธนาคารกี่บัญชี และมีเงินในบัญชีเท่าไหร่แต่ละบัญชี แล้วให้โอนเงินทุกบัญชีไปตรวจสอบ จึงโอนเงินทั้งหมดเป็นเงินทั้งหมด 35,984.65 บาท จากนั้นให้ผู้เสียหายรอประมาณ 15 นาที กระทั่งรอ 15 นาที ตรวจสอบแล้วจะโอนเงินคืนให้แล้วได้วางสายไป แล้วติดต่อไม่ได้อีกเลยคิดว่าโดนหลอกแล้วและได้เดินทางแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีคนร้ายให้ถึงที่สุด

 อ้างเป็นตำรวจภูเก็ต

สอบถามนายสุรศักดิ์ แจ้งว่า เข้าไปคอมเมนต์ ในเพจของ เฟซบุ๊กเพจหนึ่ง เพื่อที่จะหางานทำ ทางเพจได้ติดต่อกลับมาว่ามีงานทำที่จังหวัดสระแก้วผู้ต้องหาตกลงรับงาน เพราะตนยังว่างงานอยู่ แล้วทางเพจก็ส่งคนมารับที่จังหวัดระยอง เดินทางไปจังหวัดสระแก้ว ถึงแล้วก็มีคนขับมอเตอร์ไซค์มารับไปที่ออฟฟิศ ซึ่งพอเดินทางไปถึงจุดหมาย กลับกลายโดนถูกหลอก พบชายต่างสัญชาติฝั่งปอยเปตมารับตัว ประมาณ 5 คน ซึ่งผู้ต้องหา ไม่กล้าขัดขืน ก็ต้องข้ามฝั่งไปอยู่ที่ปอยเปต ระหว่างอยู่ที่ปอยเปต ช่วงแรกๆ ไม่ได้ทำอะไร รอให้เขาเรียกไปสแกนใบหน้าเพื่อเปิดบัญชีประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้น เขาก็จะสอนให้ตัดต่อพาสปอร์ต รวมได้ประมาณ 5 เดือน ก็ตัดสินใจหนีกลับประเทศไทย

เบื้องต้น พบว่า มีหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ตามหมายจับที่ จ.350/2569 ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2569 ในความผิดฐานเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด ,เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียหายมีประวัติคดีอาญาเพียบ พร้อมทั้งยังมีโทรแจ้งอายัดบัญชีเกือบ 20 สถานีตำรวจ