ศาลแพ่งยกคำร้อง เจ๊หนิง ขอพิจารณาใหม่ คดีหมิ่นภรรยา บิ๊กโจ๊ก ชี้ส่งหมายชอบ-จงใจขาดนัด

24.08.26 | 14:21 น.

ศาลแพ่งยกคำร้อง “เจ๊หนิง” ขอพิจารณาคดีใหม่ หลังถูก “ศิรินัดดา” ภรรยา “บิ๊กโจ๊ก” ฟ้องหมิ่นประมาท เรียกค่าเสียหาย 8 ล้านบาท ชี้ส่งหมายตามภูมิลำเนาโดยชอบ จำเลยไม่มีหลักฐานน่าเชื่อถือว่าพักอาศัยที่อื่น ถือเป็นจงใจขาดนัดยื่นคำให้การ

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลมีคำสั่งในคดีหมายเลขดำ พ.4343/2569 ระหว่าง น.ส.ศิรินัดดา หักพาล ภรรยาพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผบ.ตร. โจทก์ กับ น.ส.ธณัฏฐา ยอดเยี่ยม หรือ “เจ๊หนิง” จำเลย กรณี น.ส.ศิรินัดดาฟ้องหมิ่นประมาทและเรียกค่าเสียหาย โดย น.ส.ธณัฏฐา ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาคดีใหม่ พร้อมขอให้บรรเทาคำสั่งศาล โดยอ้างว่าไม่ทราบว่ามีการดำเนินคดี เนื่องจากไม่ได้พักอาศัยอยู่ในสถานที่ที่ศาลส่งหมายไป


ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 10 ก.พ. น.ส.ธณัฏฐาเดินทางมายื่นคำร้องต่อศาล โดยระบุว่า เพิ่งทราบเรื่องคดีเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังศาลมีคำพิพากษาให้ชำระเงินจำนวน 8 ล้านบาทแก่ น.ส.ศิรินัดดา โดยอ้างว่าหมายศาลถูกส่งไปยังคอนโดมิเนียมที่ไม่ได้พักอาศัย เนื่องจากอยู่ระหว่างเตรียมขาย พร้อมระบุว่าได้รับคำแนะนำจากทนายความให้ยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ เพื่อขอโอกาสต่อสู้คดี

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ได้นำส่งหมายเรียกและสำเนาคำร้องไปยังบ้านเลขที่ 8/125 ซอยปุณณวิถี 21 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นภูมิลำเนาของจำเลยตามแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎร โดยใช้วิธีปิดหมายตามคำสั่งศาล ตามรายงานผลการส่งหมายลงวันที่ 2 พ.ย. 2568 จึงเป็นการส่งหมายโดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79

ส่วนที่จำเลยอ้างว่า ก่อนวันที่ 1 ต.ค. 2566 ได้ย้ายไปพักอาศัยอยู่ที่อาคารสัญญาบัตร โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม และยังไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้าน เนื่องจากอยู่ระหว่างที่สามีขอบ้านเลขที่กับโรงเรียนนายร้อยตำรวจนั้น ศาลเห็นว่าเป็นเพียงการกล่าวอ้างที่เลื่อนลอย ไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนเพียงพอ

Advertisement

แม้จำเลยจะมีเอกสารรับรองว่าตนเองและสามีเข้าพักอาศัยอยู่ที่อาคารสัญญาบัตร โรงเรียนนายร้อยตำรวจตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2567 แต่ศาลเห็นว่าเอกสารดังกล่าวจัดทำขึ้นจากฝ่ายจำเลย อีกทั้งผู้จัดทำเอกสารไม่ได้มาเบิกความยืนยันข้อเท็จจริง จึงไม่น่าเชื่อถือ

นอกจากนี้ ศาลยังพิจารณารายการประจำวันเกี่ยวกับคดี ซึ่งเป็นเอกสารที่จำเลยแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.พระโขนง เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2567 ให้ดำเนินคดีกับโจทก์ในข้อหาลักทรัพย์และบุกรุก โดยในบันทึกดังกล่าวจำเลยระบุว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนเองและสามีพักอาศัยอยู่ที่ห้องเลขที่ 8/125 ชั้น 7 กรีนคอนโด ซอยสุขุมวิท 101 แขวงบางจาก เขตพระโขนง และต่อมาไปพักอาศัยที่คอนโดมิเนียมในจังหวัดนครปฐม เนื่องจากประกอบอาชีพอาจารย์พิเศษที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

ศาลเห็นว่า ถ้อยคำดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ณ วันที่ 20 ต.ค. 2567 จำเลยกับสามีไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่อาคารสัญญาบัตรของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ แต่ยังคงมีที่พักอยู่ตามภูมิลำเนาที่โจทก์นำส่งหมาย

ประกอบกับเอกสารแจ้งเตือนการค้างค่าไฟฟ้าของห้องพักเลขที่ 8/125 ยังปรากฏความเคลื่อนไหวของการใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่ายังมีผู้พักอาศัยและใช้ไฟฟ้าในห้องดังกล่าวมาโดยตลอด

ศาลจึงรับฟังได้ว่า ภูมิลำเนาของจำเลยตามหลักฐานที่ปรากฏคือบ้านเลขที่ 8/125 ซอยปุณณวิถี 21 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร การส่งหมายเรียกและสำเนาคำร้องจึงเป็นไปโดยชอบตามกฎหมาย

เมื่อจำเลยไม่ยื่นคำให้การแก้คดีภายในกำหนด ศาลจึงถือว่าจำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การ และไม่มีเหตุอันสมควรที่จะให้มีการพิจารณาคดีใหม่ จึงมีคำสั่งยกคำร้อง โดยค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้เป็นพับ