อธิบดีคุก รับเล็งเคาะเกณฑ์ใหม่ ผู้ต้องขังโทษประหาร ขังจริงขั้นต่ำ 25 ปี ก่อนมีสิทธิเลื่อนชั้น
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.สายเพชร ศรีสังข์ ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม ซึ่งได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานการประชุม คณะทำงานทบทวนและพัฒนาประสิทธิภาพการบังคับโทษทางอาญา และทบทวนมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ประชุมเพื่อสรุปผลการหารือ วางกรอบ หลักเกณฑ์ และแนวทางปฏิบัติสำหรับร่างกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ (ฉบับที่…) พ.ศ. ….โดยมี พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที
พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุมวันนี้ยังไม่มีผลสรุปเป็นที่ยุติ เนื่องจากการพิจารณายังไม่แล้วเสร็จ ส่วนกรณีผู้ต้องขังที่ในอนาคตต้องคำพิพากษาโทษประหารชีวิต เบื้องต้นมีการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำว่า จะต้องรับโทษจริงมาแล้วไม่น้อยกว่า 25 ปี จึงจะมีสิทธิได้รับการเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุปที่ยุติ
รายงานข่าวแจ้งว่า คณะทำงานฯได้เสนอระยะเวลารับโทษขั้นต่ำสำหรับผู้ต้องขังที่ได้รับโทษสูงหรือโทษร้ายแรงว่า จะต้องรับโทษจริงภายในเรือนจำเป็นระยะเวลากี่ปี ก่อนมีสิทธิได้รับการเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด โดยเบื้องต้นมีการเสนอหลักเกณฑ์ดังนี้ นักโทษเด็ดขาดที่ศาลมีคำพิพากษาให้ประหารชีวิต การเลื่อนชั้นกรณีปกติ หรือการเลื่อนชั้นกรณีมีเหตุพิเศษ ต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 25 ปี นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
ส่วน นักโทษเด็ดขาดที่ศาลมีคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต การเลื่อนชั้นกรณีปกติ หรือการเลื่อนชั้นกรณีมีเหตุพิเศษ ต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำมาแล้วไม่น้อยกว่า 20 ปี นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด เป็นต้น

