รักษาราชการอธิการฯ มทร.ล้านนา แจ้งความดำเนินคดี อดีต รักษาการฯ หมิ่นประมาท! ปมหนังสือลับทวงตำแหน่ง
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายวิเชษฐ์ ทิพย์ประเสริฐ รักษาราชการแทน อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา) ได้ทำบันทึกคำให้การ ถึง พ.ต.ต.อภิสิทธิ์ สุนันต๊ะ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอาญากับ นายประพัฒน์ เชื้อไทย อดีตรักษาการอธิการบดี มทร.ล้านนา ในข้อหา “หมิ่นประมาท”
สืบเนื่องจาก มทร.ล้านนา ได้มีคำสั่งลับ ที่ 446/2562 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2562 ลงโทษไล่นายประพัฒน์ออกจากราชการ ต่อมาคณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์และร้องทุกข์ (ก.อ.ร.) มีคำวินิจฉัยที่ อ.5/2563 ลงวันที่ 19 สิงหาคม 2563 เปลี่ยนโทษเป็น ปลดออกจากราชการ นายประพัฒน์จึงได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด
กระทั่งเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษา (คดีหมายเลขดำที่ อ.2270/2565 หมายเลขแดงที่ อ.127/2569) ให้เพิกถอนคำสั่งปลดออกและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ย้อนหลัง พร้อมสั่งให้ทางมหาวิทยาลัยฯ ดำเนินการรับนายประพัฒน์ กลับเข้ารับราชการในตำแหน่งเดิมหรือเทียบเท่า และคืนเงินเดือนรวมถึงสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้ทั้งหมด โดยถือเสมือนว่าไม่เคยถูกปลดออกจากราชการมาก่อน
อย่างไรก็ดี นายวิเชษฐ์ ผู้กล่าวหา ระบุว่า นายประพัฒน์ได้ยื่นหนังสือ “ลับ” แบบปิดผนึก เรื่อง ขอให้ปฏิบัติตามคำพิพากษาและคำแนะนำของศาลปกครองสูงสุด กรณีเป็นการจงใจละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ส่งถึงตนซึ่งเป็นอธิการบดี
นายวิเชษฐ์ ชี้แจงว่า นายประพัฒน์ เคยเป็น รักษาการอธิการบดี ย่อมรู้วิธีการทำงานสารบรรณดีว่า หนังสือลับก่อนถึงตน จะต้องผ่านการตรวจและเกษียณหนังสือจาก ผู้อำนวยการกองกลางฯ และ ผู้อำนวยการสำนักอธิการบดี รวม 2 คน ย่อมเล็งเห็นผลว่าจะมีบุคคลที่สามได้เห็นและอ่านข้อความ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ได้มีผู้นำหนังสือมาเสนอตน ซึ่งมีข้อความใส่ความในลักษณะว่า นายวิเชษฐ์ “เพิกเฉย ประวิงเวลาล่าช้าเกินควร มีพฤติการณ์ไม่สุจริต และจงใจกลั่นแกล้งให้ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายอย่างร้ายแรง”
นอกจากนี้ นายประพัฒน์ยังได้ทำหนังสือลักษณะเดียวกันส่งถึง นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกสภามหาวิทยาลัยฯ และยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมถึง ประธานกรรมาธิการการศึกษา การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม วุฒิสภา อีกด้วย
ทั้งนี้นายวิเชษฐ์ ยืนยันว่า ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัวและไม่เคยมีเหตุโกรธเคืองกับนายประพัฒน์มาก่อน การกระทำดังกล่าวเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ทำให้ตนเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง และถูกเข้าใจผิดว่าละเลยต่อตำแหน่งหน้าที่ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง จึงมาร้องทุกข์มอบคดีให้พนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก ดำเนินคดีตามกฎหมายจนกว่าจะถึงที่สุด

