เปิดแผนลับ ก๊วน พ.ต.ท.- จนท. ดีเอสไอ เอี่ยวคดีโกงสอบท้องถิ่น สะพัดปมเงิน 100 ล้าน ค้างมือ

28.08.26 | 17:45 น.

เปิดแผนลับ ก๊วน พ.ต.ท.- จนท. ดีเอสไอ เอื่ยวเครือข่ายโกงสอบ สะพัดปมเงิน 100 ล้าน ค้างมือ

คดีทุจริตสอบบรรจุพนักงานส่วนท้องถิ่น กำลังขยายวง จากกลุ่มนายหน้าในพื้นที่ไปสู่การตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐ หลังมีข้อมูลพาดพิงเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ว่าอาจทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” รับ–ส่งเงินจากเครือข่ายนายหน้าไปยังบุคคลระดับบน


นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย และประธาน กมธ.ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยผ่านรายการ “เจาะลึกทั่วไทย” เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ว่า จากการตรวจสอบเครือข่ายใน จ.ศรีสะเกษ พบว่า “ผู้ใหญ่เฮง” ถูกระบุเป็นบุคคลระดับ “เบอร์ 1” ของเครือข่ายในพื้นที่ ส่วนจะเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดในส่วนกลาง ยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม

จุดที่ทำให้คดีถูกจับตามอง คือ หลักฐานจาก แชตไลน์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทวงเงินคืนจากผู้เสียหาย โดยข้อมูลที่มีการตรวจสอบพาดพิงถึงเจ้าหน้าที่ DSI รายหนึ่ง ยศ พ.ต.ท. ตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ ระดับ9

ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ว่า เจ้าหน้าที่รายดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับการรับ–ส่งเงินจริงหรือไม่ และเงินที่ถูกเรียกเก็บจากผู้เข้าสอบถูกส่งต่อไปยังบุคคลใด

Advertisement

นายอาสพลธ์ ระบุว่า เครือข่ายใน จ.ศรีสะเกษ มีลักษณะทำงานเป็นกลุ่ม ไม่ได้ดำเนินการโดยบุคคลเพียงคนเดียว โดยมีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนแล้วหลายคดี และมีการแจ้งเรื่องรวม 20 คดี  ในจำนวนนี้ DSI ลงพื้นที่สอบปากคำและดำเนินการในหลายคดี ขณะที่มีอีกคดีที่ ป.ป.ช. ดำเนินการเอง และอีกคดีเป็นกรณีที่ส่วนกลางเข้าจับกุมผู้ต้องหา

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลว่าในพื้นที่ จ.ขอนแก่น มีเครือข่ายลักษณะใกล้เคียงกัน แต่เป็นคนละเครือข่ายกับ “ผู้ใหญ่เฮง” ทำให้แนวทางการตรวจสอบมีโอกาสขยายออกไปมากกว่าหนึ่งพื้นที่

หลักฐานที่กำลังถูกตรวจสอบ คือบทสนทนาผ่านไลน์ระหว่างผู้เกี่ยวข้อง หลังผู้เสียหายบางรายสอบไม่ผ่านและเริ่มทวงเงินคืน  ในแชตมีการพูดถึงการติดตามเงิน และมีข้อความในลักษณะว่า “กำลังบีบมัน” เพื่อให้มีการนำเงินกลับคืน

ข้อมูลที่ถูกตรวจสอบเชื่อมโยงคำว่า “มัน” ไปยังเจ้าหน้าที่ DSI ยศ พ.ต.ท. ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ 

นอกจากนี้ ยังมีการกล่าวถึงการส่งเงินต่อไปยังบุคคลหรือกลุ่มบุคคลระดับบนที่ถูกเรียกว่า “บอร์ดใหญ่” หรือ “บิ๊กบอส” ในส่วนกลาง

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นเพียง ข้อกล่าวหาและอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ไม่สามารถสรุปได้ว่าบุคคลที่ถูกพาดพิงกระทำผิด

ล่าสุด พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีDSI สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงภายใน เพื่อตรวจสอบพฤติการณ์เจ้าหน้าที่ที่ถูกพาดพิง รวมถึงเส้นทางการเงิน หากพบความผิดจะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา

สำหรับข้อมูลคนวงใน ดีเอสไอ ปิดกันแซด !  เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ  เข้าไปเกี่ยวข้องกับ ขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น  มีเจ้าหน้าที่ประมาณ 3 ราย  จุดเริ่มต้น มาจาก “ต.” พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการ เคยอยู่  กองคดีต่างประเทศ เป็นคู่หูกับ “ว.” เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ

รับหน้าเสื่อ  เดินสายไปยังหัวเมืองส่วนท้องถิ่น หรือ เรียกว่า โบรเกอร์ท้องถิ่น ที่เก็บเงินจากผู้เสียหาย มาส่งให้  คู่หู ต. กับ ว. จากนั้นก็ส่งต้องไปยัง จ่าพิชิต ผู้ต้องรายสำคัญ  เพื่อส่งต่อไปยัง นายใหญ่ส่วนกลาง 

ว่ากันว่าทำมาหลายครั้งแล้ว พอทุกอย่างเริ่มขยับขยาย ก็หาเครือข่ายคนมาช่วยงานเพิ่ม เลยมองหา คนที่มี ตำแหน่ง ที่ใหญ่ว่า เลยชักชวน พ.ต.ท. ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ มาร่วมขบวนการกัน ทุอย่างก็ดำเนินไปรับมา ส่งไปตามเส้นทาง เหมือนเดิม

แต่แล้วก็เกิดเรื่อง เมื่อมีการตรวจสอบ เรื่อง ทุจริตสอบโกงท้องถิ่น  หลายอย่างที่วางไว้เริ่มมีปัญหา 

เพราะมีการติดตามทวงเงินจาก ผู้เสียหาย ที่จ่ายเงิน ทั้งแชตไลน์ ว่อนโซเชียล ..เลยมีการแก้ปัญหา เบื้องต้น ก่อนเรื่องราวบานปลาย  เหมือนจะมีข้อตกลงว่า ยอมคืนเงินบ้างส่วน  ส่งมายัง จ่าพิชิต ผ่านไปยังแก๊งดีเอสไอ  ต.กับ ว.และ พ.ต.ท.

ต่อมา จ่าพิชิต ถูกจับว่ากันว่า เงินดังกล่าวเลยมาอยู่ที่ 3 สหาย ดีเอสไอ หลัก 100 ล้านบาท สถานะ คือ “รอจ่ายคืน’ ผู้เสียหาย ที่นายหน้าโบรกเกอร์ท้องถิ่นไปเก็บมา

เหมือนทุกอย่างไม่เป็นไปตามคาดว่า  การตรวจสอบคดีทุจริต  ถูกโหมกระพือ อย่างต่อเนื่อง การจ่ายเงินคืน ก็เท่ากับยอมรับความผิด  กลายเป็นหลักฐานมัดตัว

ทั้ง 3 คน เลยเลือกที่จะเก็บเงินไว้ก่อน รอเรื่องเงียบ หรือไม่?  ตอนนี้ ปมใหญ่ “เงินอยู่ที่ไหน?”  ถูกส่งต่อไปที่ใด และมีบุคคลระดับบนเกี่ยวข้องหรือไม่