รวบผู้จัดการบัญชีแสบ ปลอมเช็คบริษัท 1,000 ฉบับ ทำมานาน 10 ปี เสียหายกว่า 75 ล้านบาท

1.09.26 | 18:33 น.

รวบผู้จัดการบัญชีแสบ ปลอมเช็คบริษัท 1,000 ฉบับ ทำมานาน 10 ปี เสียหายกว่า 75 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 1 กันยายน พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. สั่งการให้ พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ภาคิน สุขพรหม รอง ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.ณัฐดนัย บำรุงศิลป์ สว.กก.5 บก.ปอศ.
ร่วมจับกุม นางฉัตรทิพย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 4873/2569 ลงวันที่ 21 ส.ค.69 ข้อหา “ฉ้อโกง, ปลอมเอกสารสิทธิที่เป็นตั๋วเงิน (เช็ค) และใช้เอกสารสิทธิที่เป็นตั๋วเงิน (เช็ค) ปลอม, ลักทรัพย์ที่เป็นของนายจ้างหรือที่อยู่ในความครอบครองของนายจ้าง และทำให้เสียหายฯ ได้บริเวณหน้าบ้านพัก ม.7 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี


จากการจับกุมทราบว่า เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตัวแทนของธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง พร้อมด้วยบริษัทติดตั้งเครื่องจักรอุตสาหกรรมโรงงาน เข้ามาแจ้งความ บก.ปอศ. หลังมีพนักงานฝ่ายบัญชีของบริษัทลักลอบนำเช็คเปล่าของบริษัทไปกรอกรายการสั่งจ่ายเงินสด โดยปลอมลายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่าย จากนั้นนำเช็คไปขึ้นเงินสดที่ธนาคาร กว่า 1,000 ฉบับ เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี เป็นเหตุให้ธนาคารและบริษัทได้รับความเสียหายเป็นเงินกว่า 75 ล้านบาท

สอบสวนทราบว่า นางฉัตรทิพย์ ผู้ต้องหารายนี้ เป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชีมานานกว่า 30 ปี มีหน้าที่รับผิดชอบสั่งจ่ายเช็คจากกรรมการผู้มีอำนาจเพื่อบันทึกบัญชี และส่งต่อฝ่ายการเงินจัดพิมพ์เช็ค ได้อาศัยโอกาสดังกล่าว และความไว้เนื้อเชื่อใจ ลักลอบนำเช็คเปล่าของบริษัทไปกรอกรายการสั่งจ่ายเงินสด เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว โดยปลอมลายมือชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่าย แล้วนำไปขึ้นเงินสดที่ธนาคาร ซึ่งเมื่อวันที่ 15 ต.ค.2568 ที่ปรึกษาฝ่ายการเงินของบริษัทตรวจสอบงบรายจ่าย ก็พบรายจ่ายด้วยเช็คที่สูงผิดปกติ จำนวน 938 ฉบับ เป็นเงินกว่า 75 ล้านบาท โดยพบหลักฐานว่านางฉัตรทิพย์เริ่มก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2554 นอกจากนี้ยังพบสมุดเช็คที่นางฉัตรทิพย์นำใช้ไปแล้ว จำนวน 28 ฉบับ เช็คบางส่วนมีการกรอกจำนวนเงิน และระบุสั่งจ่ายเงินสดไว้แล้ว แต่ยังไม่ลงลายมือชื่อผู้สั่งจ่าย

ปลอมเช็คบริษัท

Advertisement

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้ร่วมตรวจสอบเช็คที่นางฉัตรทิพย์นำไปขึ้นเงินสดกับธนาคารพาณิชย์ เจ้าของเช็คยืนยันว่า ลายมือชื่อที่สั่งจ่ายเช็คไม่ใช่ลายมือชื่อของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามสั่งจ่ายเช็คดังกล่าวแต่อย่างใด โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า หลังจากที่นางฉัตรทิพย์นำเช็คไปเบิกถอนเงินสด แล้วก็นำไปฝากต่อยังบัญชีธนาคารของบุคคลใกล้ชิด พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญา จนศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับ

ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สืบสวนติดตามจนทราบว่าผู้ต้องหาหลบหนีมากบดานอยู่ที่บ้านพักย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงนำกำลังเข้าจับกุมดังกล่าว สอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุดท้ายเจ้าหน้าที่ฝากเตือนภัยถึงประชาชนและภาคธุรกิจ ให้ระมัดระวังในการมอบหมายอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับเช็คและการเงินแก่พนักงาน ควรมีระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ (Internal Control) ที่รัดกุม การปลอมลายมือชื่อในเช็ค หรือเอกสารสิทธิ เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันเป็นความผิดฐาน “ปลอมเอกสารสิทธิที่เป็นตั๋วเงิน และใช้เอกสารสิทธิปลอม” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266 มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาทอีกด้วย