เปิดไทม์ไลน์ ผอ.ยักษ์ ถูกร้อง 8 เดือน ยุค ปลัดพงษ์สวาท ก่อนปลัดยธ.คนใหม่ สั่งสอบใน 2 วัน
เมื่อวันที่ 4 ก.ย. สืบเนื่องจากกรณีเกิดคำถามวิพากษ์วิจารณ์ภายในกระทรวงยุติธรรมถึงมาตรฐานการพิจารณาเรื่องร้องเรียน กรณีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างไม่ร้ายแรงต่อ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม หรือ ผอ.ยักษ์ ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับการสืบสวนคดีแตงโม ขณะที่ ผอ.ยักษ์ ยังติดโผรายชื่อแคนดิเดตผู้อำนวยการกองคดีซึ่งมีคุณสมบัติจะได้รับการพิจารณาสอบคัดเลือกให้เป็นรองอธิบดีดีเอสไอแทนตำแหน่งว่าง ซึ่งประเด็นการถูกตั้งกรรมการสอบวินัยอย่างไม่ร้ายแรงนี้ อาจเป็นมลทินทำให้ขาดคุณสมบัติหรือไม่
รายงานภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า สำหรับประเด็นที่ต้องตรวจสอบกรณีที่ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม หรือ ผอ.ยักษ์ ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถูกร้องเรียนพฤติการณ์การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในคดีสืบสวนการเสียชีวิตของอดีตนักแสดงสาว ”แตงโม-ภัทรธิดา หรือ นิดา พัชรวีระพงษ์“ สำนวนเรื่องสืบสวนที่ 20/2568 ประเด็นที่สงสัยว่ามีกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ร่วมกันบิดเบือนกระบวนการยุติธรรมทางอาญา โดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพื่อให้การช่วยเหลือแก่บุคคลอื่น ให้ไม่ต้องรับโทษหรือรับโทษน้อยลง
ซึ่งล่าสุดปรากฏพยานคนสำคัญอย่างนักแสดงสาวชื่อดัง “ขวัญ-อุษามณี ไวทยนนท์” เดินทางไปร่วมเป็นพยานให้กับนางพนิดา ศิริยุทธโยธิน คุณแม่ของแตงโม ที่ สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อดำเนินคดีต่อ “กระติก-อิจศรินทร์ จุฑาสุขสวัสดิ์“ กรณีใช้หลักฐานเท็จในคดี ซึ่งเป็นภาพเรือสปีดโบ๊ทลำของ ”ขวัญ-อุษามณี“ ไปใช้อ้างในสำนวนตำรวจ จนเชื่อได้ว่า “กระติก” มีพฤติการณ์นำหรืออ้างหลักฐานอันเป็นเท็จเข้าสู่สำนวนการสอบสวน ซึ่งจะมีคดีอาญาใหม่ต่อไปให้ได้จับตากัน
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ ผอ.ยักษ์ ถูกบุคคลนิรนาม ส่งหนังสือถึงปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมแนบหลักฐานร้องเรียนพฤติกรรมการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ไม่ใช่เพียงเรื่องเนื้อหาของคำร้องเท่านั้นที่ ผอ.ยักษ์ ตั้งข้อสังเกต แต่รวมถึงเหตุใดคำร้องเดิมจึงไม่มีการดำเนินการในสมัยนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ขณะดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม
ขณะที่นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ กลับลงนามในคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรงภายในเวลาเพียง 2 วันนับแต่วันที่มีผลดำรงตำแหน่ง
รายงานภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยอีกว่า จากคำให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต่อสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 2 ก.ย.69 ที่ผ่านมา รมว.ยุติธรรม ได้ระบุว่า เรื่องดังกล่าวเคยมีการร้องเรียนมาแล้วประมาณ 8 เดือน ในสมัยปลัดกระทรวงยุติธรรมคนก่อน และคำร้องครั้งแรกมีพยานหลักฐานแนบมาด้วย แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ
ต่อมาเมื่อปลัดกระทรวงยุติธรรมคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง ก็ได้มีการร้องเรียนเข้ามาอีกครั้ง จึงมีการตั้งกรรมการสอบสวนนั้น ฉะนั้น เมื่อเรียงตามข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ พบลำดับเวลา ดังนี้ ประมาณต้นปี 2569 มีการร้องเรียน ผอ.ยักษ์ เกี่ยวกับการให้สัมภาษณ์คดีแตงโม โดยอยู่ในช่วงที่นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ต่อมาวันที่ 7 ก.ค.69 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับโอนนางพงษ์สวาท จากตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ และเห็นชอบให้นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร มาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรมแทน
จากนั้นวันที่ 8 ก.ค.69 นางพงษ์สวาท ได้ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ ภายหลังมีมติให้โอนไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงในเวลานั้นว่า ผู้ยื่นระบุ “เหตุผลส่วนตัว” 
ขณะที่รายงานข่าวภายในระบุว่า นางพงษ์สวาทไม่ประสงค์รับตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และการลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.69 และมีประกาศให้พ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ กระทั่งในเวลาต่อมา นายปิยะศิริ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ส.ค.69 และเข้ามารับตำแหน่งที่กระทรวงวันที่ 26 ส.ค.69 จากนั้นวันที่ 28 ส.ค.69 นายปิยะศิริลงนามคำสั่งกระทรวงยุติธรรม แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างไม่ร้ายแรง พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ภายใน 2 วันนับแต่วันที่มีผลดำรงตำแหน่ง ต่อมาวันที่ 2 ก.ย.69 พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เมื่อปลัดคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง ได้มีการร้องเรียนเข้ามาอีกครั้ง จึงดำเนินการตั้งกรรมการสอบสวน
รายงานภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยอีกว่า คำถามที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ตอนนี้ คือ เหตุใดปลัดกระทรวงยุติธรรมคนเก่า (นางพงษ์สวาท นีละโยธิน) จึงไม่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ยืนยันต่อสื่อมวลชน ว่า คำร้องเดิมเข้ามาประมาณ 8 เดือนก่อน และมีหลักฐานแนบ แต่ก็พบว่าในตอนนั้นยังไม่ได้มีการดำเนินการอะไร อย่างไรก็ตาม คำว่า “ยังไม่ได้ดำเนินการ” ไม่เท่ากับการมีคำสั่งว่าเรื่อง “ไม่มีมูล” และไม่อาจสรุปแทนนางพงษ์สวาท (อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม) ได้ว่า เห็นว่าคำร้องไม่มีมูล เว้นแต่จะมีบันทึกตรวจสอบ ความเห็นทางกฎหมาย หรือคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรรองรับ 
จึงมีคำถามที่กระทรวงยุติธรรมควรเปิดเผยข้อเท็จจริง ได้แก่ คำร้องเดิมถูกยื่นเข้ามาเมื่อวันที่ใด ใครเป็นผู้ร้อง และร้องผ่านช่องทางใด หลักฐานที่แนบมากับคำร้องเดิมคืออะไร เป็นคลิปสัมภาษณ์ฉบับเต็มหรือเพียงบางช่วง และคำร้องถูกส่งให้กลุ่มงานวินัย กองกฎหมาย หรือหน่วยงานใดตรวจสอบหรือไม่ มีบันทึกเสนอให้นางพงษ์สวาทพิจารณาหรือไม่ และในตอนนั้นนางพงษ์สวาทมีข้อสั่งการอย่างไร มีการสอบถามอธิบดีและโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือไม่ว่า ได้มอบหมายหรืออนุญาตให้ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ให้สัมภาษณ์แล้วหรือไม่ มีการตรวจสอบคำสั่งของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงวันที่ 22 ม.ค.68 ซึ่งระบุให้ พ.ต.ต.ณฐพล เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการและแจ้งผู้ร้องทราบหรือไม่ หรือเรื่องเดิมไม่มีการดำเนินการเพราะพยานหลักฐานไม่เพียงพอ หรืออยู่ระหว่างรอผลตรวจสอบ หรือเห็นว่าเป็นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย หรือเพียงแต่ยังไม่ได้รับการพิจารณา เป็นต้น
ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 19 ก.ค.69-20 ส.ค.69 ซึ่งเป็นช่วงรักษาราชการแทนปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้มีการดำเนินการกับคำร้องเดิมอย่างไร หากไม่มีการเปิดเผยแฟ้มเรื่องร้องเรียน บันทึกเสนอ และข้อสั่งการของอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ย่อมไม่สามารถสรุปได้อย่างเป็นธรรมว่า การไม่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกิดจากการเห็นว่า “ไม่มีมูล” หรือเกิดจากเหตุผลอื่น
รายงานภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยอีกว่า นางพงษ์สวาท อดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม มีพื้นฐานกฎหมายโดยตรง เพราะจบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมีประสบการณ์ทำงานด้านกฎหมาย โดยเคยดำรงตำแหน่งกรรมการร่างกฎหมายประจำและรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม พื้นฐานดังกล่าวทำให้เกิดข้อสังเกตจากบุคลากรในกระทรวงยุติธรรม ว่า
หากเรื่องร้องเรียนถูกเสนอให้นางพงษ์สวาทพิจารณาแล้ว การที่ยังไม่มีคำสั่งตั้งกรรมการอาจมีเหตุผลทางข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายรองรับ แต่ยังไม่ควรสรุปเช่นนั้นจนกว่าจะเห็นบันทึกเสนอและข้อสั่งการจริง และในทางกลับกัน หากคำร้องยังไม่เคยถูกเสนอถึงอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรม ก็ไม่ควรนำการไม่ออกคำสั่งไปอธิบายว่าอดีตปลัดกระทรวงยุติธรรมเห็นว่าเรื่องไม่มีมูล เพราะอาจเป็นปัญหาในชั้นรับเรื่องหรือกลั่นกรองของหน่วยงานอื่น
รายงานภายในกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยอีกว่า การตั้งข้อสังเกตประการที่ 2 คือ คำร้องที่ยื่นตรวจสอบพฤติกรรมของ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ในครั้งหลังนี้มีหลักฐานใหม่ใดหรือไม่ เพราะนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ซึ่งเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ มีผลดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 21 ส.ค.69 และลงนามตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรงต่อ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ในวันที่ 28 ส.ค.69 ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียง 7 วัน ทำให้ต้องตรวจสอบอย่างเป็นธรรมด้วยว่า ภายในช่วงเวลาดังกล่าว มีการดำเนินการอย่างไรบ้าง ได้แก่ คำร้องครั้งหลังยื่นเมื่อวันที่ใด ผู้ร้องเป็นบุคคลเดียวกับผู้ร้องครั้งแรกหรือไม่ 
มีพยานหลักฐานใหม่แตกต่างจากคำร้องเดิมอย่างไร มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นก่อนออกคำสั่งหรือไม่ มีการสอบถามอธิบดีดีเอสไอ สอบถามโฆษกดีเอสไอ หรือ สอบถามกับ พ.ต.ต.ณฐพล หรือไม่ และมีความเห็นของฝ่ายกฎหมายรองรับหรือไม่ เหตุใดจึงสามารถรวบรวม ตรวจสอบ และเสนอคำสั่งได้ภายในระยะเวลาอันสั้น รวมทั้งเอกสารจากคำร้องเดิมได้ถูกนำมารวมกับคำร้องครั้งหลังอย่างไร อนึ่ง การออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรงภายใน 2 วัน ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ความรวดเร็วดังกล่าวทำให้หน่วยงานยิ่งต้องมีหน้าที่ชี้แจงว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งด้านที่เป็นคุณและเป็นโทษอย่างรอบด้านแล้วหรือไม่

