ทนายตั้ม สวมสูทแดง-ติดหนวด บุกร้องมหาดไทย สอบ มูลนิธิกันจอมพลัง

4.09.26 | 13:50 น.

ทนายตั้ม สวมสูทแดง-ติดหนวด บุกร้องมหาดไทย สอบ มูลนิธิกันจอมพลัง ขอเรียก ตั้ม จอมพลัง

เมื่อวันที่ 4 กันยายน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม นำเอกสารมายื่นคำร้องต่อนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอให้ตรวจสอบการบริหารเงินบริจาค การจัดซื้อ จัดหา และการใช้จ่ายภายในมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้


โดยวันนี้ทนายตั้มได้ใส่สูทสีแดงเลือดหมูและติดหนวด และให้เรียกตนเองว่า “ตั้ม จอมพลัง” และบอกว่า ตนไม่มีเงินจ้างบอดี้การ์ด เลยอยากให้โอนเข้าบัญชี กสิกร888

ทนายตั้มบอกว่า วันนี้มายื่นให้มีการตรวจสอบมูลนิธิ กันจอมพลังช่วยสู้ เพราะมีประชาชนตั้งข้อสงสัยมาขอให้ตนช่วยดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งวันนี้ต้องขอบคุณรองปลัดกระทรวงมหาดไทยที่เดินทางมารับหนังสือ และจะดำเนินการไปตรวจสอบ เท่าที่รู้ตอนนี้มูลนิธิดังกล่าวย้ายไปอยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ ดังนั้น กระทรวงจะต้องทำหนังสือไปถึงจังหวัดเพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการไปตรวจสอบ

สิ่งที่คนต้องการให้ตรวจสอบคือ เงินที่โอนเข้ามาในบัญชีของมูลนิธิว่า โอนมาเท่าไหร่และโอนออกใช้จ่ายเท่าไหร่ และค่าใช้จ่ายนั้นได้มีการไปซื้อของ หรือไปช่วยอะไรบ้าง

Advertisement

แล้วตนยังมีข้อมูลจากคนใกล้ชิดของกัน จอมพลัง ที่ให้ข้อมูลว่า จะมีการให้บริษัทคนกลางไปซื้อของเพื่อนำมาบริจาคแต่ไม่มีการแจ้งรายละเอียดแต่มีการฟันกำไรส่วนต่าง ซึ่งข้อมูลนี้ตนได้ข้อมูลมาจากคนใกล้ชิด ถ้าคุณกันรู้รับรองว่าตกใจแน่

ส่วนเรื่องบ้านของกันราคา 250 ล้าน ตนก็ไปตามข้อมูลมาเหมือนกัน พบว่าอยู่ในหมู่บ้านหรูแห่งหนึ่ง ส่วนตัวตนบอกว่าบ้านคงแค่ 60 ล้าน แต่คงมีค่าตกแต่งหรูหราคิดว่าเกิน 100 ล้าน แต่ไม่ถึง 250 ล้าน ซึ่งตนก็อยากให้มีการตรวจสอบ และในสัปดาห์หน้าจะไปยื่นให้กรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจสอบเรื่องการฟอกเงินกับมูลนิธิกันจอมพลังช่วยสู้

และการที่ตนออกมาเคลื่อนไหว ตนไม่ได้คุยกับใคร ตนคุยเพียงแค่ทนายเดชาที่จะโทรพูดคุยส่งข่าวกันเท่านั้น ส่วนคนอื่น เช่น อาจารย์อ๊อด หรือต้นอ้อ พวกเขาตนก็ไม่ได้รู้จัก แต่เค้าคงมีประสบการณ์ร่วม หรือประสบการณ์อะไรเกี่ยวกับกัน จอมพลัง ผมก็ไม่รู้ แต่เท่าที่รู้ช่วงที่ผมอยู่ในเรือนจำก็รู้ว่าคุณกันไปตรวจสอบหลายคนเหมือนกัน ทนายตั้มบอกว่า ตนไม่ได้กังวล หากกันจอมพลังจะมีแบ๊กคอยช่วยเหลือ ซึ่งตอนนี้แบ๊กก็ไม่ได้อยู่ฝั่งรัฐบาล ก็ไม่เป็นไร ขอให้รัฐบาลเป็นฝ่ายตรวจสอบ

ส่วนกลุ่ม LINE 12 คน ตนเข้ามา ทราบว่าเป็นการตั้งกลุ่มเพื่อตั้งพรรคการเมือง หากการออกมาไลฟ์บอกว่าไม่เกี่ยวข้องหรือออกมาปฏิเสธ ตนก็มองว่าคงปฏิเสธได้ไม่เต็มปากว่าผู้กองเป็นคนให้พรรคมา เพราะถ้าปฏิเสธทั้งหมด เชื่อว่าคนอื่นในกลุ่มก็คงออกมาพูดแล้ว และที่พูดไลฟ์ว่าผมเคยติดคุกมาก่อน ยอมรับผมเคยติดคุกคนทั้งประเทศรู้ แต่รอสักวันถ้าวันนึงมีคนตรวจสอบแล้วพบความผิด คุณอาจจะเป็นลูกศิษย์เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ตอนนั้นผู้กองก็คงช่วยเหลือไม่ได้

ทนายตั้มยืนยันการเคลื่อนไหวไม่ได้ออกมาเพื่อช่วยเหลือคุณหนุ่ม กรรชัย พร้อมเล่าว่าที่ผ่านมาตนเคยมีปัญหากับคุณหนุ่ม แต่คุณหนุ่มอายุเยอะกว่าผมแต่ยังมาง้อมาขอโทษ ผมมองว่ามันก็แฟร์แล้วเค้าเป็นคนดี แต่อย่างกรณีของคุณกัน คุณหนุ่มเป็นคนปั้นคุณมาไปออกโหนกระแสมามาตั้งเท่าไหร่ แต่ทำไมบอกว่าหมอปลาเป็นคนปั้น พอจังหวะเริ่มเพลี่ยงพล้ำก็จะกลับไปง้อคุณหนุ่ม ผมก็มองว่าแล้วแต่คุณหนุ่มว่าจะกลับไปคืนดีรึเปล่า

ส่วนกรณีที่หลายคนสงสัยว่า กัน จอมพลัง นั้นได้โทรมาหาตน ลักษณะมาปกป้องนักการเมือง หลังตนที่จะแฉขบวนการเว็บพนันออนไลน์นั้น ซึ่งเรื่องเกิดขึ้นตอนที่ตนกำลังไล่เช็กบิลพวกขบวนการเว็บพนันที่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง ขอยืนยันว่าตอนนั้นกัน จอมพลัง ได้โทรมาบอกให้หยุดแฉ เพราะว่าเป็นพรรคพวกของกัน โดยหากตั้งข้อสังเกตว่า กัน จอมพลัง มีส่วนเกี่ยวข้องกับนักการเมืองเหล่านี้หรือไม่ ถ้าไม่มีเหตุอะไรกัน จอมพลัง คงไม่โทรมาหาตนเพื่อให้หยุดเรื่องดังกล่าว

นอกจากนี้ กัน จอมพลัง จะรู้ได้ยังไงว่า คนที่ตนกำลังจะแฉนั้นเป็นคนดีและไม่ได้ทำเว็บพนันจริงๆ ทำไมเชื่อคนง่าย แล้วต้องมีการตรวจสอบเรื่องนี้ก่อนที่จะมาออกตัวแทน เพราะฉะนั้นการการันตีเพราะว่าเป็นเพื่อนกันนั้น มองได้ว่าเป็นคนสนิทกันหรือเป็นลูกพี่กันมันใช่หรือไม่

ส่วนกรณีเรื่องของโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลของคนพิการ ซึ่งตอนนั้นตนได้เข้าไปพบปะกับนายกสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทย, กัน จอมพลัง และคนอื่นๆ อีกหลายคน ในระหว่างกินข้าวกันมีพูดถึงเรื่องอดีตว่าใครทำอะไรยังไง กัน จอมพลังได้ตอบว่าแต่ก่อนทำเว็บเสือแดงที่เกี่ยวกับลอตเตอรี่ออนไลน์ ตนจึงถามว่าแล้วเอาลอตเตอรี่มาจากไหน ราคาเท่าไรแพงไหม กัน จอมพลังตอบว่า เขามีลูกพี่ที่ให้โควต้ามา จำไม่ได้แล้วว่ากี่เล่ม แต่กัน จอมพลังไม่ได้ทำเว็บนั้นแล้วแต่ยังได้โควต้าอยู่ ได้กินปากเปล่าหรือส่วนต่างใบละ 50 สตางค์ หรือ 1 บาท ไม่แน่ใจ แต่จำคำพูดของเขาได้ว่า ผ่านไปงวดหนึ่งได้เงินสบายๆ 500,000-1,000,000 บาท

หลังจากนั้นมีกลุ่มคนพิการคนตาบอดได้มาร้องเรียนกับตน ซึ่งเรื่องนี้เคยตกเป็นข่าวมาแล้วว่าผู้ร้องเรียนถูกตัดโควต้าไปจากกลุ่ม 5 เสือ ที่ถูกแย่งไปประมาณ 10,000 ฉบับ ซึ่งเรื่องดังกล่าว ตนได้นัดคุยกับนายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยและผู้ร้องเรียนไว้ในวันพรุ่งนี้ ที่สมาคม ส่วนเวลาจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

ด้าน นายชัยวัฒน์ ที่ออกมารับหนังสือระบุว่าหลังจากรับหนังสือไปจะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบมูลนิธิ ถ้าสถานที่ตั้งมูลนิธิอยู่ในกรุงเทพฯก็จะให้นายทะเบียนไปตรวจสอบ แต่หากอยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัดก็ทำหนังสือไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดไปดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งการตรวจตรวจสอบจะตรวจสอบเรื่องการจัดซื้อ จัดจ้าง การจ่ายเงินต่างๆ