สถาบันนิติวัชร์ และสำนักงานการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดฝึกอบรมระดับชาติขั้นสูงสำหรับพนักงานอัยการว่าด้วยการป้องกันการทรมาน
เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายสุริยน ประภาสะวัต รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน และ นางสาวซินเธีย เวลิโก ผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมเปิดโครงการ “การฝึกอบรมระดับชาติขั้นสูงสำหรับพนักงานอัยการว่าด้วยการป้องกันการทรมานและหลักการห้ามผลักดันกลับ การสืบสวนสอบสวนกรณีการกระทำให้บุคคลสูญหายและการดำเนินคดีความผิดฐานทรมาน” ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันนิติวัชร์ และสำนักงานการสอบสวน ร่วมกับ OHCHR ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจากสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ระหว่างวันที่ 7 – 8 กันยายน 2569 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน กล่าวว่า นับตั้งแต่ประเทศไทยได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 สำนักงานอัยการสูงสุด โดยสถาบันนิติวัชร์ ได้ร่วมกับ OHCHR จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับภูมิภาคมาแล้วจำนวน 4 ครั้งทั่วประเทศ (กรุงเทพมหานคร,สุราษฎร์ธานี, ขอนแก่น และเชียงใหม่) สำหรับการจัดสัมมนากึ่งฝึกอบรมในระดับชาติขั้นสูงครั้งนี้ มีเนื้อหาหลักที่มุ่งเน้นการเสวนาเชิงเปรียบเทียบกฎหมายเพื่อแก้ไขข้อจำกัดใน 3 เรื่องสำคัญ ประกอบด้วย การป้องกันการทรมานและหลักการห้ามผลักดันกลับ, การสืบสวนสอบสวนการกระทำให้บุคคลสูญหาย และการดำเนินคดีความผิดฐานทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้าย
การฝึกอบรมในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำข้อคิดเห็นและสิ่งท้าทายที่ได้เกิดขึ้นจริง ร่วมกับเสียงสะท้อนจากทุกภาคส่วนมาสร้างความชัดเจนและหาแนวทางปฏิบัติที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งพนักงานอัยการทุกคน คือ ‘ผู้พิทักษ์สิทธิ’ ที่มีบทบาทและภารกิจอันยิ่งใหญ่ตามกฎหมายฉบับนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสืบสวนสอบสวนและการดำเนินคดีความผิดฐานซ้อมทรมานและการบังคับบุคคลสูญหาย ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรงและกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างยิ่ง พนักงานอัยการยุคใหม่จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบทบาทสู่การเป็นผู้กำกับดูแลการควบคุมตัวเชิงรุก เร่งแก้ไขอุปสรรคด้านภาระการพิสูจน์เพื่อลดความยากลำบากของครอบครัวผู้เสียหาย ตลอดจนยกระดับการสร้างสำนวนคดีและการวางยุทธศาสตร์การตั้งข้อหาให้มีความเฉียบคม เท่าทันต่อสถานการณ์ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษและคืนความยุติธรรมให้แก่สังคมได้อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ในการจัดโครงการฯ ยังได้รับเกียรติจาก นายไอชา ชูจูน มูฮัมหมัด ผู้พิพากษาศาลฎีกาแห่งมัลดีฟส์และรองประธานคณะอนุกรรมการป้องกันการทรมานแห่งสหประชาชาติ (SPT) และศาสตราจารย์เลโอนาร์โด กาเบรียล ฟิลิปปินี อดีตพนักงานอัยการสหพันธรัฐแห่งสาธารณรัฐอาร์เจนตินา ผู้เชี่ยวชาญระดับสากลมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ โดยมีพนักงานอัยการจากสำนักงานการสอบสวน และสถาบันนิติวัชร์ ที่มีประสบการณ์ในการดำเนินคดีความผิดฐานซ้อมทรมานและการบังคับบุคคลสูญหาย เข้าร่วมการฝึกอบรมจำนวน 30 คน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมต่อไป


