เมื่อวันที่ 8 กันยายน พล.ต.ท.ไพศาล ลือสมบูรณ์ อดีตหัวหน้าจเรตำรวจ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ไพศาล เต๋อ ลือสมบูรณ์
ว่า คำสั่งแต่งตั้งนายพลตำรวจโปรดเกล้าฯ ลงมาแล้ว มีทั้งคนสมหวังและคนผิดหวัง และผู้ผิดหวังย่อมมากกว่าเสมอ
ในจำนวนนั้น มีอยู่จำนวนหนึ่งที่ไม่ได้แค่ผิดหวัง แต่ถูกกระทำ และคนกลุ่มนี้จำนวนมากเลือกที่จะเงียบ เพราะเชื่อว่าการไปร้องทุกข์คือการเสียวินัย
ผมขอตอบตรงนี้ครับ ไม่มีบทบัญญัติใดใน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๕ ที่ระบุว่าการยื่นคำร้องทุกข์เป็นความผิดวินัย ตรงกันข้าม มาตรา ๑๔๘ เขียนรับรองสิทธินี้ไว้เอง และมาตรา ๔๐ (๓) ให้อำนาจ ก.พ.ค.ตร. เป็นผู้ชี้ขาดว่าดุลพินิจของ ก.ตร. ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ไม่ใช่อำนาจของผู้บังคับบัญชาชั้นใด และไม่ใช่ของ “ธรรมเนียมปฏิบัติ”
การใช้สิทธิที่กฎหมายเขียนไว้ให้ จึงเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ใช่การฝ่าฝืนแต่สิทธินี้มีเส้นตาย
ประกาศแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ๒๘๑ ราย ลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อ ๗ กันยายน กฎหมายให้เวลาร้องทุกข์สามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง นั่นคือวันที่ ๗ ตุลาคมนี้
เลยกำหนดเมื่อไร เรื่องตกทันที โดยไม่มีการพิจารณาเนื้อหาเลยแม้แต่ประเด็นเดียว ต่อให้ท่านถูกกระทำจริงแค่ไหนก็ตาม
และมีอีกเรื่องที่หลายคนไม่รู้ หลักฐานที่ชี้ขาดคดีประเภทนี้ คือรายงานการประชุม บันทึกย่อของเลขานุการ และบันทึกเสียงการประชุม ซึ่งอยู่ในมือหน่วยงาน ท่านแนบมาเองไม่ได้ ต้องเขียนคำขอให้ ก.พ.ค.ตร. เรียกเอกสารเหล่านั้น ไว้ในคำร้องทุกข์ตั้งแต่ต้น คนที่ไม่รู้จุดนี้จะยื่นคำร้องที่อ่อนกว่าที่ควรจะเป็น
แต่ก่อนจะยื่น ต้องมั่นใจก่อนว่าตนเองเป็นผู้ถูกกระทำจริง ไม่ใช่แค่ผิดหวัง สองอย่างนี้เป็นคนละเรื่องกัน
ในบทความมี
๑) รายการตรวจสอบ ๗ ข้อ เทียบทั้งอาวุโส ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ ผลงาน ความประพฤติ
๒) เหตุผลที่ทำให้สามรายก่อนหน้านี้ชนะ ซึ่งไม่ใช่เพราะ “เก่งที่สุด”
๓) ถ้าไม่พอใจกับคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร. ยังสามารถฟ้องตรงต่อศาลปกครองสูงสุดได้ภายใน ๙๐ วัน
อ่านฉบับเต็มได้ตามลิงก์
https://drive.google.com/file/d/1uYbucd6d–FdLXBDnL4EByKtELa1932Z/view?usp=drive_link

