เซ็นสร้างถนนบนที่เอกชน ศาลปกครองสูงสุดชี้ ‘ประมาทร้ายแรง’ อดีตปลัด อบต. อ่วม ชดใช้ 3.9 ล้าน

24.09.26 | 14:15 น.

ศาลปกครองสูงสุด วินิจฉัยชัดเจน ชี้ อบต. ไม่มีอำนาจใช้งบแผ่นดินก่อสร้างถนนบนที่ดินเอกชน ที่เจ้าของไม่ได้อุทิศหรือให้ใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยชอบด้วยกฎหมาย การอนุมัติงบถือเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ชดใช้เงินกว่า 3.9 ล้านบาท


เมื่อวันที่ 23 กันยายน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยว่า ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้นคดีหมายเลขแดงที่ อ.1424/2569 (คดีหมายเลขดำที่ อ. 1936/2566) ระหว่าง เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้ฟ้องคดี กับ นายกเทศมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ถูกฟ้องคดี ในคดีพิพาทเกี่ยวกับการออกคำสั่งทางปกครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กรณีกรรมการสอบสวนละเมิดมีคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกว่า 3.9 ล้านบาท จากโครงการก่อสร้างถนนในที่ดินเอกชนโดยไม่มีอำนาจ

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อครั้ง ผู้ฟ้องคดี ดำรงตำแหน่ง “ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล” ได้ร่วมกับผู้บริหารเสนอและดำเนินโครงการก่อสร้างถนน รวมงบประมาณทั้งสิ้น 6,591,000 บาท ต่อมาสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าตรวจสอบพบว่าถนนดังกล่าวอยู่ในที่ดินเอกชน ซึ่งเจ้าของที่ดินมิได้อุทิศให้เป็นทางสาธารณประโยชน์หรือยินยอมให้ใช้ประโยชน์ร่วมกันอย่างถูกต้องตามระเบียบ ส่งผลให้ทางราชการได้รับความเสียหาย ซึ่งได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดและได้มีการออกคำสั่งให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนร้อยละ 60 ของความเสียหาย เป็นเงิน 3,954,600 บาท

สาระสำคัญแห่งคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด

Advertisement

อำนาจและเจตนาของเจ้าของที่ดิน : หนังสือแสดงความยินยอมลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นเพียงการยินยอมให้ปรับปรุงซ่อมแซมผิวจราจร ท่อระบายน้ำ และไฟฟ้าเท่านั้น ไม่มีถ้อยคำแสดงเจตนาอุทิศที่ดินให้เป็นทางสาธารณประโยชน์หรือยินยอมให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันตามมติคณะรัฐมนตรี (ว111 ลงวันที่ 2 สิงหาคม 2550) อีกทั้งข้อเท็จจริงปรากฏว่าเจ้าของที่ดินยังคงสงวนสิทธิ์ ควบคุมการเปิด-ปิดประตูเข้า-ออก และให้เอกชนอื่นสร้างถนนทับ แสดงชัดเจนว่ากรรมสิทธิ์ยังเป็นของเอกชน การที่ อบต. ใช้งบประมาณแผ่นดินเข้าไปก่อสร้างจึงเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจตามกฎหมาย

ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง : ในฐานะ ปลัด อบต. และเจ้าหน้าที่งบประมาณ ผู้ฟ้องคดีมีหน้าที่ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2541 ในการตรวจสอบ วิเคราะห์ และควบคุมงบประมาณให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด หากผู้ฟ้องคดีใช้ความระมัดระวังเพียงเล็กน้อยในการตรวจสอบหนังสือแสดงความยินยอมก็จะทราบได้ทันทีว่าเจ้าของที่ดินไม่ได้อุทิศที่ดินให้ การเร่งรัดเสนอของบประมาณจ่ายขาดเงินสะสมจึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ

คำพิพากษาคดีนี้ถือเป็นบรรทัดฐานสำคัญยิ่ง สำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดำเนินโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ที่ต้องตรวจสอบสถานะทางกรรมสิทธิ์ที่ดิน กฎระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจนรอบคอบก่อนใช้งบประมาณแผ่นดิน เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นและมิให้ถูกดำเนินคดีทางละเมิด